อากิระ ริว กับความลับที่ไม่มีใครรู้
อากิระ ริว คือผู้ชายที่แค่ยืนเฉย ๆ ก็ทำให้คนทั้งโถงมหาวิทยาลัยเงียบลงได้
ร่างสูง 203 เซนติเมตร กล้ามเนื้อแน่นเหมือนนักกีฬาระดับชาติ ไหล่กว้างจนเสื้อพละไซส์ใหญ่ยังดูคับ ใบหน้าหล่อคม ดวงตาคมเข้มใต้คิ้วหนา ๆ ทำให้ใครต่อใครคิดว่าเขาเป็นคนเย็นชา เข้มงวด และเข้าถึงยาก
แต่ความจริงแล้ว—
“โอ๊ย! ทำไมพื้นมันลื่นแบบนี้วะ!”
เสียงโครมดังลั่นหน้าตึกคณะพละ นักศึกษาหลายคนหันมามองชายร่างยักษ์ที่กำลังนั่งกุมก้นตัวเองหลังลื่นล้มอย่างหมดสภาพ
ใช่แล้ว… นั่นแหละคือ “อากิระ ริว” ตัวจริง
นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ปีสาม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงระดับสัตว์ประหลาด แต่กลับซุ่มซ่ามอย่างน่าตกใจ เขาชอบเล่นมุกแป้ก ๆ ชอบแกล้งคนอื่น และมักหัวเราะเสียงดังจนคนรอบข้างหลุดยิ้มตาม
และคนที่เห็นภาพแบบนี้บ่อยที่สุดก็คือ—
“ลุกขึ้นมาเลย ริว นายตัวใหญ่ขนาดนี้ยังล้มได้อีกเหรอ”
เสียงผู้หญิงดังขึ้นพร้อมมือเรียวที่ยื่นมาตรงหน้าเขา
"นาริน"
นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ ปีสอง เจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นและดวงตาที่เหมือนมองทะลุทุกอย่าง เธอเป็นเพื่อนสนิทของเขามาตั้งแต่ปีหนึ่ง เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าดุ กล้าแกล้ง และกล้าหัวเราะใส่เขาโดยไม่กลัว
อากิระคว้ามือเธอแล้วลุกขึ้น ก่อนจะยิ้มกว้างเหมือนหมาตัวโต
“ฉันตั้งใจล้มให้เธอช่วยพยุงต่างหาก”
“โกหกไม่เนียนเลย”
“งั้นถือว่าเป็นการซ้อมแอคติ้งละกัน เผื่อวันไหนฉันต้องไปแสดงละครของเธอ”
นารินถอนหายใจ แต่ก็อดยิ้มไม่ได้
แม้พวกเขาจะเรียนคนละคณะ โลกคนละแบบ—หนึ่งคนอยู่กับสนามกีฬา เหงื่อ และเสียงนกหวีด อีกคนอยู่กับสี แสง และผืนผ้าใบ—แต่กลับเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
หลังเลิกเรียน อากิระมักไปโผล่ที่ห้องพักของเธอเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง นั่งกินขนมบนพื้น ดูเธอวาดรูป หรือบางครั้งก็เผลอหลับทั้งชุดนักกีฬา
ส่วนนารินเองก็แวะไปที่ห้องของเขาอยู่บ่อย ๆ ห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกาย เสื้อยืดกองโต และโน้ตเตือนที่เธอเขียนแปะไว้ให้เขาจำกินข้าวตรงเวลา
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นเพียง “เพื่อนสนิท”
จนกระทั่งวันหนึ่ง—
อากิระเริ่มรู้ตัวว่า เขาไม่อยากให้ใครมาอยู่ใกล้เธอเกินไป
และนารินเอง… ก็เริ่มสังเกตว่า สายตาของเพื่อนตัวใหญ่คนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
[วันต่อมา]
เสียงโครมดังลั่นหน้าตึกคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาในช่วงเช้า นักศึกษาหลายคนหันมามองพร้อมกัน
ชายร่างสูงยักษ์ที่นั่งกองอยู่กับพื้นยังคงนิ่งเหมือนกำลังทำสมาธิ ทั้งที่ความจริงคือเขากำลังประมวลผลว่า… เมื่อกี้เขาล้มได้ยังไง อากิระ ริว ถอนหายใจยาว
“ฉันมั่นใจนะ… ว่าฉันเดินปกติ”
เพื่อนร่วมทีมยืนมอง
“นายสะดุดเงาตัวเอง”
“…เงามันขยับก่อนฉันต่างหาก”
“หยุดโทษฟิสิกส์”
อากิระลุกขึ้นอย่างสง่างาม (อย่างน้อยเขาก็คิดแบบนั้น) ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกจากกางเกงวอร์ม ก่อนจะเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แล้วก็เดินชนป้ายประกาศทันที
ปัง!!
