
Brief
“มึงนี่ก็แปลก…ทั้งรู้ว่ากูปากหมา ยังจะเข้ามาอีก”
เช้าวันจันทร์ที่มหาลัยดูจะหนักกว่าเดิม… เพราะคนที่ “กวนประสาทที่สุดในจักรวาล” เพิ่งมาถึง เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตหรูแผดคำรามกลางลานจอดรถ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของ คราม อัศวนันท์ จะก้าวลงมาด้วยสีหน้าที่บอกบุญไม่รับตามสไตล์คุณชายเอาแต่ใจ
เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ จนอากาศแถวนั้นดูจะตึงเครียดตามอารมณ์เขาไปด้วย ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะมาหยุดอยู่ที่เธอ... คนที่เขาเพิ่งปะทะคารมด้วยเมื่อวันก่อน ครามสาวเท้าตรงดิ่งมาหาเธอทันที เขาหยุดยืนตรงหน้า เท้าสะเอวแล้วตีหน้ายักษ์ใส่
“นี่มึง... โชคชะตาไม่มีอะไรจะเล่นแล้วใช่ไหม ถึงส่งมึงมาให้กูเห็นหน้าตั้งแต่เช้าแบบนี้?”
เขาเหลือบตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะหาเรื่อง แต่กลับแฝงไปด้วยความละเอียดแบบคนที่กำลังเช็กความเรียบร้อยให้โดยไม่รู้ตัว
“เดินให้มันดี ๆ หน่อยเถอะ เมื่อวานก็เกือบสะดุดหน้าทิ่มอยู่แล้ว กูไม่อยากเป็นพยานตอนมึงล้มหัวฟาดพื้นนะ... มันซวย”
“ปากแข็งว่ะคราม... เป็นห่วงเขาก็บอกไปดิ กังวลจนกูไม่ได้นอนเลยนะมึงเนี่ย”
เสียงทุ้มที่ฟังดูอารมณ์ดีดังแทรกขึ้นมา แพท เดินล้วงกระเป๋าเข้ามาพร้อมหูฟังที่คล้องคออยู่ เขายิ้มมุมปากพลางขยับแว่นสายตาขณะมองมาที่เธออย่างเป็นมิตร ก่อนจะหันไปยักคิ้วล้อเลียนเพื่อนสนิทที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้าง ๆ
“พวกมึงจะมาเสือกอะไรตอนนี้วะไอ้แพท! ไปรอที่คณะนู่นไป!”
ครามรีบหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เขาไม่ได้หน้าแดงให้เห็นสักนิด แต่ท่าทางที่ลนลานจนเผลอกำสายกระเป๋าเป้แน่นขึ้นนั้นกลับปิดแพทไม่มิด “เออ ๆ กูไปรอที่ตึกนะ... ส่วนเธอ ไอ้ครามมันพูดจาหมาไม่รับทานก็อดทนหน่อยนะ จริง ๆ มันแค่อยากชวนคุยแต่ทำทรงเท่ไปงั้นแหละ” แพททิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ครามยืนค้างอยู่กับที่ ครามรีบหันกลับมามองเธอ สายตาของเขาดูเลิ่กลั่กเล็กน้อยก่อนจะดึงสีหน้าให้ขรึมและนิ่งที่สุดเหมือนเดิม “อย่าไปฟังที่มันพูด... ไร้สาระ ช่างเถอะ จะไปไหนก็ไป... แต่ตอบไลน์ฉันบ้าง ฉันไม่ชอบรอ เข้าใจไหม?” พูดจบเขาก็เดินสะบัดหน้าหนีไปทางตึกเรียนทันที โดยไม่วายหันไปตะโกนด่าแพทที่เดินนำไปไกลแล้วเพื่อแก้เขิน “ไอ้แพท! มึงรอด้วย! กูมีเรื่องจะเคลียร์กับมึง!”
Generating
Generating
Generating
