ก่อนเกิดเหตุ
[ Prologue: The Last Voyage of Serenity ]
สถานที่: เรือสำราญ "เซเรนิตี้" (Serenity) กลางมหาสมุทรที่ไม่มีในแผนที่
เวลา: 13:45 น. (ก่อนเกิดเหตุ 15 นาที)
ท้องฟ้าเหนือทริปพักร้อนสุดหรูที่เคยสดใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างน่าสยดสยอง เสียงดนตรีบนดาดฟ้าเรือถูกกลืนหายไปด้วยเสียงฟ้าผ่าที่ดังสนั่นปานโลกจะถล่ม ทันใดนั้น คลื่นยักษ์ขนาดเท่าตึกสิบชั้นก็ก่อตัวขึ้นรอบทิศทาง เรือขนาดมหึมาสั่นคลอนราวกับเป็นเพียงของเล่นพลาสติกในอ่างน้ำ
"ทุกคนสวมเสื้อชูชีพ! ยึดเกาะสิ่งที่แข็งแรงไว้!" เสียงตะโกนของพนักงานบนเรือปนไปกับเสียงกรีดร้องของผู้คน
ท่ามกลางความวุ่นวาย คุณเห็นชายสามคนที่คุณจะเจอบนหาดในเวลาต่อมา ในสภาพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง:
เรย์เนอร์: ในชุดพักร้อนที่เปียกโชก เขากำลังใช้พละกำลังทั้งหมดแบกเด็กและคนชราขึ้นไปบนเรือช่วยชีวิตอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดและดุดัน "อย่าเบียดกัน! ถ้าไม่อยากตายก็ถอยออกไป!" เขาคำรามใส่ฝูงชนที่กำลังแย่งกันหนีตาย
เซน: นั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องโถงที่น้ำกำลังทะลักเข้า มือเขากำลังรัวคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กที่ต่อสายระโยงระยางเข้ากับแผงควบคุมเรือ "ค่าความดันอากาศมันเป็นไปไม่ได้... นี่มันรอยแยกมิติชัดๆ! บ้าเอ๊ย! ระบบสื่อสารพังหมดแล้ว!" เขาตะโกนอย่างหัวเสียก่อนจะคว้าเป้าเป้ที่ดูหนักอึ้งขึ้นสะพาย
ไค: ยืนนิ่งสนิทอยู่ริมกราบเรือที่กำลังเอียงกะเท่เล่ ท่ามกลางผู้คนที่วิ่งพล่าน เขากลับหลับตาลงและกำผ้าพันคอสีเขียวหม่นไว้แน่น แสงสีม่วงจากท้องฟ้าสะท้อนในแววตาที่สงบนิ่งของเขา "มันเริ่มขึ้นแล้วสินะ..." เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เปรี้ยง!!
สายฟ้าสีม่วงเข้มฟาดลงกลางลำเรือจนหักออกเป็นสองท่อน แรงระเบิดและแรงดันมหาศาลซัดร่างของคุณกระเด็นออกจากตัวเรือ คุณรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกของน้ำทะเลที่ทะลักเข้าปอด ร่างกายถูกดูดกลืนลงสู่ก้นมหาสมุทรที่มืดมิด
ภาพสุดท้ายที่คุณเห็นก่อนสติจะดับวูบ คือเงาของเรือเซเรนิตี้ที่กำลังถูกพายุหมุนสีม่วงกลืนกินเข้าไปทั้งลำ และร่างของผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่กระจัดกระจายไปตามแรงคลื่น...
ปัจจุบัน :
[ Opening Scene: The Silver Awakening - Ordinary Survivors ]
สถานที่: ชายหาดทรายสีเงิน (Silver Sand Beach)
บรรยากาศ: เสียงคลื่นซัดซากปรักหักพัง เสียงนกร้องที่ฟังดูไม่เหมือนนกทั่วไป และความเงียบงันที่น่าอึดอัด
คุณตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการแสบที่จมูกเพราะสำลักน้ำทะเล ความรู้สึกแรกคือความเย็นเยียบของผืนทรายที่ระยิบระยับเหมือนเกล็ดแก้วรอบตัวคุณมีเพียงซากเก้าอี้ชายหาดที่หักพัง เสื้อชูชีพที่ฉีกขาด และกระเป๋าเดินทางที่บุบเบี้ยวรอยกระจายอยู่
ไม่ไกลจากคุณ มีชายแปลกหน้าอีกสามคนในชุดลำลองที่เปียกโชก กำลังค่อยๆ ได้สติขึ้นมาในสภาพที่ดูไม่ได้พอกัน
"อึก... บ้าชะมัด... มือถือข้า... หายไปไหนวะ!"
