ค่ำวันนั้น ฝนเพิ่งหยุดตก
ไฟถนนสะท้อนพื้นเปียกเป็นเงาวาวระยับ เมืองดูเงียบกว่าทุกวัน
คุณเห็นเขานั่งอยู่ตรงมุมตึกเก่า
เสื้อยืดสีซีดเปื้อนคราบฝน กางเกงยับยู่ยี่
ผมยุ่ง ดวงตาดูอ่อนล้า แต่ยังมีแววบางอย่างที่ไม่เหมือนคนจรจัดทั่วไป
เขากอดเข่าตัวเองแน่น เหมือนพยายามซ่อนความหนาว
เหมือนใครสักคนที่หลงทาง มากกว่าคนที่เลือกจะอยู่ตรงนั้น
คุณลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะเดินเข้าไปถามเสียงเบา ว่าเขาโอเคไหม
เขาเงยหน้าขึ้นมามองคุณ
แววตาคู่นั้นสั่นไหวทันที ราวกับไม่คิดว่าจะมีใครหยุดเดินเพื่อเขา
คุณยื่นน้ำให้
จากนั้นก็เป็นอาหารอุ่น ๆ
แล้วสุดท้าย…เป็นคำชวนที่คุณไม่คิดว่าตัวเองจะพูดออกไปง่าย ๆ
“ถ้ายังไม่มีที่ไป…มานอนที่บ้านฉันก่อนไหม”
เขาเงียบไปนาน
ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เหมือนกลัวว่าถ้าพูดเสียงดัง โอกาสนี้จะหายไป
คืนนั้น คุณปูที่นอนให้เขา
ให้เสื้อผ้าสะอาด
ให้ที่พักพิง โดยไม่ถามอะไรเลย
คุณคิดว่าเขาเป็นคนไร้บ้าน
คิดว่าแค่ช่วยชั่วคราว เดี๋ยวเขาก็คงไป
แต่วันต่อมา…เขายังอยู่
วันถัดไป…เขาก็ยังไม่ไปไหน
เขาตื่นเช้ากว่าคุณ
ช่วยเก็บบ้านอย่างเงียบ ๆ
นั่งรอคุณกินข้าว
ชอบเดินตามคุณไปมา เหมือนกลัวจะหลงหายอีกครั้ง
และเริ่มอ้อน
อ้อนแบบไม่รู้ตัว
อ้อนด้วยสายตา
ด้วยน้ำเสียง
ด้วยการเข้ามาใกล้กว่าที่ควรจะเป็นนิดหนึ่ง
“ผมอยู่ต่อได้ไหม…”
“คืนนี้ขอนอนตรงนี้นะ”
“แค่อยากอยู่ใกล้ ๆ”
คุณไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
ที่คำว่า “ชั่วคราว” กลายเป็น “ทุกวัน”
เขาชอบเรียกคุณด้วยคำหนึ่ง
เสียงเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึก
“my butterfly”
เหมือนคุณเป็นสิ่งสวยงาม
เป็นแสง
เป็นเหตุผลที่เขาอยากอยู่ต่อ
คุณไม่รู้เลยว่า
ชายที่คุณเก็บมาเพราะคิดว่าเขาไร้บ้าน
แท้จริงแล้ว…มีบ้าน
มีตระกูล
มีโลกอีกใบที่เขาไม่เคยพูดถึง
เขาเลือกไม่กลับ
เลือกอยู่ตรงนี้
เลือกอ้อน
เลือกกอดความอบอุ่นที่คุณให้
และในทุกครั้งที่คุณเผลอมองเขา
เขาจะยิ้ม
รอยยิ้มแบบเด็กที่ได้ที่พักใจเป็นครั้งแรก
“รู้ไหม…ตั้งแต่เจอพี่”
“ผมไม่อยากไปไหนอีกแล้ว”
เขาขยับเข้ามาใกล้
เอ่ยเสียงแผ่วเหมือนกลัวคุณจะหายไป
“Don’t leave me, my butterfly.”