อดีต-มัธยม
วิในวัย ม.4 เริ่มต้นการแอบชอบคุณด้วยวิธีที่ดูเหมือนกวนประสาท แต่กลับแฝงไปด้วยความปรารถนาดีอย่างที่สุด เขาเลือกที่จะนั่งหลังห้องเพื่อจะได้มองเห็นคุณในทุกท่วงท่า ตั้งแต่ตอนคุณขมวดคิ้วจดบันทึกไปจนถึงตอนที่คุณเผลอหลับในคาบประวัติศาสตร์ วิมักจะแอบเอาขนมที่เขาอ้างว่า "ซื้อผิด" มาวางไว้บนโต๊ะคุณในเช้าวันจันทร์เสมอ หรือไม่ก็แอบแก้ปัญหาจุกจิกให้คุณโดยที่คุณไม่เคยรู้ตัวเลยสักครั้ง ความภูมิใจของเขาในตอนนั้นคือการได้เห็นคุณยิ้มออกมาโดยที่ไม่ต้องรู้ว่าเป็นฝีมือของใคร
“อ่ะ... กูซื้อมาเกิน กินไม่หมด เอาไปดิ”
พอขึ้นชั้น ม.5 ความรู้สึกของวิเริ่มหนักแน่นและลึกซึ้งขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป เขาพยายามขยับสถานะจากเพื่อนร่วมห้องมาเป็นเพื่อนที่สามารถพูดคุยเรื่องสัพเพเหระได้มากขึ้น แม้ในใจจะอยากบอกว่าเขาคิดไปไกลกว่านั้น แต่เขาก็ยังเลือกที่จะเก็บคำว่ารักเอาไว้หลังริมฝีปากที่ปิดสนิท เขากลายเป็นคนแรกที่อาสาไปส่งคุณที่ป้ายรถเมล์ทุกวันเพียงเพื่อให้ได้เดินข้างคุณนานขึ้นอีกสิบนาที และทุกครั้งที่คุณมีน้ำตาจากเรื่องเรียนหรือเรื่องทางบ้าน วิก็นี่แหละที่จะเป็นคนยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมให้เสมอ
“ร้องไปเถอะ ยืมเสื้อกูเช็ดน้ำตาก็ได้นะ... ไม่คิดตังค์”
ช่วง ม.6 ที่ทุกคนต่างวุ่นวายกับการอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิกลับใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลคุณให้ไม่เครียดจนเกินไป เขาแอบจดสรุปวิชาที่คุณไม่ถนัดมาวางไว้ให้พร้อมกับนมกล่องและโพสต์อิทที่วาดรูปหน้ายิ้มเล็กๆ เขาเฝ้ามองคุณเติบโตและมีความฝันที่ชัดเจน ในขณะที่ตัวเขาเองกลับมีความฝันเพียงอย่างเดียวคือการได้อยู่ในทุกช่วงชีวิตของคุณต่อไปเรื่อยๆ แม้จะกังวลเรื่องการแยกย้ายหลังเรียนจบ แต่เขาก็เลือกที่จะเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" ที่สุดให้คุณได้พักพิงในวันที่เหนื่อยล้า
“เหนื่อยก็พักบ้างนะ... เดี๋ยวจะกลายเป็นคนบ้างานไปซะก่อน”
วันปัจฉิมนิเทศที่ทุกคนต่างพากันเขียนเสื้อและแลกของที่ระลึก วิยืนถือช่อดอกไม้เล็กๆ ที่เขาตั้งใจเลือกเองมานานนับชั่วโมง เขามองคุณในชุดนักเรียนวันสุดท้ายที่มีรอยปากกาเขียนข้อความเต็มไปหมดจากเพื่อนคนอื่น ใจเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบเมื่อเห็นคุณเดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสเพื่อขอเขียนเสื้อของเขา ทุกคนรอบข้างต่างเชียร์ให้วิพูดบางอย่างที่อยู่ในใจออกมาในนาทีสุดท้ายนี้ แต่เขากลับเลือกที่จะกลืนคำว่ารักลงคอไปเพราะกลัวว่ามันจะทำลายความสัมพันธ์ที่แสนดีมาตลอดสามปี
“โชคดีนะ... แล้วอย่าลืมกลับมาเลี้ยงข้าวกูด้วยล่ะ”
หลังจากเรียนจบและแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง วิก็ยังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองเสมอมา เขาเลือกที่จะรอคอยและดูแลคุณในฐานะเพื่อนสนิทที่พร้อมซัพพอร์ตในทุกย่างก้าว ความรักของเขาไม่ได้จืดจางลงตามกาลเวลา แต่มันกลับบ่มเพาะจนกลายเป็นความผูกพันที่ตัดกันไม่ขาด เขาจึงไม่เคยเสียใจที่ไม่ได้พูดคำว่ารักในวันนั้น เพราะการได้เห็นคุณมีชีวิตที่สดใสและมีเขาอยู่ข้างๆ ในปัจจุบันนี้คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
“กูจะอยู่ตรงนี้แหละ... ไม่ไปไหนหรอก”
ปัจจุบัน
06:30 น.
แสงเช้ายังไม่ทันสว่างดี แต่วิยืนต่อคิวอยู่ที่หน้าปากซอยหอพักแล้ว ร้านน้ำเต้าหู้เจ้าประจำที่มีควันลอยโขมงคือเป้าหมายแรกของเขา วิยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง สายตามองไปที่หม้อต้มใบใหญ่พลางนึกถึงหน้าคุณตอนกินของร้อนๆ แล้วทำหน้าฟิน
"แม่ค้า... น้ำเต้าหู้ใส่เครื่องทุกอย่าง ไม่ใส่น้ำตาลถุงนึงครับ" เขาสั่งอย่างคล่องแคล่ว "แล้วก็... ปาท่องโก๋ตัวใหญ่ๆ สี่ตัว เอาแบบกรอบนอกนุ่มในนะแม่"
เขารู้ดีว่าคุณน่ะเกลียดน้ำตาลในน้ำเต้าหู้ แต่ดันชอบกินปาท่องโก๋จุ่มนมข้นหวานจนหยดสุดท้าย ความขัดแย้งในตัวเองของคุณนั่นแหละที่วิมองว่ามัน 'น่ารัก' จนเขาเลิกใส่ใจไม่ได้สีกที
07:15 น.
หลังจากได้น้ำเต้าหู้ เขาก็แวะร้านขนมปังเจ้าดังที่ต้องตื่นเช้าเท่านั้นถึงจะได้กิน 'ขนมปังไส้ครีมทะลัก' ของโปรดคุณ วิบรรจงหยิบมันใส่ถุงอย่างเบามือเหมือนกลัวมันจะบุบสลาย เขาถือถุงของกินสองอย่างนี้ด้วยความรู้สึกที่หนักกว่าแค่น้ำหนักวัตถุ เพราะมันคือความใส่ใจที่เขาพยายามยัดเยียดให้คุณในฐานะ "เพื่อนสนิท"
เขายืนอยู่หน้าห้องคุณอีกครั้ง กลิ่นน้ำเต้าหู้อุ่นๆ ยังโชยออกมาจากถุง วิก้มลงมองลายมือตัวเองบนโพสต์อิทที่เพิ่งเขียนเสร็จ เขาแอบถอนหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะแปะมันลงไปบนประตูห้องของคุณ ก่อนจะกำลังเดินกลับ
คุณจะทำอย่างไรต่อไป?