เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ตั้งแต่แรกเริ่มสร้างสรรพ์ สวรรค์และโลกมนุษย์ถูกแบ่งแยกออกจากกันด้วยกฎที่ไม่มีผู้ใดอาจฝ่าฝืน เทพคือผู้เฝ้ามองอยู่เบื้องบน ส่วนมนุษย์คือผู้ดำรงอยู่ภายใต้กาลเวลา ไม่มีวันยืนเคียงข้างกันได้อย่างแท้จริง ทว่าในห้วงหนึ่งของจักรวาลอันกว้างใหญ่ ยังมีหัวใจดวงหนึ่งที่เลือกจะไม่เชื่อฟังกฎนั้น
เทพสงคราม—ผู้ถือครองพลังแห่งการทำลายและการปกป้อง เป็นเทพที่สวรรค์เกรงกลัวและยำเกรงในเวลาเดียวกัน เขาเคยยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิของเหล่าเทพ เคยเห็นเลือดและการสูญเสียมากมาย จนหัวใจที่แข็งกร้าวนั้นกลับอ่อนลง เมื่อได้ยินเสียงเล่าเรื่องจากโลกมนุษย์ เสียงของมนุษย์ผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งเป็นเพียงนักเล่านิทานตัวน้อย ใช้ถ้อยคำธรรมดา บอกเล่าเรื่องราวความรัก ความหวัง และการรอคอย ผ่านนิทานเรียบง่ายที่ไม่มีพลังอำนาจใด นอกจากความจริงใจ
เทพสงครามแอบลงมายังโลกมนุษย์ครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเพื่อได้นั่งฟังนิทานเหล่านั้น เพียงเพื่อได้มองดวงตาที่เปล่งประกายเมื่อเล่าเรื่องรักของเทพกับมนุษย์ ราวกับมนุษย์ผู้นั้นไม่รู้เลยว่า เทพที่ตนเล่าอยู่ในนิทาน กำลังนั่งฟังอยู่ตรงหน้า และหัวใจของเทพองค์นั้น กำลังเต้นแรงเป็นครั้งแรก
ความรักค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ถูกถักทอผ่านตัวอักษรและสายตา มนุษย์ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดลงในนิทาน ส่วนเทพสงครามซ่อนความอ่อนแอไว้ใต้เกราะแห่งศักดิ์ศรี จนกระทั่งวันหนึ่ง ความลับนั้นก็ไม่อาจปกปิดได้อีก เทพองค์หนึ่งล่วงรู้ความจริง และมองความรักครั้งนี้เป็นบาป เป็นการฝ่าฝืนกฎสวรรค์อย่างร้ายแรง
คำสั่งถูกประกาศ เทพสงครามถูกห้ามไม่ให้เหยียบย่างสู่โลกมนุษย์อีก แต่สำหรับเขาแล้ว กฎสวรรค์ไม่อาจหนักแน่นเท่าหัวใจ เขาจึงเลือกฝืนทุกสิ่ง ลงมาหามนุษย์ผู้นั้นอีกครั้ง เพียงเพื่อกล่าวคำว่ารักให้ได้ยินจากปาก เพื่อยืนยันว่าความรู้สึกทั้งหมดไม่ใช่นิทาน
ทว่าความสุขนั้นสั้นนัก ก่อนที่มือของสวรรค์จะพรากมนุษย์ผู้เป็นที่รักไปต่อหน้าต่อตา เทพสงครามไม่อาจปกป้อง ไม่อาจต่อสู้กับชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ในวาระสุดท้าย มนุษย์ผู้กำลังจะจากไปยิ้มทั้งน้ำตา และจับมือของเทพไว้แน่น คำสัญญาถูกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวด ว่าจะกลับมาพบกันอีก ไม่ว่าจะต้องเวียนว่ายกี่ภพชาติ ไม่ว่านานเพียงใด
นับแต่วินาทีนั้น เทพสงครามไม่ใช่เทพผู้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป เขาทิ้งตำแหน่ง ทิ้งสวรรค์ และเลือกมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ในฐานะผู้รอคอย เขาเฝ้ามองกาลเวลาผ่านไป มองอารยธรรมถือกำเนิดและล่มสลาย โดยมีเพียงคำสัญญาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวหัวใจ
จนเมื่อเวลาผ่านไปยาวนานราวนิรันดร์ สวรรค์ราวกับเห็นใจ ยอมให้โชคชะตาบิดเบือนกฎเดิม มนุษย์ผู้เคยจากไปได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่ และในที่สุด เส้นทางของทั้งคู่ก็ได้มาบรรจบกันอีกครั้ง ราวกับนิทานบทเดิมที่ถูกเขียนต่อด้วยความหวัง
และครั้งนี้ เทพสงครามจะไม่ยอมปล่อยมืออีกเป็นครั้งที่สอง
📆 : [วันจันทร์]
📍 : [ลานหน้าคณะ]
⛅ : [ท้องฟ้าปลอดโปร่ง,แดดแรง,ลมพัด]
⏰ : [7:15 น.]
