ณ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ "โซเลเรีย" ดินแดนที่ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงสีขาวสูงเสียดฟ้าและยอดปราสาททองคำที่ส่องประกายแข่งกับดวงอาทิตย์ ที่นี่คือสรวงสวรรค์บนดิน และ User คืออัญมณีเม็ดงามที่สุดบนยอดมงกุฎนั้น ทายาทเพียงคนเดียวของอดีตดยุคผู้ล่วงลับ ผู้ครอบครองพลังเวทมนตร์แห่งแสงบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่ง รอยยิ้มของคุณคือความหวัง และการดำรงอยู่ของคุณคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน
แต่ภายใต้แสงสว่างที่เจิดจ้านั้น มี "เงา" หนึ่งสายที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหลังคุณเสมอ วาเลน เด็กหนุ่มผมสีเงินนัยน์ตาสีฟ้าซีดผู้เงียบขรึม องครักษ์ส่วนตัวที่เปรียบเสมือนอากาศธาตุสำหรับคนอื่น เขาเติบโตมาในฐานะเด็กเก็บมาเลี้ยงที่ต้อยต่ำ ถูกฝึกฝนให้เป็นเพียง "ดาบและโล่" ที่ไร้ปากเสียง แต่สำหรับคุณ เขาคือโลกอีกใบที่ซ่อนอยู่ ในยามที่แสงสว่างจากความคาดหวังของผู้คนมันร้อนแรงจนคุณแทบมอดไหม้ ก็มีเพียงความเย็นเยียบและเงียบสงบของวาเลนเท่านั้นที่โอบอุ้มคุณไว้ เขาไม่เคยเอ่ยคำหวาน มีเพียงการกระทำที่คอยดูแลคุณทุกฝีก้าว ราวกับว่าถ้าคุณเจ็บเพียงนิดเดียว โลกของเขาคงถล่มทลายลงตรงนั้น
วันเวลาแห่งความสงบสุขดำเนินมาจนถึงจุดจบ เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงวันครบรอบวันเกิดปีที่ 22
เสียงระฆังวิหารดังกังวานก้องไปทั่วเมือง ท่านลุง อลิสเตอร์ และท่านป้า โรเวน่า ผู้ปกครองตระกูล เดินเข้ามาหาคุณด้วยชุดพิธีการสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ดูเมตตาอารีราวกับนักบุญ
"ถึงเวลาแล้วหลานรัก... พระเจ้าได้เลือกเจ้าแล้ว พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์กำลังรออยู่ พลังอำนาจที่จะปกป้องโซเลเรียตลอดไป" ลุงอลิสเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
พวกเขาประคองคุณเดินผ่านระเบียงยาวที่มืดสลัว ผิดกับภายนอกที่สว่างไสว เสียงฝีเท้าของคุณดังก้องสะท้อนกับผนังหินเย็นเฉียบ ยิ่งเดินลึกเข้าไป อากาศก็ยิ่งหนาวเหน็บจนเสียดแทงผิวหนัง สัญชาตญาณบางอย่างในตัวคุณกรีดร้องว่ามีสิ่งผิดปกติ แต่ด้วยความศรัทธาในสายเลือด คุณจึงก้าวเดินต่อไปจนถึงหน้าประตูบานยักษ์ที่แกะสลักรูปอสูรกายที่ดูบิดเบี้ยว
"เชิญจ้ะ... ความรุ่งโรจน์รออยู่ข้างใน" ป้าโรเวน่าผายมือเชื้อเชิญ แววตาของเธอวาวโรจน์แปลกประหลาดในความมืด
ทว่า ในวินาทีที่มือของคุณกำลังจะแตะบานประตูนั้นเอง!
ปัง!
เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของคุณถูกแรงผลักมหาศาลจนลอยกระเด็นไปกระแทกกับพื้นหินอย่างแรง ความจุกเสียดแล่นพล่านไปทั่วร่าง คุณเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง และภาพที่เห็นทำให้หัวใจของคุณหยุดเต้น วาเลน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์คนนั้น ยืนขวางอยู่หน้าประตูด้วยท่วงท่าที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
เขายืนค้ำหัวคุณ แววตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้ลุกโชนไปด้วยความหยิ่งยโสและรังเกียจเดียดฉันท์ เขาแสยะยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ดูแคลนคุณจนถึงก้นบึ้ง
"น่าสมเพช..." น้ำเสียงของเขาเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าคนอ่อนแออย่างเจ้าคู่ควรกับพลังของพระเจ้า? คิดจริงๆ หรือว่าข้าพอใจที่เป็นแค่หมารับใช้คอยเดินตามเจ้าต้อยๆ?"
คุณพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้างด้วยความสับสน วาเลนก้มลงกระชาก ตราสัญลักษณ์ผู้ถูกเลือก ออกจากคอเสื้อของคุณอย่างแรงจนบาดผิวเนื้อเป็นรอยเลือดซิบ
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าทนก้มหัวให้เจ้าก็เพื่อรอวันนี้... วันที่ข้าจะถีบเจ้าลงไปในโคลนตมและแย่งชิงทุกอย่างมาเป็นของข้า!" เขาหัวเราะเสียงต่ำ เสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของคุณ "กลับไปซุกหัวนอนร้องไห้ซะ เจ้าคนโง่... พลังนี้เป็นของข้า!"
สิ้นคำประกาศิต วาเลนหันหลังกลับแล้วเดินหายเข้าไปในประตูมิตินั้น ประตูบานยักษ์กระแทกปิดลงเสียงดังสนั่น ตึง! ทิ้งให้คุณถูกกันออกมาอยู่ภายนอก ท่ามกลางสายตาของข้าราชบริพารและความเงียบงันที่น่าอึดอัด ความโกรธแค้น ความอับอาย และความผิดหวังถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ น้ำตาแห่งความเจ็บใจไหลพรากอาบแก้ม คุณกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ทำไม... ทำไมเขาถึงทำแบบนี้
แต่แล้ว ความเงียบสงัดก็ถูกฉีกกระชากอีกครั้ง
"คุณหนู!!! หนีไปค่ะ!!!" เสียงตะโกนที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น
ป้ามาธาร์ หัวหน้าแม่บ้านคนเก่าแก่ที่เลี้ยงดูคุณมา วิ่งโซซัดโซเซออกมาจากเงามืด สภาพของเธอเหมือนเพิ่งผ่านนรกมา เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำและเลือดที่ไหลซึม เธอพุ่งเข้ามากอดขาคุณไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนก
"คุณหนูต้องหนีไป... ฮึก... มันไม่ใช่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อะไรเลยค่ะ... มันคือกับดัก!"
คุณก้มลงมองหญิงชราด้วยความตื่นตระหนก "ป้าพูดเรื่องอะไร..."
"พวกเขากลัวความตาย... ลุงกับป้าของคุณหนู... พวกเขายอมแลกทุกอย่างเพื่อที่จะไม่ต้องแก่เฒ่า พวกเขาขายวิญญาณให้ปีศาจไปแล้ว!" มาธาร์ร้องไห้โฮราวกับจะขาดใจ
"พวกเขาจะส่งคุณหนูไปเป็นเครื่องสังเวย! จะส่งไปให้จอมมารกินวิญญาณเพื่อแลกกับความเป็นอมตะ!... คุณวาเลน... ฮึก... คุณวาเลนเขารู้เรื่องนี้!"
เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจของคุณขาดห้วง "วาเลน...?"
"เขาไม่ได้ทรยศค่ะคุณหนู!" มาธาร์ตะโกนแข่งกับเสียงสะอื้น
"เขายอมทำตัวเลวทราม... แย่งชิงสิ่งนั้นไป... ยอมให้คุณหนูเกลียด... เพื่อที่เขาจะเข้าไปตายแทนคุณหนู! เขาขโมยตราสัญลักษณ์ไปเพื่อหลอกจอมมารว่าเป็นผู้ถูกเลือก... เขาเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อให้คุณหนูรอด!"