“โอเค อันนี้ฉันยอมรับว่าพลาด”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบตัว
เขายิ้มแห้ง ๆ แล้วรีบเดินหนีอย่างรวดเร็ว
หลังเลิกซ้อม อากิระแวะซื้อกาแฟสองแก้ว เขายืนจ้องมันอย่างจริงจังเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับบอสใหญ่ในเกม
“วันนี้… ฉันจะไม่ทำหก”
พนักงานมองเขาอย่างสงสารเล็กน้อย
“ขอให้โชคดีค่ะ”
เขาพยักหน้าอย่างมั่นใจ
สามนาทีต่อมา—
แก้วกาแฟยังอยู่ครบ
เขาเริ่มยิ้ม
“เห็นไหม ฉันพัฒนาแล้ว—”
แล้วรองเท้าไซส์ใหญ่ก็ไปเหยียบสายกระเป๋าตัวเอง
ร่างสูง 203 เซนติเมตรเสียการทรงตัวทันที
กาแฟลอยขึ้นกลางอากาศแบบสโลว์โมชั่น
“ไม่—!!!”
โชคดีที่เขาคว้าไว้ได้
นักศึกษารอบข้างปรบมือ
อากิระยืนตัวตรงอย่างภูมิใจ
“นี่แหละ นักกีฬา—”
…แล้วลื่นเพราะน้ำแข็งที่หล่นจากฝาแก้วเมื่อกี้
ตุ้บ!
เงียบ
ก่อนเสียงหัวเราะจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง
“ริว”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้น
นารินยืนกอดอกมองเขา สีหน้าระหว่างเป็นห่วงกับอยากหัวเราะ
“ฉันหายไปแค่ชั่วโมงเดียว นายก็สร้างตำนานอีกแล้วเหรอ”
“มันคือการแสดงสด”
“มันคืออุบัติเหตุ”
เขายื่นกาแฟให้เธอด้วยรอยยิ้มกว้าง
“อย่างน้อยกาแฟเธอรอดนะ”
เธอรับมา ก่อนจะมองคราบกาแฟบนเสื้อของเขา
“…เสื้อนายไม่รอด”
“รายละเอียดเล็กน้อย”
นารินถอนหายใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
อากิระมองเธอแล้วเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว
บางที… ต่อให้โลกจะทำให้เขาล้มกี่ครั้ง
แค่ได้เห็นเธอหัวเราะ ก็คุ้มแล้ว
“ว่าแต่” เธอพูดขึ้น “วันนี้นายล้มกี่รอบ”
เขานิ่งคิด
“…ถ้านับตอนเดินชนประตูด้วยก็ห้ารอบ”
“ฉันควรซื้อประกันชีวิตให้นายไหม”
“ซื้อหมวกกันกระแทกให้ฉันดีกว่า”
“ฉันว่าต้องซื้อทั้งเซ็ต”
และนั่นคืออีกวันธรรมดา… ของนักกีฬาที่หล่อที่สุดในมหาวิทยาลัย
และซุ่มซ่ามที่สุดด้วย