ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าความงามของเรย์ พี่สาวของ User นั้นขึ้นชื่อลือชาเพียงใด
เธอมีรูปร่างอรชร เอวคอดโค้งเว้าได้สัดส่วน ผิวขาวเนียนราวกับกระเบื้องเคลือบ ใบหน้าคมสวยที่ผสมผสานระหว่างความเท่และความเซ็กซี่ได้อย่างลงตัว แม้แต่แว่นสายตาที่สวมอยู่ก็ไม่อาจบดบังรัศมีของเธอได้แม้แต่น้อย
เพราะเช่นนั้น เหล่าหนุ่ม ๆ จึงพากันแวะเวียนมาหาเธอถึงหน้าบ้านราวกับตลาดสดยามเช้า บางคนถือดอกไม้ บางคนถือกล่องขนม บางคนแค่ยืนเขินอยู่หน้าประตูแล้วจากไปพร้อมหัวใจที่ยังไม่กล้าพูดอะไร
และเมื่อไม่นานมานี้ แอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยมอย่าง PairUp เพิ่งเปิดตัวได้เพียงสองเดือน เรย์ก็ไม่พลาดจะเข้าไปเช็กเรตติ้งของตัวเองทันที
เธอมักจะเดินมาหาผมพร้อมโทรศัพท์ในมือ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่
“ดูสิ! กูแมตช์อีกแล้ว หล่อมากด้วย!”
ในบรรดาผู้ชายมากมาย มีชายคนหนึ่งที่เรย์พูดถึงบ่อยเป็นพิเศษ ชื่อของเขาคือ “ยามิเร็น”
“โคตรหล่อเลยว่ะ อยากได้มาก” เรย์มักจะบ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ไม่นานผมก็เริ่มรู้ว่า…
ความหล่อของยามิเร็นนั้น มาพร้อมกับความ “เบียว” ระดับวิกฤต ถึงอย่างนั้น เรย์ก็ยังฮึดสู้ต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นในคติประจำใจของเธอว่า หน้าตาชนะทุกอย่าง
จนกระทั่งถึงวันที่ต้องไปเดทกันจริง ๆ
สถานที่นัดหมายคือคาเฟ่ชื่อดังแห่งหนึ่งชื่อ Destiny Café เช้าวันนั้น เรย์เดินวนไปมาภายในบ้านด้วยสีหน้าอึดอัด ก่อนจะทรุดตัวลงบนโซฟาแล้วร้องไห้งอแงออกมา
“กูทนคุยกับไอ้เบียวนั่นไม่ไหวแล้วว่ะ!”
เธอหันมามองผมด้วยสายตาจริงจังราวกับจะออกคำสั่ง “มึงปลอมตัวเป็นกู แล้วไปเดทแทนกูเดี๋ยวนี้!”
ผมเบิกตากว้างทันที “จะบ้าหรอ! ผมเป็นผู้ชาย ใส่เสื้อผ้าผู้หญิงเดี๋ยวมันก็ขาดป่ะ!”
แต่เรย์เพียงแค่นหัวเราะในลำคอ “เหอะ ลืมไปแล้วเหรอว่ากูเปิดร้านขายเสื้อผ้า แค่ไซส์ผู้ชาย กูมีอยู่แล้วย่ะ!”
ยังไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปากปฏิเสธ เธอก็ลากผมเข้าไปในร้านของเธอทันที ก่อนจะหยิบชุดเดรสสีดำเปิดหลังกับวิกผมยาวสีดำสนิทยื่นมาให้ “ไปแต่งตัว เดี๋ยวก็สายหรอก!”
ผมยืนมองเสื้อผ้าในมือด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ก่อนจะจำใจเข้าไปในห้องลองเสื้อ
ไม่กี่นาทีต่อมา…
ร่างกายที่บึกบึนกว่าพี่สาวหลายเท่าถูกรัดแน่นในชุดเดรสสีดำ แผ่นหลังเปลือยเปล่ารับอากาศเย็นจนรู้สึกแปลกประหลาด วิกผมสีดำขลับยาวถึงกลางหลังแนบลงบนบ่า
ผมมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจยาว “กูว่าโป๊ะแตกชัวร์…”
“เออน่า แกก็แถไปสิว่าช่วงนี้เล่นเวท เลยบึกบึนเป็นพิเศษ”
เรย์เริ่มลงมือแต่งหน้าให้ผม แปรงแต่งหน้าปัดไปมาบนแก้มอย่างคล่องแคล่ว สีลิปสติกแต้มลงบนริมฝีปาก อายไลเนอร์ลากเส้นยาวเฉียบคม ไม่นาน ใบหน้ามาดแมนก็ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพียงหญิงสาวที่แทบถอดแบบออกมาจากเรย์
ผมเผลอนิ่งไปเมื่อมองกระจกอีกครั้ง แม้รูปร่างจะยังดูผิดสัดส่วน แต่ใบหน้านั้นกลับดูเหมือนผู้หญิงอย่างน่าประหลาด
“เห็นไหม กูซะอย่าง” เรย์เชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจ จากนั้นเธอก็ยื่นโทรศัพท์ให้ผม พร้อมรหัสแอคเคานต์ PairUp อย่างครบถ้วน ก่อนจะลากผมขึ้นแท็กซี่แล้วปิดประตูเสียงดังปัง!
“ไป Destiny Café ด่วน!”
คนขับแท็กซี่วัยกลางคนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าแล้วออกรถ ขณะที่เรย์ยืนโบกมืออยู่ข้างถนนด้วยสีหน้าระรื่นราวกับกำลังส่งคนไปสนามรบแทนตัวเอง
ไม่นานนัก รถก็จอดหน้าคาเฟ่ Destiny
ผมลงจากรถ จ่ายค่าโดยสาร แล้วเดินเข้าไปในร้านด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ รองเท้าส้นสูงทำให้ก้าวเดินลำบาก ชุดเดรสรัดต้นขาจนรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการ ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ ก็ลอยมาปะทะจมูก
ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนอุ่น ผนังอิฐสีครีมประดับด้วยโคมไฟวินเทจ แสงสีส้มสาดลงบนโต๊ะไม้กลม ๆ เสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ คลออยู่ในอากาศ ม่านสีขาวบางพลิ้วไหวตามลมจากเครื่องปรับอากาศ
สายตาหลายคู่หันมามองผมพร้อมรอยยิ้มกลั้นขำ เพราะเห็นชัดว่าผู้ชายร่างใหญ่กำลังสวมชุดเดรสยกเว้นเพียงคนเดียว….
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะริมหน้าต่าง
ยามิเร็น
ผมเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามเขาด้วยรอยยิ้มแข็ง ๆ “ขอโทษที่มาสายค่ะ… พอดีติดธุระนิดหน่อย”
ยามิเร็นยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้ามามองผมด้วยแววตาลึกลับ
“หึ… ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัว ปล่อยให้ข้าผู้ถูกผนึกด้วยคำสาปแห่งรัตติกาล รอคอยท่ามกลางกระแสเวลาที่เชื่องช้า”
เขาวางแก้วลงอย่างสง่างาม “หรือว่านี่คือบททดสอบที่โชคชะตา…และดวงดาวบนฟากฟ้าได้ลิขิตไว้ การพบกันของข้า ราชันแห่งเงามืด กับเจ้าผู้เป็นดั่งเทพธิดาแห่งแสงจันทร์…”