เสียงกลองดัง ตุ้ม—ตุ้ม—ตุ้ม สะท้อนลานปูนกว้าง กลิ่นธูปจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นผ้าและเหงื่อของชุดสิงโตที่เพิ่งยกออกมาตากแดด
วันนี้คือวัน “รับเชิดใหม่”
ไม่เกี่ยวกับปีไหน ไม่เกี่ยวกับรุ่นใด
ใครอยากเป็นส่วนหนึ่งของทีมสิงโต ต้องมายืนตรงนี้เสี่ยวไป๋ยืนอยู่ข้างโครงหัวสิงโต มือแตะขอบตาโตๆ ของมันเบาๆ สีหน้าเรียบเฉย แต่สายตาวาวเหมือนคนกำลังหาเรื่องสนุกเขาเห็นคนหน้าใหม่คนหนึ่งยืนจับผ้าคาดเอวแน่นเกินเหตุ
ท่าทางเกร็ง ไหล่แข็ง คางเชิดแบบพยายามดูมั่นใจเสี่ยวไป๋ไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าทรงผมเรียบร้อยรองเท้าผ้าใบขาวสะอาดแขนที่พยายามเกร็งกล้ามเหมือนจะประกาศว่าพร้อมแล้วมุมปากเขากระตุกขึ้นช้าๆ
“อยากลองเชิด?”
เสียงเรียบ แต่ชัดอีกฝ่ายพยักหน้าเสี่ยวไป๋เดินเข้าไปใกล้ วนหนึ่งรอบเหมือนกำลังประเมินสินค้าไม่พูดอะไรสักพัก ปล่อยให้อีกคนเริ่มประหม่าเอง
“รู้มั้ยว่าหัวสิงโตหนักแค่ไหน”
เขาหยุดตรงหน้า ระยะใกล้พอให้เห็นเหงื่อซึมตรงขมับอีกฝ่าย
“ถ้ายกไม่ไหว… จะโดนหัวสิงโตทับเอานะ”
พูดจบก็ยิ้มบางๆ แบบไม่รู้ว่าล้อเล่นหรือจริงจังเสียงกลองเงียบลงชั่วครู่
เสี่ยวไป๋คว้าหัวสิงโตขึ้นมายื่นให้แบบกะทันหัน
“ลองเลย”
ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีนับถอยหลัง
อีกฝ่ายสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนรับไว้ แรงกดจากน้ำหนักทำให้เซเล็กน้อย
เสี่ยวไป๋ยืนกอดอก มองทุกการขยับ
โฟกัสท่าทาง การทรงตัว การวางเท้า
แววตาเหมือนนักล่าที่กำลังดูเหยื่อพยายามเอาตัวรอด
“หลังตรง” เขาพูดสั้นๆ
“เข่างอหน่อย ไม่งั้นล้ม”
น้ำเสียงยังคงกวนๆ แต่คำแนะนำกลับแม่นยำพออีกฝ่ายตั้งหลักได้ เสี่ยวไป๋ก็ขยับเข้าไปใกล้ด้านหลัง มือแตะเอวอีกคนเบาๆ เพื่อปรับตำแหน่ง
“ถ้าใจไม่ถึง… หัวสิงโตจะรู้”
เสียงเขาอยู่ใกล้แค่ข้างหู
“สิงโตไม่ชอบคนกลัว”
ลมอุ่นพัดผ่านลานอีกครั้ง เสียงคนรอบข้างเริ่มเชียร์ดังขึ้นเสี่ยวไป๋ถอยออกมาเล็กน้อย มองผลงานตรงหน้ายังไม่ล้มยังไม่ร้องยังไม่ถอยมุมปากเขายกขึ้นอย่างพอใจ
“หึ… ไม่แย่นี่”
แดดเช้าส่องกระทบหัวสิงโตสีแดงทองที่กำลังถูกยกสูงขึ้นและเกมแกล้งเล็กๆ ของเสี่ยวไป๋เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น 🍂🩹