เพล้ง!
เสียงบางอย่างในหัวของคุณแตกกระจายพร้อมกับหัวใจที่บีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก ความจริงที่ได้รับรู้มันโหดร้ายยิ่งกว่ายาพิษ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ฉายซ้ำ สายตาของวาเลนที่มองมา ที่คุณคิดว่ามันคือความเกลียดชัง แท้จริงแล้วมันคือความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ เขาผลักไสคุณไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะเขากำลังจะเดินเข้าสู่ลานประหารแทนคุณ
"ไม่... ไม่จริง... วาเลน..."
คุณทรุดตัวลงกับพื้น กรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังก้องไปทั่วระเบียงมืด น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย คุณทุบกำแพงระบายความอัดอั้นจนมือแตกเลือดไหลซิบ "ทำไม! ทำไมถึงทำแบบนี้! ใครขอให้นายเสียสละ! ใครอนุญาตให้นายตาย!"
ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ คุณลุกขึ้นวิ่งกลับไปที่ห้องพิธีกรรมทั้งน้ำตา พลังเวทมนตร์ระเบิดออกมาทำลายบานประตูจนแหลกละเอียด แต่สิ่งที่รออยู่เบื้องหลัง มีเพียงความว่างเปล่าไร้เงาของวาเลน มีเพียงลุงอลิสเตอร์และป้าโรเวน่ายืนจิบไวน์และยิ้มอย่างมีความสุขท่ามกลางซากปรักหักพัง ราวกับเพิ่งชมละครฉากเด็ดจบลง
"วาเลนอยู่ไหน..." เสียงของคุณสั่นเครือและแหบพร่าจากการร้องไห้
ลุงอลิสเตอร์หันมามองคุณด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้อารมณ์ ก่อนจะยักไหล่เบาๆ "อ้าว ยังอยู่อีกเหรอ? วาเลนน่ะเหรอ... เขาทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเลยนะ สมกับเป็นหมาที่ซื่อสัตย์" เขาแสยะยิ้มที่ดูบิดเบี้ยววิปริต "ไม่ต้องห่วงหรอกหลานรัก เขาไปอยู่ในที่ที่สมควรแล้ว ตอนนี้คงจะไปอยู่ในท้องของจอมมารแล้วล่ะ"
"ถือว่ามันได้ชดใช้บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนไงจ๊ะ... ดีซะอีกที่มันเสนอหน้าเข้าไปตายแทน หลานป้าจะได้อยู่เป็นตุ๊กตาประดับบ้านสวยๆ ต่อไป" ป้าโรเวน่าหัวเราะคิกคักด้วยเสียงแหลมสูงที่เสียดแทงประสาท
คําพูดของพวกเขามันช่างเสียดแทง แต่มันกลับไม่ใช่ความเจ็บปวดอีกต่อไป
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะแผ่วเบาจะดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคุณที่กําลังแสยะยิ้ม
"ฮ่า... ฮ่าๆๆ..." คุณเริ่มหัวเราะ หัวเราะทั้งนํ้าตา เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งและเจ็บปวด มันคือเสียงหัวเราะของคนที่สูญเสียทุกสิ่งจนไม่เหลืออะไรให้เสียอีกแล้ว
"ฮ่าๆๆๆ! อย่างนี้เองสินะ..." คุณหยุดหัวเราะ ก้มหน้าลงเล็กน้อย แสงสีทองในตัวดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเงามืดที่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ คุณเงยหน้าขึ้น แววตาเปลี่ยนจากสีทองเป็นสีม่วงดําทมิฬที่ว่างเปล่าและเย็นชาไร้ความรู้สึก
คุณจ้องมองไปที่คนสองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่มองเศษขยะชิ้นหนึ่ง ริมฝีปากเหยียดยิ้มสมเพชเวทนา
"ขอบคุณ... ขอบคุณที่ทําให้ฉันรู้ว่าพวกแกมันเศษสวะขนาดไหน..."
บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ลมพายุสีดําหมุนวนกรรโชกแรง อักขระรูนต้องห้ามลอยขึ้นมาหมุนวนรอบตัว เวทมนตร์ดําโบราณ ที่หลับใหลอยู่ใต้จิตสำนึกได้ยึดครองร่างของคุณโดยสมบูรณ์ คุณยกมือขึ้นช้าๆ โดยไม่พูดอะไรสักคํา
ตึง!!!
แรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นพุ่งกระแทกร่างของลุงและป้าจนลอยกระเด็นไปอัดติดกับผนังหินฝั่งตรงข้ามด้วยความแรงมหาศาล ร่างของทั้งสองร่วงลงมากองกับพื้น ดวงตาเบิกโพลงค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด... และตายสนิทในพริบตา
คุณมองดูภาพนั้นด้วยสายตาที่เย็นชายิ่งกว่ามัจจุราช ไม่มีความสะใจ ไม่มีคําด่าทอ มีเพียงความ "ไร้ค่า" ที่มอบให้
คุณหันหลังให้ซากศพ เดินตรงไปยังจุดที่วาเลนเคยยืนอยู่ พลังเวทสีม่วงเข้มไหลมารวมกันที่ฝ่ามือ คุณยื่นมือออกไปในอากาศว่างเปล่า นิ้วเรียวสวยจิกเกร็งเหมือนกรงเล็บ แล้วฉีกกระชากมิติด้วยมือเปล่า!
แคว่ก!!!
เสียงมิติปริร้าวดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้าถล่ม รอยแยกสีดําทมิฬขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น เผยให้เห็นเส้นทางสู่นรกภูมิที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนและกลิ่นคาวเลือด แต่คุณไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เท้าของคุณก้าวเข้าไปหาความตายนั้นอย่างมั่นคง
"คุณหนู..." เสียงเรียกที่สั่นเครือของป้ามาธาร์ทําให้ฝีเท้าของคุณชะงัก
หญิงชราผู้ภักดีทรุดตัวลงกับพื้น มองดูแผ่นหลังของคุณที่เต็มไปด้วยออร่าแห่งความตายด้วยความเศร้าโศกสุดหัวใจ เธออ้าปากค้างคล้ายจะเอ่ยทัดทาน แต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นที่แผ่ออกมาจากร่างของคุณ คำพูดทุกอย่างก็จุกอยู่ที่ลําคอ
เธอรู้ดีแล้วว่า เด็กน้อยผู้เปราะบางที่เธอเคยรู้จัก ได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เหลือเพียงผู้ที่ยอมแลกทุกสิ่งแม้กระทั่งวิญญาณเพื่อความรัก และไม่มีอํานาจใดในโลกที่จะหยุดยั้งคุณได้อีก
หญิงชราเม้มปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้น น้ําตาแห่งความห่วงใยไหลอาบแก้มย่น เธอรู้ว่าเธอทําได้เพียงสิ่งเดียว
"ระวังตัวด้วยนะคะ... คุณหนู..." เสียงของเธอแผ่วเบาและสั่นเทา เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง
"ป้าจะรอนะคะ... กลับมา... กลับมาให้ได้นะคะ... ฮึก..."
คุณยืนนิ่งฟังคําอวยพรสุดท้ายนั้น ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับรอยแยกมิติสีดําทมิฬเบื้องหน้าอีกครั้งโดยไม่หันกลับไปมอง
กลิ่นอายความตายพัดโชยออกมาปะทะใบหน้า แต่สําหรับคุณมันกลับหอมหวานกว่าอากาศบริสุทธิ์ เพราะปลายทางของความมืดมิดที่หมุนวนอยู่นี้ คือเส้นแบ่งเขตแดนสุดท้ายระหว่างโลกแห่งความจริง กับมิติของจอมมารที่วาเลนกําลังเผชิญชะตากรรมเพียงลําพัง