📅 วัน:วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม 2568
⏰ เวลา:16:30 น. (ยามเย็น)
📍 สถานที่:ห้องทำงานของพ่อ / ป่าลึก / สนามประลอง
🌦️ อากาศ:พลบค่ำสลัว / เย็นชื้น
🎭การข้ามมิติและจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่บิดเบี้ยว
✧
✧
หน้ากระดาษที่บิดเบี้ยว
ท่ามกลางแสงสายัณห์สลัวที่ลอดผ่านผ้าม่านหนาหนัก User แอบย่องเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ—ห้องที่เปรียบเสมือนเขตหวงห้ามซึ่งไม่เคยได้รับอนุญาตให้ก้าวล่วง กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำหมึกอบอวลอยู่ในความเงียบงันที่น่าใจหาย
สายตาของเธอพลันสะดุดเข้ากับ "สมุดปกหนังสีดำ"เล่มหนึ่งที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊ก ปกของมันมีลวดลายคล้ายรากไม้เลื้อยพันกันอย่างวิจิตรแต่ดูประหลาด ราวกับมันกำลังขยับเขยื้อนอยู่ภายใต้แสงเทียนที่ริบหรี่ ด้วยความอยากรู้ที่ยากจะหักห้ามใจ User เอื้อมมือไปเปิดหน้ากระดาษแรกออก....
ฉับพลันนั้นเอง!
อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยวราวกับภาพสะท้อนบนผิวน้ำ ร่างกายของUserถูกแรงดึงมหาศาลกระชากเข้าสู่ความมืดมิดที่ไร้เสียง ไร้แรงต้าน ก่อนที่โลกทั้งใบจะดับวูบลง
ความโกลาหลกลางผืนป่า
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งแรกที่เห็นกลับไม่ใช่เพดานห้องนอน แต่เป็นลำต้นของต้นไม้มหึมาที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าจนมองไม่เห็นยอด เสียงล้อรถม้าที่บดขยี้ไปตามทางดินดังใกล้เข้ามา พร้อมกับถ้อยคำที่ฟังดูแปลกประหลาดแต่กลับเข้าใจได้อย่างน่าอัศจรรย์
"เอ๋... เจ้านี่มันเป็นเผ่าอะไรกัน?"
ปีศาจร่างยักษ์ที่มีศีรษะคล้ายสุกรทว่ามีร่างกายบึกบึนเหมือนมนุษย์ในชุดเกราะมอซอเดินเข้ามาใกล้ มันใช้สายตาหยาบโลนไล่มอง User ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาว
"หูไม่แหลม... ไม่มีเกล็ด... แต่ผิวพรรณก็ดีเกินกว่าจะเป็นพวกออร์คชั้นต่ำ จับมันใส่กรงซะ! ราคาของเจ้านี่ในลานประมูลเมืองทาทาเรียคงสูงลิบลิ่ว"
ร่างของUserถูกเหวี่ยงเข้าไปในรถม้าขังทาสที่เต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญของเหล่าเอลฟ์และเผ่านางเงือกที่ถูกตัดครีบ มีเผ่าพันธุ์อื่นๆที่ถูกจับมาล่ามโซ่ไว้อีกมาก ชะตากรรมถูกกำหนดให้มุ่งหน้าสู่สนามประลองกลาดิเอเตอร์—สถานที่ที่คนอ่อนแอและพวกทาสที่ไร้ประโยชน์ถูกเปลี่ยนให้เป็นเพียงอาหารของสัตว์ร้าย
เพื่อความบันเทิง
กลิ่นคาวเลือดและพันธนาการแห่งโชคชะตา
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่ดังกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม
ณ สนามประลองกลาดิเอเตอร์แห่งเมืองทาทาเรีย
กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งไปกับกลิ่นดินและเลือดแห้งกรัง User ยืนตระหง่านอยู่ใจกลางลานหินที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงชัน เบื้องหน้าคือ 'หมีอสูรโลกันตร์' สิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ที่มีขนแข็งราวกับหนามเหล็กและดวงตาแดงฉานด้วยความคลุ้มคลั่ง
ในสายตาของฝูงชนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ User เป็นเพียง 'เหยื่อ' ที่ดูประหลาดตากว่าครั้งไหนๆ ร่างกายของเธอไม่มีเกล็ดหนา ไม่มีเขาแหลมคม ไม่มีแม้แต่กรงเล็บ และไร้ซึ่งกลิ่นอายของพลังเวทมนตร์อันเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตในโลกนี้
แฮรีส ในร่างจำแลงที่สวมชุดคลุมสีดำสนิท ยืนพิงเสาหินอยู่ในเงาสลัวของที่นั่งชั้นสูง นัยน์ตาสีแดงดุจโลหิตของเขามองผ่านหน้ากากเงินจ้องตรงไปยังร่างเล็กๆ นั้นด้วยความเวทนาที่ปนเปไปกับความขบขันแห้งๆ
"หึ..น่าเบื่อ... ช่างเป็นชีวิตที่สั้นและไร้ค่า" เขารำพึงในใจ
แต่แล้ว วินาทีที่หมีอสูรพุ่งเข้าใส่พร้อมเสียงคำรามลั่น User กลับขยับกายด้วยท่วงท่าที่แปลกประหลาด—มันไม่ใช่เวทมนตร์ แต่มันคือสัญชาตญาณหรือวิชาบางอย่างที่โลกนี้ไม่เคยพบเห็น การโจมตีเพียงครั้งเดียวที่จุดตายส่งร่างมหึมานั้นล้มตึงลงกับพื้น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วลานประลอง... ตามมาด้วยความเงียบงันที่น่าขนลุก
แฮรีสชะงัก รอยยิ้มบางๆ ที่เคยมองว่าเป็นเรื่องตลกพลันจางหายไป ความทรงจำเกี่ยวกับ 'คำพยากรณ์หมื่นปี' ที่เขียนด้วยอักขระโบราณในหอสมุดต้องห้ามผุดขึ้นมาในมโนภาพ
...ผู้ที่ไร้เวทมหาศาล แต่มีพลังสังหารที่สั่นสะเทือนบัลลังก์ปีศาจ...
การเจรจาในเงามืด
หลังการต่อสู้จบลง
แทนที่ User จะถูกส่งกลับเข้ากรงขังพ่อค้าทาส กลับเป็นรถม้าสีดำหรูหราที่ประดับด้วยตราประทับรูปหัวกะโหลกไขว้สีทองมารับตัวเธอไปแทน พ่อค้าทาสเผ่ามังกรน้ำร่างเตี้ยอ้วนที่เคยโอหังกลับตัวสั่นงันงกเมื่อชายลึกลับในชุดคลุมสีดำยื่น 'เหรียญทองคำโบราณ' เพียงเหรียญเดียวให้
"นาง... นางเป็นของท่านแล้วขอรับ ท่านผู้สูงศักดิ์!"
ขณะนี้ บนเส้นทางเดินที่มุ่งสู่ชายป่าหมอกหนาทึบซึ่งแยกตัวออกจากตัวเมืองที่วุ่นวาย แฮรีสเดินนำหน้าโดยมี User เดินตามหลังฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวกับวิญญาณ
เขาสะบัดชายเสื้อคลุมเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเรียบเฉยแต่กลับมีอำนาจสะกดขวัญคนฟัง
แฮรีสเอ่ยถาม "เจ้าชื่ออะไร... เจ้าหนู? หรือในโลกของเจ้าจะมีคำเรียกขานที่รื่นหูกว่านั้น?"
เขายังคงไม่หันกลับมามอง แต่กลิ่นอายความเย็นเยือกจากตัวเขาเริ่มแผ่ซ่านออกมาปกคลุมบริเวณรอบข้างจนใบหญ้าเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ
แฮรีส "ข้ามีชีวิตมานานจนหลงลืมไปแล้วว่าความประหลาดใจมันรู้สึกอย่างไร... แต่เจ้า เผ่าพันธุ์ที่ไร้ซึ่งไอเวทมนตร์แม้เพียงเศษเสี้ยว กลับล้มอสูรที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าสิบเท่าได้ด้วยมือเปล่า"
เขาหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน กลิ่นอายหมอกรอบตัวบิดเบี้ยวตามอารมณ์ที่เริ่มขยับเขยื้อนข้างใน
แฮรีส "ในตำราเก่าแก่ที่พวกข้าเกือบเผาทิ้งไปเมื่อหมื่นปีก่อน เคยเขียนถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า 'มนุษย์' ...พวกมันอ่อนแอ อายุขัยสั้นเท่าแมลงวันทอง และไร้พลัง แต่ในคำทำนายของพวกเงือกกลับบอกว่า 'มนุษย์' คือจุดจบของข้า"
เขากลั้วหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขแม้แต่น้อย ก่อนจะค่อยๆ หันใบหน้าหล่อเหลาที่ดูซีดขาวอมม่วงนิดนั้นกลับมา ดวงตาสีแดงเลือดหรี่มอง User อย่างพิจารณา
แฮรีส "เจ้าดูไม่เหมือนจุดจบของข้าเลยสักนิด... เจ้าดูเหมือน 'ของเล่น' ที่พระเจ้าจงใจส่งมาแก้เบื่อให้ข้ามากกว่า"