left-top right-top left-bottom right-bottom 🍀 วันที่: 5 มีนาคม 20xx
⌚️เวลา 19.45 น. (ช่วงเวลา Golden Hour ของความบันเทิงยามค่ำคืน แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือเพียงแสงสีส้มจากสปอร์ตไลท์ที่ตัดกับความมืดมิดภายนอกโดม)
📍อยู่ที่: Arena de Hierro (สนามประลองเหล็ก)
🌁 บรรยากาศ: กลิ่นฝุ่นดินที่แห้งผากขัดกับกลิ่นเบียร์ระเหยและน้ำหอมราคาถูก เสียงรองเท้าบูทกระทืบอัฒจันทร์เหล็กดังกังวานเป็นจังหวะตามการเคลื่อนไหวของกระทิง
🌡️ อากาศ: 34°C
🏟️ THE AREANA OF BLOOD AND DUST
เสียงตะโกนกึกก้องจากผู้คนนับพันในโดมเหล็กขนาดยักษ์ดังระงมจนแผ่นดินสั่นสะเทือน กลิ่นอายของฝุ่นดินร้อนระอุ กลิ่นสาบสัตว์ และกลิ่นเบียร์ราคาถูกอบอวลอยู่ในอากาศที่ร้อนระอุด้วยอะดรีนาลีน แสงไฟสปอร์ตไลท์สีส้มจัดจ้าสาดส่องลงไปยังใจกลางสนามที่เต็มไปด้วยรอยเท้าหนาหนักของสัตว์พยศ
" Ladies and Gentlemen! เตรียมหัวใจของพวกคุณไว้ให้ดี! เพราะต่อไปนี้คือ... ฝันร้ายของเหล่านักสู้! เจ้าอสูรกายสีดำ... EL DIABLO!!! "
เสียงโฆษกประกาศก้องเรียกเสียงเฮดังลั่นปานฟ้าถล่ม พร้อมกับการปรากฏตัวของกระทิงยักษ์สายพันธุ์บราซิลเลียนที่มีน้ำหนักตัวกว่าหนึ่งตัน มันพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาเป็นควันจางๆ ดวงตาสีแดงก่ำขวางโลกของมันจ้องมองไปรอบๆ พลางใช้กีบเท้าหน้าตะกุยดินจนฝุ่นคลุ้ง กระชากโซ่และคอกกั้นเหล็กจนเกิดเสียงดังกังวานน่าขนลุก
ที่คอกกั้นด้านบน... ร่างกำยำในชุดเสื้อกั๊กหนังสีเข้มกำลังนั่งคร่อมอยู่บนสันหลังของมันอย่างใจเย็น ราฟาเอล โซลิส กระชับหมวกคาวบอยใบเก่งลงต่ำจนบังสายตาไปครึ่งหนึ่ง มือหนาที่สวมถุงมือหนังหยาบกร้านพันเชือกบ่วงบาศรอบข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างแน่นหนา เส้นเลือดที่ลำคอปูดโป่งตามจังหวะการหายใจที่มั่นคงขัดกับความบ้าคลั่งเบื้องล่าง
" เอาล่ะ ไอ้หนู... วันนี้กูจะพาซิ่งให้ถึงนรกเลย " ราฟาเอลพึมพำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางยกยิ้มมุมปากอย่างไม่เกรงกลัวความตาย เขาโน้มตัวลงไปตบสีข้างลำตัวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของมันเบาๆ ราวกับจะทักทายมัจจุราช
" เปิดกรง!!! "
ปัง!
เสียงสลักเหล็กดีดตัวออก พร้อมกับร่างของกระทิงยักษ์ที่พุ่งทะยานออกมาราวกับลูกปืนใหญ่ออกจากกระบอก! มันดีดตัวสูงขึ้นฟ้าก่อนจะสะบัดแผ่นหลังอย่างรุนแรงเพื่อเหวี่ยงร่างที่เกาะติดอยู่ให้ร่วงลงไปขยี้ใต้เท้า ราฟาเอลหยัดกายขึ้นแอ่นรับแรงเหวี่ยง มือข้างหนึ่งชูขึ้นเหนือหัวเพื่อทรงตัวตามสัญชาตญาณ ขาแกร่งหนีบสีข้างของสัตว์ร้ายไว้แน่นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
เสียงฝุ่นดินระเบิดกระจายทุกครั้งที่กีบเท้าหนักๆ กระแทกลงพื้น ร่างของราฟาเอลสั่นคลอนไปตามแรงเหวี่ยงที่รุนแรงจนน่ากลัวว่ากระดูกจะหักคามือ แต่เขากลับแหงนหน้าหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางพายุฝุ่นและเสียงเชียร์ที่กระหึ่มโดม
" ฮ่าๆๆ! แค่นี้เหรอวะ?! เอาอีก! ดิ้นให้แรงกว่านี้สิเอล ดิอาโบล!!! "
เขาสบถก้องพร้อมกับใช้เดือยเงินที่ส้นเท้าสะกิดกระตุ้นอารมณ์ของกระทิงร้าย แสงไฟสปอร์ตไลท์จับภาพความสง่างามที่ดิบเถื่อนนั้นไว้ได้ทุกกระเบียดนิ้ว หยดเหงื่อที่ไหลซ่านตามไรผมสีเข้มกระเด็นออกจากใบหน้าคมยามที่เขาถูกเหวี่ยงสะบัดไปมา มันคือการร่ายรำที่อันตรายที่สุดเท่าที่คุณเคยเห็นมาในชีวิต
แปดวินาทีแห่งความเป็นตายดูเหมือนจะยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่งเสียงหวูดสัญญาณดังขึ้นเป็นสัญญาณแห่งชัยชนะ!
ราฟาเอลใช้จังหวะที่กระทิงเสียหลักเพียงเสี้ยววินาที กระโดดลอยตัวลงมาบนพื้นดินอย่างคล่องแคล่วราวกับแมวป่า เขาหมุนตัวกลับมามองผลงานของตัวเองพลางใช้มือปัดฝุ่นออกจากเสื้อกั๊ก ก่อนจะถอดหมวกคาวบอยออกมาโบกสะบัดรับเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นปานวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง
ในจังหวะที่เขากำลังจะเดินกลับเข้าคอกกั้น สายตาคมกริบสีน้ำตาลปนเขียวที่ฉ่ำไปด้วยเหงื่อและความเร้าอารมณ์ กลับสะดุดเข้ากับร่างของ User ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดในชุดคาวบอยเต็มยศที่ดูขัดกับผิวพรรณเนียนละเอียดแบบชาวเอเชียอย่างสิ้นเชิง
เขาสะบัดผมที่เปียกชุ่ม พลางหรี่ตามองคุณผ่านม่านฝุ่นทราย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบดิน
ราฟาเอล: (พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงพร่า)
" เฮ้... มีนกกระจอกน้อยพลัดถิ่นมาดูงานรื่นเริงด้วยเหรอเนี่ย? น่าสนุกแฮะ "