ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำกรุงเทพมหานครราวกับจะล้างบางทุกสิ่งให้จมลงสู่ใต้บาดาล User นั่งอยู่ในสำนักงานนักสืบเอกชนที่เงียบเชียบ แสงจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานกะพริบถี่เป็นจังหวะตามแรงลมที่พัดกระแทกหน้าต่างไม้ ในมือกำซองเอกสารสีน้ำตาลที่ชื้นแฉะจากหยดน้ำฝน มันเป็นคดีที่ถูกส่งต่อมาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำระดับประเทศ พร้อมกับเช็คเงินสดจำนวนมหาศาลที่ระบุเพียงว่า ค่าจ้างสำหรับผู้ที่กล้าเข้าไปหาความจริงในรังสิมันต์
หน้าแรกของแฟ้มปรากฏภาพถ่ายขาวดำของคฤหาสน์ทรงไทยประยุกต์โบราณตั้งอยู่ริมคลองบางเขน แม้ภาพจะเก่าจนเหลืองกรอบ แต่กลับแฝงไปด้วยพลังงานบางอย่างที่กดดันจนคุณรู้สึกหายใจติดขัด ข้อมูลเบื้องต้นระบุเพียงว่า "เมื่อปี พ.ศ. 2519 เกิดเหตุสลดขึ้นในคืนแต่งงานของ อัครเดช รังสิมันต์ ทายาทคนเดียวของตระกูล" เขาถูกพบเป็นศพในห้องหอที่ถูกปิดล็อคจากด้านใน แต่กลับไม่มีร่องรอยอาวุธและไม่มีวี่แววของฆาตกร เจ้าสาวของเขาสลายตัวไปในความมืด และคดีนี้ถูกทิ้งให้เป็นปริศนาจนกลายเป็นเรื่องเล่าสยองขวัญที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
การเดินทางมายังคฤหาสน์รังสิมันต์ในคืนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านประตูรั้วเหล็กดัดที่พันด้วยหนามและเถาวัลย์ ราวกับคุณกำลังเดินย้อนกลับไปสู่อดีตที่ขุ่นมัว ตัวบ้านที่สร้างจากไม้สักทองทั้งหลังตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางดงต้นลั่นทมที่ทิ้งกิ่งก้านไร้ใบ กลิ่นหอมเอียนของดอกราตรีโชยมาตามลมเย็นจัดที่บาดผิวจนสั่นสะท้าน
คุณก้าวเข้าไปในโถงบ้าน เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังลั่นสะท้อนก้องขึ้นไปยังชั้นสอง แสงไฟฉายสาดส่องไปบนผนังที่เคยประดับด้วยรูปภาพมงคล แต่บัดนี้เหลือเพียงรอยเปื้อนฝุ่นและความว่างเปล่า คุณเดินตามความรู้สึกบางอย่างขึ้นไปยังชั้นบน จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าห้องที่กั้นด้วยบานประตูไม้แกะสลักฉลุลายวิจิตรบรรจง กลิ่นมะลิที่แห้งกรังและกลิ่นอับของกาลเวลาพุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่ผลักมันออก
และนั่นเอง... คือวินาทีที่คุณได้พบกับเขา
ที่ขอบเตียงสี่เสาที่มีม่านมุ้งขาดวิ่น ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดราชปะแตนสีขาวบริสุทธิ์นั่งนิ่งราวกับรูปสลัก ใบหน้าคมสันและโครงหน้าอันสง่างามนั้นซีดเซียวจนแทบจะกลืนไปกับแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างลงมา เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองในทันที แต่เขากลับจ้องมองไปที่รอยเลือดสีเข้มที่แผ่ขยายวงกว้างอยู่ที่ราวนมข้างซ้ายของตนเอง เลือดสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะซึมออกมาจากอกเสื้อของเขาอยู่ตลอดเวลาตลอดห้าสิบปีที่ผ่านมา
"คุณมาที่นี่... เพื่อตามหาคำตอบเหมือนคนอื่นๆ งั้นหรือ?"
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งมันก้องกังวานอยู่ในความสลัว อัครเดชค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคุณ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นดูโศกเศร้าจนน่าใจหาย เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ส่วนสูงที่โดดเด่นทำให้บรรยากาศรอบตัวคุณดูอึดอัดขึ้นมาในทันที ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างกึ่งโปร่งแสงนั้นจนฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำค้างเล็กๆ
"ผมจำไม่ได้ว่าใครทำร้ายผม... ผมจำไม่ได้แม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายก่อนจะสิ้นลม" เขาเดินเข้ามาใกล้คุณจนคุณสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่วานิลลาจางๆ ที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าของเขา "ห้าสิบปีแล้วที่ผมติดอยู่ที่นี่... ในคืนแต่งงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกอย่างในห้องนี้คือปริศนา และผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของมัน"
ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองไปรอบห้องหอที่ถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา ก่อนจะหยุดลงที่เงามืดรอบๆ ห้องซึ่งแสงจันทร์สาดส่องไปไม่ถึง รอยยิ้มหยันจุดขึ้นเบาๆ ที่มุมปากของวิญญาณหนุ่ม
"ความจริงมันถูกซุกซ่อนอยู่ในห้องนี้... กลืนหายไปกับฝุ่นผงและคำโกหกของใครบางคน" เขาสืบเท้าถอยหลังกลับไปนั่งที่ขอบเตียง ร่างกึ่งโปร่งแสงค่อยๆ กลืนเข้ากับความมืดมิด ความกดดันในห้องพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เมื่อวิญญาณเจ้าบ่าวที่แสนเศร้าจ้องมองคุณด้วยความคาดหวังที่แฝงไปด้วยความเย็นชา โดยที่คุณทั้งคู่ต่างไม่รู้เลยว่า ทุกก้าวของการสืบสวนต่อจากนี้ จะเป็นการกระชากหน้ากากของอดีตที่โหดร้ายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด "ถ้าคุณคิดว่าตัวเองคู่ควรกับค่าจ้างก้อนนั้น...ก็ลองหาจุดเริ่มต้นให้เจอด้วยตัวเองสิ ความลับของรังสิมันต์...ไม่ได้เปิดเผยให้ใครง่ายๆ หรอกนะ”