เรย์เนอร์ ยันกายลุกขึ้นด้วยอาการหัวเสีย เขาอยู่ในชุดเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นแบบคนที่เพิ่งลุกมาจากเก้าอี้ริมสระน้ำ มือหนาควานหาโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ที่เอวตามสัญชาตญาณแต่พบเพียงความว่างเปล่า เขาไอเอาออกมาเป็นน้ำทะเลชุดใหญ่ก่อนจะมองไปรอบๆ ด้วยแววตาที่ดุดันแม้จะดูสับสน "เฮ้! มีใครเห็นกระเป๋าเป้สีดำของข้าไหม? ในนั้นมีของสำคัญอยู่!"
"เลิกโวยวายหาของใช้เถอะลุง... แค่หัวยังตั้งอยู่บนบ่าได้ก็บุญหัวแล้ว"
เซน พึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางสะบัดหัวไล่ความมึนงง เขาใส่เสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่กระดุมหลุดไปเกือบหมดและสวมแว่นสายตาที่ร้าวไปข้างหนึ่ง เขาพยายามจะลุกขึ้นนั่งแต่ก็เซไปพิงกับซากลังไม้ "กล้องของผม... โน้ตบุ๊กผม... พังยับแน่ๆ แล้วที่นี่มันที่ไหน? ทำไมน้ำตกตรงนั้นมันไหลย้อนขึ้นฟ้า? ผมเมาแดดหรือว่าเราหลุดมาอยู่ในรายการโชว์เพี้ยนๆ วะ"
ส่วน ไค เขานอนนิ่งอยู่ใต้ร่มไม้เรืองแสงครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างสงบ เขาอยู่ในชุดเสื้อแขนยาวผ้าลินินสีอ่อนและผ้าพันคอสีเขียวหม่น เขาไม่ได้ดูตกใจหรือรีบร้อนหาของหายเหมือนคนอื่น แต่กลับหลับตาลงเพื่อฟังเสียงคลื่นช้าๆ "ลมทะเลที่นี่... กลิ่นมันไม่เหมือนมหาสมุทรที่พวกเราจากมานะครับ" เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะพยุงตัวขึ้นนั่งแล้วหันมามองคุณ "คุณโอเคไหม? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
เมื่อทุกคนเริ่มตั้งสติได้และเห็นว่าแต่ละคนเป็นเพียงนักท่องเที่ยวแปลกหน้าที่มาติดเกาะร่วมกัน บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความหวาดระแวง
เรย์เนอร์ จ้องมองทุกคนพลางขมวดคิ้ว "พวกเจ้าเป็นใคร? นักท่องเที่ยวจากเรือเซเรนิตี้เหมือนกันใช่ไหม? ข้าชื่อเรย์เนอร์... แล้วนี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น พายุลูกนั้นมันพัดเรามาลงที่พิกัดไหนกันแน่!"
เซน แค่นยิ้มประชดประชันพลางมองดูสภาพตัวเองและคนอื่นๆ "ผมเซน... วิศวกรดวงซวยที่แค่อยากมาพักร้อน แต่ดูเหมือนสวรรค์จะประทานเกาะประหลาดที่ฟิสิกส์พังยับเยินมาให้แทนนะ" เขาหันมาทางคุณ "แล้วคุณล่ะ? ยังมีสติอยู่ใช่ไหม หรือช็อกจนพูดไม่ออกไปแล้ว?"
ไค ลุกขึ้นยืนช้าๆ "ผมไคครับ... ผมว่าเราอย่าเพิ่งสนใจเรื่องของที่หายไปเลย" เขาชี้ไปที่แนวป่าที่ต้นไม้ทุกต้นเริ่มส่งแสงวูบวาบสีม่วงตามจังหวะที่พวกคุณหายใจ "เราควรจะคุยกันก่อนว่า... จะทำยังไงให้รอดพ้นจากคืนแรกบนเกาะที่ไม่รู้จักแห่งนี้"
คุณจะทำอย่างไรต่อไป ในขณะที่คนแปลกหน้าทั้งสามในชุดพักร้อนที่เปียกปอน กำลังรอฟังคำตอบจากคุณ?