ท่ามกลางแสงสีสลัวพลายพร่าในบาร์ลับย่านใจกลางเมือง กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกผสมปนเปไปกับควันบุหรี่จางๆ อนวัชในสภาพกึ่งเมาพิงแผ่นหลังกว้างลงกับโซฟาหนังสีแดงเข้ม ดวงตาคมปรือปรอยปรายมองบรรยากาศรอบตัวด้วยความเบื่อหน่าย วันนี้เพื่อนของเขาธามชวนออกมากินเหล้าที่ผับบาร์เเห่งนี้หลังจากที่เขาจบงานเจาะจิวที่สะดือให้ลูกค้าสาวท่านหนึ่งไปจึงเดินทางมาที่นี่แม้ปากจะยังขยับยิ้มแพรวพราวโปรยเสน่ห์ให้บรรดาสาวๆ ที่เดินผ่านไปมาตามสัญชาตญาณเสือร้ายแต่ใจเขากลับจดจ่ออยู่กับการไถหน้าจอโทรศัพท์ดูคลิปเต้นล่าสุดของหญิงสาวปริศนาที่เขาคลั่งไคล้มาตลอด 2 ปี จนกระทั่งไอ้ธามเพื่อนตัวดีของเขาดันสายตาดีไปเห็นใครบางคนท่าท่างเงอะงะดูเหมือนหาคนรู้จักไม่เจอ ไม่วายเพื่อนตัวดีคิดตีซี้กวักมือเรียก เด็กหลงฝูง คนนั้นมานั่งร่วมโต๊ะแอชตันเหลือบมองเพียงหางตาก็พบกับบุคคลที่ดู เฉิ่มเชย ที่สุดในสถานที่แห่งนี้
ผมหน้าม้ายาวปรกจนแทบมองไม่เห็นดวงตาแว่นตากรอบหนาเตอะและเสื้อกันหนาวตัวโคร่งที่ปิดบังทุกสัดส่วนเขาไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เริ่มทำหน้าที่ของมันจากการที่ประเมินอีกฝ่ายว่าเฉิ่มเชยบทสนทนากลับยิ่งไหลลื่นราวกับรู้จักกันมานานนับหลายปีภายใต้ความมึนเมาทำให้เขาเริ่มสังเกตเห็นกระแสความดึงดูดบางอย่างจากคนข้างกายอย่างประหลาด
เมื่อเวลาล่วงเลยถึงตีสาม
ท่ามกลางความเงียบงัดของท้องถนนและการตัดสินใจที่พร่าเลือนด้วยความเมาแอชตันพาร่างที่ดูบอบบางในชุดเสื้อตัวโคร่งกลับมาที่คอนโดหรูของเขา ทันทีที่ประตูห้องปิดลง บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้น
เขาที่ปกติจะเป็นฝ่ายคุมเกมและรุกรานเหยื่อด้วยความแพรวพราว กลับรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่พลุ่งพล่านมากกว่าครั้งไหนๆ เขาใช้ฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดและรอยสักรวบเอวบางไว้แน่น ก่อนจะกระชากเสื้อกันหนาวตัวหนาที่เกะกะสายตานั้นออกให้พ้นทาง
วินาทีที่อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดร่วงลงสู่พื้นห้องแสงไฟรำไรจากภายนอกหน้าต่างที่ส่องกระทบเรือนร่างขาวนวลก็ทำให้แอชตันถึงกับลมหายใจสะดุดผิวขาวเนียนละเอียดที่เขาโหยหามาตลอดภายใต้จินตนาการบัดนี้อยู่ตรงหน้า กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ลีนสวยงามและส่วนเว้าโค้งที่เพอร์เฟกต์ราวกับถูกปั้นแต่งมาอย่างดีและเมื่อสายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงไปยังช่วงล่างหัวใจของเขาก็เต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกรอยสักรูปดาวดวงเล็กสองดวงที่เชิงกรานและจิวสะดือรูปไม้กางเขนที่สะท้อนแสงแวววาวเล่นกับนัยน์ตาของเขา
“เชี่ย...นี่มัน...”
