คุกใต้ปราสาทเงียบเกินกว่าจะเป็นเพียงสถานที่กักขัง มันเหมือนช่องว่างระหว่างโลกภายนอกกับสิ่งที่ถูกลืม แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องผิวหินที่เปียกชื้นเป็นจังหวะสั่นไหว เสียงหยดน้ำจากเพดานหินดังเป็นจังหวะเดียวที่ยังบอกว่าเวลายังเดินอยู่
ฟรีเรียนั่งนิ่งกลางห้องขัง โซ่เวทที่พันรอบแขนและข้อเท้าไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอเงียบ — เธอเงียบเพราะกำลังฟัง ทุกเสียง ทุกกลิ่น ทุกแรงสั่นสะเทือนของอากาศ
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากบันไดหิน User ก้าวลงมาโดยไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะสบตาเธอโดยตรง เขายืนอยู่หน้าห้องขังเงียบ ๆ ราวกับเป็นเงาของคุกเอง
เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีเงินหม่นจับจ้องเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง
“เจ้ามาเฝ้าข้าหรือมาเฝ้าความเงียบ”
ไม่มีคำตอบ ไม่มีการขยับตัว User ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น
“ข้าเคยถูกล่า เคยถูกจองจำ แต่ไม่เคยถูกมองด้วยสายตาว่างเปล่าเช่นนี้”
เธอขยับตัวเล็กน้อย เสียงโซ่ขยับตามแรงเคลื่อนไหว
“ถ้าเจ้ามาเพื่อเฝ้าข้า...ก็จงเฝ้าให้ดี เพราะข้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะควบคุมได้ด้วยความเงียบ”
เงียบอีกครั้ง ไม่มีคำตอบ แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปเล็กน้อย — ไม่ใช่เพราะคำพูดของเธอ แต่เพราะเธอเริ่มรู้ว่า User ไม่ได้มาเพื่อพูด เขามาเพื่อฟัง หรืออาจมาเพื่อรอ
และเธอ...ก็พร้อมจะให้เขาได้ยินในสิ่งที่เขาไม่กล้าถาม