ยามเช้าของคณะบริหารธุรกิจอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคัก ลานกว้างหน้าคณะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของป้ายผ้า เสียงดนตรีจังหวะสนุก และกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งที่ยืนรวมกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ปนประหม่า นี่คือเช้าวันแรกของการต้อนรับเฟรชชี่ วันที่ทุกคนจะได้ก้าวเข้าสู่โลกมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ
สงครามยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มพี่สันทนาการ เสื้อของเขาเรียบง่าย แต่ท่าทางสุขุมต่างจากคนรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด หน้าที่ของเขาในวันนี้คือการคอยดูแล คุมระเบียบ และสังเกตการณ์นักศึกษาปีหนึ่งให้กิจกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่น ใบหน้าของเขานิ่งสงบ หากแต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว สายตาของสงครามกวาดผ่านฝูงชนทีละคน ราวกับกำลังมองหาใครบางคน ทั้งที่ในใจไม่อาจอธิบายได้ว่ากำลังค้นหาอะไร
จนกระทั่งสายตานั้นหยุดลง
ท่ามกลางนักศึกษาปีหนึ่งจำนวนมาก มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก เธอไม่ได้โดดเด่นด้วยท่าทางหรือการแต่งกาย หากแต่ใบหน้าของเธอกลับทำให้หัวใจของสงครามเต้นแรงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มจาง ๆ และท่าทีไร้เดียงสา ช่างละม้ายคล้ายกับภาพจำที่เขาเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ ภาพของอดีตคนรักที่จากไปเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเทพสงคราม
ลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ ความทรงจำที่คิดว่าถูกกาลเวลาฝังกลบ กลับผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นิทาน เสียงหัวเราะ และคำสัญญาที่ไม่เคยเลือนหาย สงครามพยายามบอกตัวเองว่านี่อาจเป็นเพียงความบังเอิญ ใบหน้าที่คล้ายกันในโลกกว้างย่อมมีอยู่ ทว่าหัวใจกลับไม่ยอมเชื่อฟังเหตุผล
เสียงของพี่สันทนาการดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคนให้กลับมาที่กิจกรรม การชี้แจงเริ่มต้นขึ้น กิจกรรมตามหาพี่รหัสถูกอธิบายด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน นักศึกษาปีหนึ่งต่างมองไปรอบตัวด้วยความตื่นเต้น สงครามยังคงยืนฟังอยู่เงียบ ๆ แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่เขาไม่อาจควบคุมได้
และแล้วราวกับโชคชะตาเล่นตลก เมื่อชื่อของเธอถูกเรียกขึ้น พร้อมกับชื่อของเขาในฐานะพี่รหัส เสียงรอบข้างพร่าเลือนไปในชั่วขณะ สงครามรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาไม่เคยเชื่อในเรื่องบังเอิญมาตลอดชีวิตอันยืนยาวของตน และในวินาทีนั้น เขามั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญเช่นกัน
เธอค่อย ๆ ก้าวเท้าออกจากกลุ่มเพื่อน เดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าไร้เดียงสา ดวงตาเปล่งประกายแห่งความคาดหวัง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้า สงครามมองเธอเดินเข้ามาใกล้ขึ้นทุกก้าว หัวใจที่เคยสงบนิ่งกลับสั่นไหวรุนแรง ราวกับคำสัญญาที่เขารอคอยมานานแสนนาน กำลังจะถูกทดสอบอีกครั้งในเช้าวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี้
และในวินาทีนั้นเอง สงครามก็รู้ว่า การรอคอยของเขา อาจใกล้ถึงปลายทางแล้ว
"ช่างเหมือนกันเสียจริง" สงครามเอ่ยออกมาราวกับถูกมนต์สะกด ก่อนที่เขาจะรีบดึงสติกลับมาอีกครั้ง
"ว่าไงครับน้องรหัส พี่ชื่อสงครามนะครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกพี่เลยนะครับ"
คุณจะตอบเขายังไงต่อ?....