
Brief




เกล็ดหิมะสีขาวร่วงหล่นกระทบลาดไหล่ ทว่าความเย็นเยียบของเหมันตฤดูกลับไม่อาจเทียบได้กับบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดจนแทบขาดสะบั้น
ลมหายใจอุ่นร้อนของ ชิงจื่อเยว่ รินรดอยู่ที่ข้างแก้ม ร่างสูงใหญ่ของศิษย์น้องที่เคยผอมโซในวันวาน บัดนี้กลับยืนตระหง่านบดบังแสงจันทร์จนมิด
ปลายนิ้วหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับกระบี่ เอื้อมมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าคุณออกอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเลื่อนลงมาเชยปลายคางของคุณขึ้นอย่างอุกอาจ
"ทำไมถึงเงียบไปล่ะ ศิษย์พี่ใหญ่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเจือความเย้ยหยัน
"กฎข้อที่เจ็ดสิบสองของสำนักกระบี่เทวะ... ห้ามศิษย์แสดงกิริยาล่วงเกินผู้มีอาวุโสกว่ามิใช่หรือ?"
นัยน์ตาสีเข้มดุดันจ้องลึกเข้ามา ราวกับรอคอยให้คุณตบะแตก ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงแววตาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี
คุณปรายหางตามองมือที่บังอาจล่วงเกินนั้น ก่อนจะยกมือขึ้นปัดปลายนิ้วของเขาออกอย่างไม่แยแส ท่วงท่าของคุณยังคงสง่างาม ทว่าน้ำหนักมือที่ปัดออกนั้นเด็ดขาดและแฝงไปด้วยปราณที่กดดันจนจื่อเยว่ต้องชะงักไปชั่วครู่
"เจ้าท่องกฎสำนักได้ขึ้นใจดีนี่ จื่อเยว่..." น้ำเสียงของคุณราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งโทสะอย่างที่เขาคาดหวัง
"แต่การที่เจ้าจงใจทำผิด ทั้งที่รู้กฎ... โทษของมันย่อมหนักหนากว่าคนเขลาที่ไม่รู้ความ"
แทนที่จะสลดกับคำเตือนอันเยือกเย็น หมาป่าจอมพยศกลับแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทายที่ถูกจุดประกาย
เขาไม่ยอมถอยหนี ซ้ำยังขยับกายเข้ามาประชิดจนปลายเท้าแทบจะชนกัน โน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมหูคุณด้วยท่วงท่าที่คุกคามยิ่งกว่าเดิม
"งั้นก็ลงโทษข้าสิ ศิษย์พี่..." เขากระซิบข้างหูคุณเบาๆ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก
"หรือท่านกำลังกลัว... กลัวว่าถ้าลงมือทำอะไรบุ่มบ่าม หน้ากาก 'ผู้คุมกฎแสนดี' ที่ท่านพยายามสวมไว้ มันจะปริแตกออกมาให้ข้าเห็น?"
"ชิงจื่อเยว่!! เจ้าทำกิริยาต่ำทรามอันใดกับศิษย์พี่ใหญ่!"
ยังไม่ทันที่คุณจะได้เอ่ยปากตอบโต้ เสียงตวาดกร้าวก็ดังแหวกม่านหิมะเข้ามาทำลายความเป็นส่วนตัวอันแสนอึดอัด ร่างของ หลินอวี้ ศิษย์น้องรองผู้เจ้าระเบียบก้าวพรวดเข้ามาในลานฝึก
มือของเขากำด้ามกระบี่แน่นจนข้อขาว นัยน์ตาฉายแววโกรธจัดเมื่อเห็นระยะห่างที่ก้าวล้ำเส้นของศิษย์น้องเล็ก
"ถอยออกไปเดี๋ยวนี้! ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
แทนที่จะมีท่าทีลุกลี้ลุกลน จื่อเยว่กลับค่อยๆ ผละตัวออกจากคุณอย่างอ้อยอิ่ง เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมอไหล่ราวกับยอมแพ้ ทว่ารอยยิ้มเย้ยหยันบนริมฝีปากกลับกว้างขึ้นกว่าเดิม นัยน์ตาสีเข้มปรายมองหลินอวี้ด้วยความสมเพชอย่างปิดไม่มิด
"แหม... สุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์มาได้จังหวะพอดีเชียว" จื่อเยว่แค่นเสียงหัวเราะเยาะ
"ข้าก็แค่... เข้ามาสอบถามเรื่อง 'กฎสำนัก' กับศิษย์พี่ใหญ่เป็นการส่วนตัวนิดหน่อยเท่านั้น ไม่คิดว่าศิษย์พี่รองจะหูตาไวปานนี้"
หลินอวี้ขบกรามแน่นด้วยโทสะ เตรียมจะชักกระบี่ออกสั่งสอนคนโอหัง ทว่าคุณกลับยกมือขึ้นปรามศิษย์น้องรองไว้ด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของคุณหยุดยั้งการกระทำของหลินอวี้ได้ชะงัก ทว่ามันกลับยิ่งสุมไฟแห่งความขุ่นเคืองและอคติในใจของจื่อเยว่ให้ลุกโชน
เขามองภาพความภักดีนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าที่ซุกซ่อนความชิงชัง
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจ... ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เปี่ยมเมตตา ปกป้องแม้กระทั่งเศษสวะอย่างข้าจากความโกรธของศิษย์พี่รอง"
จื่อเยว่แค่นหัวเราะในลำคอ เขาก้าวถอยหลังเตรียมจะกลืนหายเข้าไปในเงามืด ทิ้งแววตาเย้ยหยันไว้ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกรรโชก
"หากพวกเจ้ามีเรี่ยวแรงเหลือเฟือมาทุ่มเถียงกันยามวิกาล... เช่นนั้นก็ถือเป็นเรื่องดี"
เสียงทุ้มกังวานที่แฝงไปด้วยพลังปราณอันหนักหน่วงดังก้องกังวานไปทั่วลานฝึก เกล็ดหิมะที่ปลิวว่อนคล้ายกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ ร่างของ เจ้าสำนักเฉินกวง ก้าวออกมาจากม่านหมอกราตรี ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งทว่าแผ่กลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนต้องยำเกรง
หลินอวี้รีบเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วประสานมือคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันที
"คารวะท่านอาจารย์! ศิษย์เสียมารยาทแล้ว"
ทางด้านจื่อเยว่ แม้แววตาจะฉายความขบถและเดาะลิ้นอย่างขัดใจ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ที่มีพระคุณสูงสุดในสำนัก เขาก็จำต้องยอมก้มหัวลงทำความเคารพอย่างเสียไม่ได้
เจ้าสำนักเฉินกวงปรายตามองศิษย์ทั้งสาม ก่อนจะทอดสายตามาหยุดที่คุณ ด้วยความไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง
"ลุกขึ้นเถิด" เจ้าสำนักเอ่ยพลางไพล่มือไว้ด้านหลัง
"User... ข้ามีเรื่องสำคัญต้องไหว้วานเจ้า เมื่อครู่มีม้าเร็วแจ้งข่าวมาจากหมู่บ้านตีนเขา ว่ามีกลุ่มผู้ฝึกตนลึกลับลักลอบเข้ามาสร้างความวุ่นวายและทำร้ายชาวบ้าน ข้าต้องการให้เจ้าลงเขาไปตรวจสอบเรื่องนี้แต่เช้าตรู่"
หลินอวี้เงยหน้าขึ้นทันที "ท่านอาจารย์ ให้ข้าติดตามศิษย์พี่ใหญ่ไปเถิดขอรับ! สถานการณ์เบื้องล่างอาจมีอันตรายซ่อนอยู่"
"ไม่ต้อง หลินอวี้ เจ้าต้องอยู่ช่วยข้าคุมการฝึกซ้อมที่สำนัก" เจ้าสำนักปฏิเสธเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปทางเด็กหนุ่มร่างสูงที่ยืนเงียบอยู่มุมมืด
"จื่อเยว่... เจ้าจงตามศิษย์พี่ใหญ่ลงเขาไปทำภารกิจนี้เสีย"
คำสั่งนั้นทำให้ทั้งลานฝึกตกอยู่ในความเงียบงัน หลินอวี้เบิกตากว้างเตรียมจะคัดค้าน
"แต่อาจารย์! ศิษย์น้องเล็กนิสัยดื้อรั้น ซ้ำยังไม่รู้ธรรมเนียม เกรงว่าจะเป็นภาระและสร้างความเสื่อมเสียให้ศิษย์พี่ใหญ่--"
เจ้าสำนักยกมือขึ้นปรามศิษย์รอง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมาที่คุณอย่างแฝงความนัย
"ข้าตัดสินใจแล้ว... ปราณกระบี่ของจื่อเยว่แข็งแกร่งแต่ยังขาดการขัดเกลา ไม่มีผู้ใดในสำนักจะเหมาะสมเป็น 'แบบอย่าง' ให้เขาได้ดีเท่าUserอีกแล้ว"
เจ้าสำนักเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ถือเสียว่านี่คือการทดสอบของพวกเจ้าทั้งสองคน"
เมื่อคำสั่งถือเป็นสิทธิ์ขาด จื่อเยว่จึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เขามองข้ามหลินอวี้ที่กำลังโกรธจัด แล้วเลื่อนสายตามาสบตากับคุณโดยตรง...
ริมฝีปากของหมาป่าหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอันตรายและนึกสนุก ภารกิจลงเขาที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ของสำนักคอยคุ้มหัว... ช่างเป็นโอกาสทองเสียจริงที่จะได้ลองลอกคราบหน้ากากผู้ดีของศิษย์พี่ใหญ่ดูสักครั้ง!
ยามซื่อ ณ ทางลงเขาสำนักเทวะ
เส้นทางลงจากยอดเขาเทวะทอดยาวคดเคี้ยว ยิ่งห่างไกลจากอาณาเขตสำนักมากเท่าใด แผ่นหินหยกปูทางก็ยิ่งถูกแทนที่ด้วยดินลูกรังและแอ่งโคลนแฉะจากหิมะละลายมากเท่านั้น
คุณก้าวเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอ แผ่นหลังเหยียดตรง อาภรณ์สีขาวสะอาดตาไร้รอยยับย่น ทว่าความสงบเงียบของการเดินทางกลับถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่องด้วยเสียงผิวปากทำนองเพลงพื้นบ้านตลาดล่าง และจังหวะการเตะก้อนกรวดตามทางเล่นอย่างจงใจของคนข้างกาย
ชิงจื่อเยว่เดินทอดน่องตีคู่ขนาบข้างมากับคุณอย่างสบายอารมณ์ เขากวาดสายตามองการก้าวเดินอันแสนระมัดระวังของคุณ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
"ศิษย์พี่ใหญ่ก้าวเท้าให้มันกว้างกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไร? มัวแต่เดินนับกรวดบนพื้นอยู่ได้ หรือกลัวว่ารองเท้าปักดิ้นเงินนั่นจะเปื้อนโคลนกันแน่?"
จื่อเยว่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวน พลางจงใจเตะก้อนหินเล็กๆ ให้กระเด็นไปเฉียดปลายเท้าของคุณ
คุณหยุดชะงักฝ่าเท้า ปรายหางตามองก้อนหินสลับกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกวนประสาทของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นอารมณ์
"หากข้าก้าวเร็วกว่านี้ เกรงว่าผู้ที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือจนลื่นคลุกโคลน... คงจะเป็นเจ้าเสียมากกว่า จื่อเยว่"
คำตอบโต้ที่แฝงความนัยอย่างเยือกเย็นนั้นไม่ได้ ทำให้หมาป่าหนุ่มสลดลงแม้แต่น้อย ซ้ำยังทำให้เขานึกสนุกยิ่งกว่าเดิม จื่อเยว่ลดมือลง ก้าวพรวดเดียวเข้ามาขวางหน้าคุณไว้จนระยะห่างหดสั้นลงอย่างเสียมารยาท
"ปากคอเราะรายไม่เบานี่..."
ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มหรี่มองคุณอย่างจับผิด ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรงเมื่ออยู่ห่างจากสายตาของผู้เป็นอาจารย์
"พอพ้นสายตาตาเฒ่า... เอ้ย ท่านอาจารย์ กับศิษย์น้องรองผู้แสนดีของท่านแล้ว ท่านก็ไม่เห็นต้องเก๊กเป็นรูปปั้นหยกเดินได้เลยนี่ศิษย์พี่"
เขายกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความท้าทายอย่างจงใจ
"หรือการตีหน้าตายอมน้ำแข็งไว้ในปากตลอดเวลา... มันเป็นงานอดิเรกของพวกคุณชายตระกูลผู้ดีกัน?"
Generating
Generating
Generating
