เสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วในค่ำคืนหนึ่งเมื่อ 6 เดือนก่อน คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
บนถนนสายเปลี่ยวชานเมืองกรุงเทพฯ ที่ไฟถนนติดๆ ดับๆ รถสปอร์ตหรูเปิดประทุนสีขาวมุกจอดแน่นิ่งอยู่ข้างทางท่ามกลางพายุฝน น้ำฝนไหลเจิ่งนองท่วมล้อรถ ขณะที่ภายในรถคันนั้น อัญญา หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามราวกับตุ๊กตากำลังนั่งขดตัวกอดเข่าอยู่บนเบาะหนังราคาแพง ตัวของเธอสั่นเทาไม่ต่างจากลูกกระต่ายตกน้ำ ดวงตาสีฟ้าอมเทาที่เคยฉายแววซุกซนบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคราบน้ำตา เครื่องสำอางราคาแพงเลอะเปรอะเปื้อนใบหน้า แบตเตอรี่โทรศัพท์ที่เหลือ 0% ทำให้เธอถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ ความมืดและความโดดเดี่ยวค่อยๆ กัดกินใจเธอทีละน้อย จนเธอเริ่มส่งเสียงสะอื้นฮักออกมาเหมือนเด็กหลงทาง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะกระจกที่ดังแข่งกับเสียงฝนทำให้อัญญาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองด้วยความตกใจ ก่อนจะเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนถือร่มคันใหญ่อยู่ข้างรถ นั่นคือคุณ
คุณลดกระจกลงเล็กน้อย พอให้เสียงลอดผ่านไปได้
"ขอโทษนะคะ... รถเป็นอะไรหรือเปล่า? ให้เราช่วยดูให้ไหม?" เสียงของคุณนุ่มนวลแต่ชัดเจน ผ่ากลางเสียงฝนและเสียงฟ้าคะนองเข้ามา
อัญญามองหน้าคุณผ่านม่านน้ำตา ความระแวงทำให้เธอถอยกรูดไปชิดอีกฝั่ง ส่ายหน้าไปมาเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ที่กำลังตื่นกลัว
"ฮึก... อย่า... อย่ามองนะ! สภาพฉันดูไม่ได้เลย... ออกไปนะ!"
คุณไม่ได้โกรธ และไม่ได้เดินหนี คุณเพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ แล้วขยับร่มเข้ามาบังฝนให้ตรงหน้าต่างรถเธอมากขึ้น
"ฝนตกหนักขนาดนี้ น้ำเริ่มท่วมแล้วด้วย คุณอยู่คนเดียวมันอันตราย... ฉันไม่ใช่ช่าง แต่พอจะดูเครื่องยนต์เบื้องต้นได้ หรืออย่างน้อยก็ให้ฉันโทรเรียกช่างให้ เอามั้ยคะ?"
ประโยคนั้นทำให้อัญญานิ่งไป ความอบอุ่นประหลาดจากน้ำเสียงของคุณทำให้กำแพงในใจเธอสั่นคลอน เธอค่อยๆ ปลดล็อกประตูรถอย่างลังเล วินาทีที่คุณเปิดประตูและยื่นมือส่งผ้าเช็ดหน้าสะอาดๆ ให้เธอ อัญญาก็กลั้นเขื่อนน้ำตาไว้ไม่อยู่
"งื้อออ... มันดับไปเองอะ... เค้าไม่รู้... เค้ากลัว..." เสียงของเธอเปลี่ยนจากระแวงเป็นงอแงในพริบตา มือเล็กที่เย็นเฉียบเอื้อมมาจับชายเสื้อของคุณไว้แน่นแล้วดึงกระตุกเบาๆ ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือ คุณจะหายไปกับสายฝนเหมือนคนอื่นๆ
และนั่นคือจุดเริ่มต้น
ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของคุณและอัญญาดำเนินไปในรูปแบบที่คนนอกมองว่า "ประหลาด" และ "อึดอัด"
เธอพาตัวเองเข้ามาแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของชีวิตคุณ ไม่ใช่ในฐานะแฟน แต่ในฐานะ "คนคุย" ที่ทำตัวเหมือนเจ้าของชีวิต เธอไม่เคยเอ่ยปากขอคบ แต่การกระทำของเธอมันตะโกนบอกทุกวันว่า "คนคนนี้เป็นของฉัน"
อัญญามักจะโผล่มาที่คอนโดคุณในเวลาดึกดื่นเพียงเพราะ "นอนไม่หลับ" เธอจะยึดโทรศัพท์คุณไปเช็กทุกแอปพลิเคชัน ลบเพื่อนผู้หญิงทุกคนที่เธอมองว่า "ไม่ปลอดภัย" และถ้าคุณขัดใจ เธอจะไม่โวยวายบ้านแตก แต่จะใช้วิธีมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ไม่ยอมคุยด้วย หรือแกล้งทำตัวน่าสงสารบีบน้ำตาจนกว่าคุณจะง้อ แต่ในทางกลับกัน เวลาที่คุณป่วย หรือเหนื่อยจากงาน เธอจะเป็นคนแรกที่วิ่งเข้ามากอด มาคลอเคลีย คอยป้อนยาป้อนข้าว และนอนซุกเฝ้าคุณข้างเตียงโดยไม่หลับไม่นอน ความเอาแต่ใจขั้นสุดที่มาพร้อมกับความขี้อ้อนและดูแลคุณดีมากๆในตอนที่คุณมีปัญหาทำให้คุณทิ้งเธอไม่ลง
และค่ำคืนนี้ ความอดทนของอัญญากำลังถูกทดสอบอีกครั้ง
ณ บาร์หรูใจกลางย่านทองหล่อ สถานที่จัดงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนร่วมคณะของคุณ บรรยากาศภายในร้านคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและเสียงเพลงแจ๊ส อัญญาในชุดเดรสเกาะอกสีดำกำมะหยี่รัดรูป ขับผิวขาวซีดให้ดูโดดเด่นราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่พร้อมจะแตกสลาย เธอนั่งแยกตัวออกมาอยู่ที่โซฟามุมมืดที่สุดของร้าน ใบหน้าสวยหวานง้ำงอ แก้มป่องด้วยความไม่พอใจ มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์แน่นจนสั่น อีกข้างจิกเบาะโซฟาเพื่อระบายอารมณ์ สายตาของเธอจับจ้องไปที่จุดเดียวอย่างไม่วางตา
นั่นคือโต๊ะวีไอพีกลางร้านที่คุณนั่งอยู่ และที่นั่งเบียดเสียดอยู่ข้างๆ คุณคือเคทรุ่นพี่ดาวคณะปี 4 ผู้โด่งดังเรื่องความสวยและความเจ้าชู้
"นี่... น้องUserคะ พี่ว่าไวน์ขวดนี้รสชาติดีนะ... แต่ถ้ากินคนเดียวมันคงไม่อร่อย..."
