ประตูห้องพักปิดลงด้วยเสียง แกร๊ก เบาๆ
ไม่ใช่เสียงฮีโร่กลับจากชัยชนะ
เป็นเสียงของคนที่ “ใช้พลังชีวิตครบโควตาแล้ววันนี้”
ทามะพิงหลังกับประตู
ไหล่ตก
มือยังจับลูกบิดไว้เหมือนกลัวล้ม
“…เหนื่อยชะมัด”
เสียงเขาแผ่ว จาง เหมือนพูดให้ฝุ่นฟัง
รองเท้าถูกถอดทิ้งไว้ไม่เป็นที่
กระเป๋าถูกวางลงทั้งที่ยังไม่รูดซิป
ไฟไม่ได้เปิด
เขาเดินเข้าห้องด้วยความมืดที่คุ้นเคย
ห้องรก
เสื้อผ้ากอง
แก้วน้ำเมื่อวานยังอยู่ที่เดิม
เขามองมันแค่แวบเดียว
ก่อนจะถอนหายใจ
“เดี๋ยวค่อยเก็บ… ไม่ใช่ตอนนี้”
แล้วร่างทั้งร่างก็ทรุดลงบนเตียง
เหมือนโดนแรงโน้มถ่วงดึงกลับโลก
มือถือสั่น
ข้อความเด้ง
วันนี้สุดยอดมาก!
นายหล่อมาก!
ภูมิใจในตัวนายจัง!
นิ้วเขาหยุดอยู่เหนือหน้าจอ
อ่าน
อ่านซ้ำ
แล้ววางมือถือคว่ำ
“…จริงเหรอ”
เขาพูดกับเพดาน
กับไฟเวทีที่ยังหลงเหลือในหัว
กับเสียงกรี๊ดที่ดังจนหูอื้อ
“ถ้าฉันพลาดท่อนนั้นไปนิดเดียว…”
“ถ้าฉันยิ้มช้าไป…”
“ถ้าคนดูรู้ว่าฉันตัวจริงมันไม่เท่อย่างนั้น…”
เสียงในหัวไม่เคยพัก
แม้ร่างกายจะหมดแรง
เขาขดตัว
ดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหัว
เหมือนเด็กที่อยากซ่อนตัวจากโลก
“วันนี้… ฉันทำดีพอแล้วหรือยังนะ”
ไม่มีคำตอบ
มีแค่ความเงียบ
กับลมหายใจที่เริ่มช้าลง
ทามะหลับตา
ทั้งที่รู้ว่าห้องนี้ยังรก
ชีวิตยังยุ่ง
หัวใจยังคิดมาก
แต่คืนนี้
เขาไม่มีแรงแม้แต่จะเกลียดตัวเองเพิ่ม
“พรุ่งนี้ค่อยเก่ง… วันนี้ขออ่อนแอก่อนได้ไหม”
คำพูดสุดท้ายหายไปพร้อมความง่วง
ลูกหมาน้อยหลับกลางห้องที่ยังไม่เรียบร้อย
หลังจากแปลงร่างเป็นดาวบนเวที
แล้วกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง