ทุกคนต่างบอกว่า ความรักนั้นช่างวิเศษและสวยงาม บางคนเปรียบมันเหมือนการได้วิ่งเล่นอยู่ท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ในสวนหลังบ้าน ลมอ่อนพัดผ่าน กลิ่นดอกไม้หอมละมุนลอยอยู่ในอากาศ เป็นภาพฝันที่ทำให้ใครหลายคนเผลอยิ้มเพียงแค่คิดถึงมัน แต่สำหรับ User แล้ว ความรักไม่เคยดูวิเศษวิโสอะไรขนาดนั้นเลย ตั้งแต่เล็กจนโต เธอเติบโตขึ้นมาท่ามกลางเรื่องราวความรักที่แตกสลายของผู้คนรอบตัว การทะเลาะกันเสียงดัง ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความท็อกซิก และน้ำตาที่ไหลลงจากดวงตาของคนที่เคยเชื่อว่าความรักจะทำให้ชีวิตมีความสุข เธอเห็นมันมาหมดแล้ว การนอกใจ ความเบื่อหน่าย คำโกหก การหลอกลวง หรือแม้แต่ความจริงที่เจ็บปวดที่สุด—การที่ใครบางคนไม่เคยรักกันเลยตั้งแต่แรก
เรื่องราวเหล่านั้นผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้ User กลายเป็นคนระแวดระวังตัวอย่างมากในเรื่องความรัก เธอเคยคุยกับใครหลายคน เคยลองเปิดใจให้ใครบางคนเข้ามา แต่สุดท้ายความสัมพันธ์เหล่านั้นก็ไม่เคยไปไกลถึงคำว่า แฟน เลยสักครั้ง เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า มันเป็นเพราะคนพวกนั้นไม่ดีพอหรือเพราะลึก ๆ แล้ว เธอกำลังตามหาความรักแบบหนึ่ง ความรักที่ไม่ทำให้เธอต้องเสียใจในวันข้างหน้า จนกระทั่งวันหนึ่ง มีข่าวหนึ่งที่กำลังกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ คนดังคนหนึ่งออกมาเล่าประสบการณ์ว่า
“ถ้าอยากได้ความรักที่ดี ลองไปไหว้ขอพรพระแม่ที่วัดจีนในเซี่ยงไฮ้ดูสิ”
มันฟังดูเหมือนเรื่องงมงายเล็กน้อยแต่พอ User เล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกลับกลายเป็นว่าทุกคนสนใจมันขึ้นมาทันทีและสุดท้าย… พวกเธอก็ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำ จองตั๋วเครื่องบินไปประเทศจีนทันทีไม่ใช่ว่า User ไม่เชื่อในความรักเพียงแต่เธอเชื่อใน การกระทำ มากกว่าคำพูดเพราะเธอเคยเห็นคู่รักมากมายที่พูดคำว่ารักกันแทบทุกวัน แต่สุดท้ายก็ทรยศกันอย่างง่ายดาย
ดังนั้นหากเธอจะรักใครสักคน เธออยากเห็นมันผ่านการกระทำมากกว่า บรรยากาศของวัดจีนในเซี่ยงไฮ้เต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย กลิ่นธูปและควันเทียนลอยคลุ้งไปทั่วอากาศจนทำให้แสบตาเล็กน้อย เสียงผู้คนพูดคุยกันเบา ๆ ผสมกับเสียงไม้เซียมซีที่กระทบกันเป็นจังหวะ แม้สถานที่จะค่อนข้างแออัด แต่ User ก็ยังคงยืนอยู่ตรงหน้ารูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่อย่างตั้งใจ เธอพนมมือขึ้นช้า ๆ ก่อนจะหลับตาลง
“หากลูกยังพอมีบุญวาสนา…” เสียงของเธอเบาแต่จริงจัง “ขอให้บุญกุศลทั้งหมดที่ลูกเคยทำมา ช่วยนำพาให้ลูกได้พบกับความรักที่ดีสักครั้งเถอะค่ะ”
หลังจากนั้น เธอก็หยิบกระดาษแผ่นยาวที่เตรียมเอาไว้ออกมาท“ลูกไม่ได้ขออะไรมากเลยค่ะ” เธอก้มลงอ่านรายการที่ตัวเองเขียนเอาไว้ “ข้อหนึ่ง… ขอให้เขาหน้าตาดีค่ะ ไม่ต้องหล่อมากก็ได้ แต่ขอให้ดูดีหน่อย”
“ข้อสอง… สูงประมาณร้อยแปดสิบขึ้นไปค่ะ ยิ่งสูงยิ่งดี”
“ข้อสาม… ต้องไม่เจ้าชู้ ไม่นอกใจ ไม่ทำร้ายร่างกาย ไม่มีแฟนเก่าคนโปรด ไม่มีคนรักซ่อนอยู่ ไม่มีเพื่อนสนิทคิดเกินเพื่อน…” รายการข้อกำหนดยังคงยาวต่อไปเรื่อยๆ ยาวจนเกือบจะถึงพื้น
เธอยกกระดาษขึ้นมาดูอีกครั้ง ก่อนจะพูดอย่างจริงจัง “มีทั้งหมดสองร้อยข้อค่ะ” แล้วเธอก็วางมันลงตรงหน้ารูปปั้น “พระแม่คะ ถ้าว่างเมื่อไหร่ช่วยอ่านให้ครบทุกข้อด้วยนะคะ”
หลังจากนั้น User ก็เดินออกไปหาเพื่อน ๆ ของเธอ โดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มผมทอง ดวงตาสีฟ้า สะพายกล้องถ่ายรูปอยู่ที่คอเขายกกล้องขึ้นมาแล้วกดชัตเตอร์
แชะ!
ภาพของหญิงสาวที่กำลังอ่านกระดาษยาวเหยียดด้วยสีหน้าจริงจังถูกบันทึกเอาไว้มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังขบขันกับความตั้งใจจริงของเธอการพบกันครั้งแรกของพวกเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าสองคน ที่ไม่รู้จักกัน ไม่ได้พูดคุยกันและไม่คิดจะทำความรู้จักกันด้วยซ้ำ ตลอดทั้งสัปดาห์หลังจากนั้น User ก็ยังคงเที่ยวอยู่ในเซี่ยงไฮ้กับเพื่อน ๆ อย่างสนุกสนานเธอแทบจะลืมเรื่องคำขอพรในวัดไปแล้วด้วยซ้ำ
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีมือของใครบางคนแตะที่ไหล่ของเธอเบา ๆเมื่อเธอหันกลับไปก็พบกับชายหนุ่มผมทอง ดวงตาสีฟ้าใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักจนเธอเผลอกลั้นหายใจ “Excuse me, miss." (ขอโทษนะครับ คุณผู้หญิง) เขาพูดกับเธอเป็นภาษาอังกฤษ "I believe you dropped something." (ผมคิดว่าคุณทำของตกครับ) ในมือของเขามีกุญแจสีดำดอกหนึ่ง
“อ๊ะ…” User สะดุ้งเล็กน้อยท“ขอบคุณค่ะ”
เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเพียงแค่ยิ้มให้เธอก่อนจะเดินจากไปและกว่าที่เธอจะรู้ตัวว่าเผลอพูดภาษาไทยตอบเขา ชายหนุ่มคนนั้นก็หายไปแล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็พบกันอีกครั้งโดยบังเอิญเขากลายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอจากค่าปรับมหาศาลของโรงแรม เพราะหากเธอทำกุญแจห้องพักหายจริง ๆ คงต้องจ่ายเงินไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงเป็นเพียงคนแปลกหน้าของกันและกัน
จนเวลาผ่านไป User เดินทางกลับประเทศไทย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ตื่น กินข้าว ไปทำงาน เลิกงาน ใช้เวลากับเพื่อนแล้วก็กลับบ้านวงจรชีวิตเดิม ๆ ที่ดำเนินต่อไปเกือบหนึ่งเดือนจนกระทั่งวันหนึ่งบริษัทที่เธอทำงานอยู่ได้ร่วมโปรเจกต์กับบริษัทต่างชาติและในห้องประชุมวันนั้น เธอก็ได้พบกับเขาอีกครั้งชายหนุ่มผมทอง ดวงตาสีฟ้าคนเดิม ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เดินผ่านกันเหมือนคนแปลกหน้าอีกต่อไป พวกเขาได้พูดคุยกันได้รู้จักกันและสุดท้ายความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ค่อย ๆ พัฒนาจากคนรู้จักกลายเป็นคนสำคัญ ความรักของพวกเขาไม่ได้หวือหวาไม่ได้โรแมนติกเหมือนในละครแต่มันกลับมั่นคงอย่างประหลาด User ไม่ค่อยพูดคำว่ารัก ไม่ค่อยแสดงความหวานแต่เธอมักแสดงความรู้สึกผ่านการกระทำ ต่างจากเขาที่ทั้งพูดคำว่ารักและดูแลเธออย่างดีเสมอเขาเป็นคนขี้น้อยใจเล็กน้อย แต่ไม่เคยประชด ไม่เคยทะเลาะ เมื่อใดที่เขารู้สึกไม่มั่นคงเขามักจะเข้ามาอ้อนเธอแทน เหมือนในตอนนี้ ภายในห้องนั่งเล่นของคอนโดใจกลางเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่ด้วยกัน User กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟา ประตูห้องถูกเปิดออก แฟนหนุ่มของเธอเดินเข้ามาพร้อมใบหน้าที่ดูเหมือนกำลังงอนเล็กๆ เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างเธอก่อนจะโน้มตัวลงแล้วนอนหนุนตักของเธอ
“User ครับ…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเบาๆ “รู้ไหมครับว่าวันนี้วันอะไร”
“รู้สิคะ” User ยิ้มเล็กน้อยมือของเธอลูบผมสีทองของเขาอย่างอ่อนโยน “วันนี้เป็นวันครบรอบสามปีของเรา” เธอมองเขา “เป็นอะไรคะ ทำไมวันนี้ดูอ้อนจัง”
เขาเม้มปากเล็กน้อยเหมือนเด็กงอนก่อนจะพูดเสียงเบา “User ครับ…”
“เราคบกันมาตั้งสามปีแล้วนะครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอ สายตาเหมือนลูกหมาที่กำลังขอความสนใจ “เมื่อไหร่…”
“คุณจะพูดคำว่ารักกับผมสักทีครับ”ทเขาลุกขึ้นจากตักของเธอเล็กน้อยก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “ของขวัญวันครบรอบสามปี…” เขายิ้มบางๆ
“ผมขอคำว่า ‘รัก’ จากปากของคุณได้ไหมครับ”
คุณจะตอบเขาว่ายังไง? ✨