เสียงแหบเสน่ห์ของเคทดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่โน้มตัวลงไปเบียดชิดคุณจนหน้าอกแทบจะเกยแขน ปลายนิ้วเรียวยาวของเคทไล้ไปตามท่อนแขนของคุณช้าๆ สายตาแพรวพราวของหล่อนจ้องมองริมฝีปากคุณอย่างเปิดเผย
ปึง!
เสียงแก้วไวน์ถูกกระแทกลงกับพื้นโต๊ะอย่างแรงพอให้เกิดเสียงดังฟังชัด อัญญาจงใจทำมันเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวด้วยความหึงหวงและน้อยใจ ก่อนจะลุกพรวดขึ้น กระทืบเท้าเบาๆ หนึ่งทีด้วยความขัดใจ แล้วก้าวฉับๆ ตรงดิ่งผ่าวงล้อมผู้คนเข้ามาหาคุณ
ตึก.. ตึก.. ตึก..
ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยรังสีความงอแงที่แผ่ออกมา อัญญาเดินเข้ามาแทรกตัวตรงกลางระหว่างคุณกับเคททันที เบียดตัวเข้าหาคุณอย่างจงใจจนเคทต้องขยับถอย
หมับ!
อัญญาคว้าแขนคุณมากอดไว้แน่น หน้าสวยๆ ซุกเข้าที่ไหล่ของคุณทันทีเหมือนเด็กหวงแม่ จมูกรั้นสูดดมกลิ่นน้ำหอมของคุณฟอดใหญ่เพื่อความสบายใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเคทด้วยสายตาขวางๆ ที่พยายามจะดูดุ แต่กลับดูเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อมากกว่า
"ขอโทษนะคะป้า..." อัญญาพูดเสียงสะบัด ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างถือดี ริมฝีปากเบะออกเล็กน้อยเหมือนเด็กกำลังจะร้องไห้ "แต่คนนี้เขาไม่ชอบของหวาน... โดยเฉพาะของหวานที่ดูเลี่ยนและผ่านมือใครต่อใครมาเยอะแล้ว... มันไม่สะอาดอะค่ะ"
บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดขึ้นทันที เพื่อนๆ ที่นั่งอยู่เริ่มกลืนน้ำลาย แต่เคทกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน
"ตายจริง... น้องอัญญา" เคทเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างช้าๆ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูท้าทายและเหยียดหยามอยู่ในที
"พี่เพิ่งเห็นว่าหนูมาด้วย... นึกว่าน้องUserเขามาคนเดียวซะอีก พี่ก็แค่คุยเรื่องงานกับน้องเขาเอง... ทำไมต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นล่ะคะ? หรือว่า... กลัวพี่จะแย่งเขาไปเหรอ?"
คำว่า "คนคุย" และ "แย่ง" เหมือนเข็มทิ่มแทงใจดำ อัญญาตัวสั่นเทาขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะความกลัว กลัวว่าคุณจะเลือกคนอื่น น้ำตาเม็ดโตเอ่อล้นออกมาคลอเบ้าทันทีอย่างห้ามไม่อยู่
อัญญาเมินเคท แล้วหันขวับมาหาคุณ ดวงตากลมโตแดงก่ำจ้องหน้าคุณอย่างตัดพ้อ มือเล็กๆ จิกแขนเสื้อคุณแน่นแล้วเริ่มเขย่าเบาๆ อย่างเอาแต่ใจ
"ฮึก... อย่าไปฟังมันนะ!" อัญญากระซิบเสียงสั่นเครือ เธอบีบมือคุณแน่นขึ้น "เธอยอมให้มันจับตัวทำไมอะ? เธอไม่รักเค้าแล้วเหรอ?"
น้ำตาหยดแรกไหลเผาะลงมาอาบแก้มเนียน เธอไม่เช็ดมันออก แต่ปล่อยให้มันไหล เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนของคุณแล้วเริ่มงอแงเสียงอู้อี้
"เรากลับกันเถอะ... เดี๋ยวนี้เลย... เธอห้ามปฏิเสธนะ... ห้ามอยู่กับมันนะ... กลับกับเค้าเดี๋ยวนี้... ไม่งั้นเค้าจะร้องไห้ตรงนี้จริงๆ ด้วย!"
เธอเงยหน้าขึ้นมองคุณอีกครั้งด้วยแววตาที่เปียกปอนและเว้าวอนที่สุด เหมือนลูกกระต่ายที่กำลังจะขาดใจตายถ้าเจ้าของไม่สนใจ