ความทรงจำจากหน้าจอโทรศัพท์นับพันครั้งหลั่งไหลเข้ามาในหัวเหมือนทำนองเพลงที่คุ้นเคยคนตรงหน้าเขาไม่ใช่เด็กเฉิ่มที่บาร์แต่คือเจ้าของแผ่นหลังและท่วงท่าการเต้นที่เขาเฝ้าติดตามมานับปี
ความเงี่ยนกระสันและความคลั่งรักที่สะสมมานานปะทุขึ้นจนเกินจะกั้นแอชตันโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นน้ำหอมจางๆ มือหนาลูบไล้ไปตามรอยสักรูปดาวอย่างลุ่มหลงเขาบดจูบลงไปอย่างหนักหน่วงและรุนแรงตามสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเสียงครางกระเส่าและร่างกายที่เบียดเสียดเข้าหากันจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่านทำให้เขาแทบคุ้มคลั่งเขาใช้ความเป็นชายที่ขยายใหญ่จนคับแน่นกระแทกกระทั้นเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความต้องการทั้งหมดที่มี กลิ่นกายและหยาดเหงื่อที่ผสมปนเปกันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะได้ครอบครองดวงดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อมมาตลอด
เขาจับร่างบางให้หันหลังพิงกับหน้าต่างบานใหญ่กดน้ำหนักตัวลงไปเพื่อตีตราความเป็นเจ้าของบนแผ่นหลังเนียนที่เขาจำสัดส่วนได้ทุกกระเบียดนิ้วทุกการขยับเขยื้อนของเขาเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและกระหายหิวปลายนิ้วเรียวสวมแหวนเงินจิกเกร็งไปตามท่อนแขนและต้นขาขาว เขาอยากจะเห็นใบหน้าภายใต้หน้าม้านั้นให้ชัดๆ แต่ความสุขสมที่พุ่งพล่านกลับทำให้เขาทำได้เพียงคำรามออกมาในลำคอพร้อมกับกระแทกกายเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์ซ้ำๆ จนร่างตรงหน้าสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์
คืนนั้นเขาไม่ได้เพียงแค่ตอบสนองความใคร่แต่เขาได้ฝังร่างลงในความฝันที่กลายเป็นจริงทิ้งรอยแดงและรอยรักไว้ทั่วเรือนร่างที่เขารักที่สุดก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับการกอดรัดที่แน่นหนาที่สุดในชีวิต
เช้าวันต่อมาความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง
เมื่อแสงแดดอ่อนๆ แยงตาจนแอชตันต้องขยับกายตื่นขึ้น ความรู้สึกแรกคือความปวดหนึบที่กล้ามเนื้อและความทรงจำที่ชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเขารีบกวาดมือไปข้างกายเพื่อจะดึงร่างนั้นเข้ามากอดอีกครั้ง แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้มีเพียงความเย็นชิบของที่นอนที่ว่างเปล่า เขาสปริงตัวลุกขึ้นยืนในสภาพเปลือยเปล่ารอยสักบนหน้าอกสะท้อนเงาในกระจกที่เต็มไปด้วยรอยข่วนเขาวิ่งไปรอบห้องเหมือนคนบ้า แต่ไม่พบร่องรอยของคนคนนั้นเลยเสื้อกันหนาวตัวเก่าและแว่นตาหายไปพร้อมกับตัวเจ้าของเหลือเพียงกลิ่นหอมและ จิวไม้กางเขน ที่หลุดตกอยู่ข้างเตียงไว้ให้ดูต่างหน้า
“หายไปไหนวะ...”
เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับกำจิวในมือแน่น สายตาที่เคยแพรวพราวบัดนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว เขาจะไม่ยอมให้ความลับที่เขาเผลอได้มาครองหลุดมือไปง่ายๆ แบบนี้หรอก
หลังจากนั้นเขาก็พยายามทักตามหาตัว User มาตลอดจนกระทั่งวันหนึ่ง
ภายในร้าน Stardust Studio บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ กลิ่นน้ำหอมมีเสน่ห์ลึกลับของเจ้าของร้านลอยผสมปนเปไปกับกลิ่นสะอาดสะอ้านของน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดทางการแพทย์ แสงไฟสีวอร์มไวท์ในร้านถูกหรี่ลงให้ดูสลัวขับเน้นให้บรรดากรอบรูปผลงานการเจาะและรอยสักบนผนังดูมีมิติ อนวัช หรือ แอชตันในชุดเสื้อแขนกุดตัวโคร่งสีดำเผยให้เห็นแผ่นอกแกร่งและลอนกล้ามท้องที่เรียงตัวสวยภายใต้รอยสักสีเข้มที่ลามเลียไปตามท่อนแขนและลาดไหล่ เขากำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างเกียจคร้าน ปลายนิ้วเรียวยาวสวมแหวนเงินหลายวงหมุนควงปากกาเล่นขณะดวงตาคมปรือปรอยอยู่ภายใต้ปีกหมวกแก็ปสีดำที่กดลงต่ำปิดบังความฟุ้งซ่านในใจ
นับตั้งแต่วันนั้นวันที่เขาตื่นมาพบกับความว่างเปล่าทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ บนที่นอน แอชตันก็แทบไม่เป็นผู้เป็นคน เขาพลิกแผ่นดินหา ยัยตัวแสบ ที่กล้าทิ้งเขาไปหลังจากมอบค่ำคืนที่เร่าร้อนที่สุดให้ความลับที่เขาจดจำได้ติดตาไม่ใช่ใบหน้าเฉิ่มเชยภายใต้แว่นสายตากรอบหนาแต่เป็นเรือนร่างที่งดงามราวกับงานศิลปะและรอยสักรูปดาวดวงเล็กที่เชิงกรานคู่กับจิวสะดือรูปไม้กางเขนที่เขาแสนจะคุ้นตาจากหน้าจอ TikTok
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งเรียกให้เขาปรายตาสามขีดไปมอง ลูกค้าใหม่สองคนเดินเข้ามา คนหนึ่งดูร่าเริงและตื่นเต้นที่จะมาเจาะจิวใหม่ ส่วนอีกคนคือคนที่ทำให้หัวใจของเสือร้ายกระตุกวูบอย่างแรงร่างเล็กในชุดมิดชิดดูธรรมดาจนเกือบจะกลืนหายไปกับฝูงชนผมหน้าม้ายาวปรกตาและแว่นตาหนาเตอะนั่นพยายามซ่อนตัวตนอย่างสุดความสามารถ แต่สำหรับแอชตันที่จ้องมองร่างนี้ผ่านคลิปวิดีโอนับร้อยรอบและสัมผัสมาแล้วด้วยมือตัวเอง เขาย่อมจำท่าทางการเดินและออร่าบางอย่างได้ทันที
เขารู้สึกถึงกระแสเลือดที่สูบฉีดพล่านไปทั่วร่าง ความตื่นเต้นที่ปนเปไปกับความหงุดหงิดที่ถูกเมินเฉยทำให้เขายกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ อนวัชลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 185 เซนติเมตรจัดระเบียบจิวที่ริมฝีปากและลักยิ้มของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาด้วยท่วงท่าคุกคามเหมือนนักล่าที่เจอเหยื่อที่ตามหามานาน เขาแสร้งทำเป็นสนใจลูกค้าที่มาเจาะจิวแต่สายตาคมกริบกลับจดจ้องไปที่คนข้างๆ ที่พยายามก้มหน้าก้มตาหลบตาเขาอยู่ตลอดเวลา
ในจังหวะที่ User เอื้อมมือไปช่วยเพื่อนขยับเสื้อผ้า หรือตอนที่ลมจากเครื่องปรับอากาศเป่าจนชายเสื้อเลิกขึ้นเล็กน้อยแอชตันก็เห็นมันประกายวับวาวของจิวไม้กางเขนที่สะท้อนแสงไฟและขอบรอยสักรูปดาวที่โผล่พ้นขอบกางเกงออกมาเพียงเสี้ยววินาทีวินาทีนั้นความสงสัยทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความโหยหาที่แปรเปลี่ยนเป็นความต้องการครอบครองอย่างรุนแรงเขาโน้มตัวลงไปหาคนตัวเล็กจนได้กลิ่นหอมจางๆ ที่เหมือนกับในคืนนั้นไม่ผิดเพี้ยน ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ร้านนี้รับเจาะทุกส่วนนะครับ...โดยเฉพาะตรงที่เคยเจาะมาแล้วแต่เจ้าของดันลืมทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน”
เขายืดตัวขึ้นพลางเลียริมฝีปากที่มีจิวประดับอยู่ สายตาที่เคยมองอย่างเจ้าชู้แพรวพราวกับคนทั้งโลก บัดนี้กลับวาวโรจน์และแหลมคมราวกับจะตีตราจองคนตรงหน้าไว้เพียงคนเดียวเท่านั้น
"จะเจาะเพิ่ม...หรือจะให้พี่ทวนความจำให้ดีครับ?"