แสงแดดจัดจ้าของเช้าวันเสาร์ ☀️ สาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์จากชั้น 50 ของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ทอดเงาพาดผ่านเฟอร์นิเจอร์ไม้บูลวูดและเพชรดิบน้ำงามที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัย บรรยากาศภายในห้องผู้บริหารสูงสุดแห่ง อัศวเมฆินทร์ คอร์ปอเรชั่น ควรจะเย็นฉ่ำด้วยระบบปรับอากาศอัจฉริยะ ทว่าเวลานี้... อุณหภูมิในห้องกลับอุ่นจัดจนเกือบจะเรียกได้ว่าร้อนอบอ้าว เครื่องปรับอากาศทุกตัวถูกสั่งปิดสนิทตามคำสั่งเด็ดขาดของเจ้าของห้อง
ที่กลางพรมเปอร์เซียทอมือมูลค่าเหยียบหลักล้าน ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยแปดขวบในชุดวอร์มสีเทากำลังขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้า แผ่นหลังเล็กๆ สั่นระริกแต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ทะลุปรอท
"เก้าสิบเจ็ด... ฟู่... เก้าสิบแปด..."
เสียงหอบหายใจและเสียงนับเลขของ 'บอมบอม' ดังสะท้อนก้องในความเงียบ ขณะที่บนเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงสง่าของประธานบริหารหนุ่มนั่งพิงพนักอย่างเงียบงัน ไบรอันสวมชุดสูทสั่งตัด Three-Piece สีชาร์โคลเข้มที่เข้ารูปพอดีกับช่วงไหล่กว้างและหน้าอกหนา แม้อุณหภูมิในห้องจะทำให้มีหยาดเหงื่อบางๆ ซึมตามขมับและลำคอแกร่ง แต่เขากลับไม่มีทีท่าจะปลดกระดุมเสื้อกั๊กหรือคลายเนกไทออกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว เขาเพียงแค่นั่งนิ่ง ประสานมือไว้บนตัก นัยน์ตาสีเทาอมฟ้าทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"ป๊ะป๋า..." บอมบอมค้างจังหวะวิดพื้นในครั้งที่เก้าสิบเก้า ช้อนดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อขึ้นมองผู้เป็นพ่อ "เลขาคนใหม่... แข็งแกร่งรึเปล่า? เขาจะวิ่งสิบกิโลไหวไหม?"
"หน้าที่ของเลขาไม่ใช่การวิ่งมาราธอน บอมบอม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังออกจากริมฝีปากหยักลึก ไบรอันขยับตัวเล็กน้อย เสียงเนื้อผ้าสูทราคาแพงเสียดสีกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ
"ป๊ะป๋าจ้างเขามาเพื่อจัดการเอกสาร รักษากฎ และทำหน้าที่ซับพอร์ตวงนอก..." ไบรอันหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วหัวแม่มือขยับหมุนแหวนแพลตตินัมเกลี้ยงเกลาบนนิ้วชี้ช้าๆ ราวกับกำลังประมวลผลความน่าจะเป็นในหัว "...ไม่ได้จ้างมาให้ทำตัวล้ำเส้น หรือพยายามทำหน้าที่ที่ไม่มีใครร้องขอ"
ประโยคหลังแฝงความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่กรีดลึกลงไปในอากาศ ภาพของมีอาที่พยายามจัดแจงอาหารให้ลูกชายเขา หรือภาพของอดีตภรรยาที่ทิ้งสายเลือดตัวเองไปหาเศษเงินลอยเฉียดเข้ามาในห้วงความคิด ไบรอันกดกรามแน่นจนเห็นสันนูนเป็นโครงชัดเจน เขาจงใจนัดเลขาคนใหม่มาในวันเสาร์ วันที่บริษัทว่างเปล่า วันที่ไม่มีใครอื่นนอกจากเขากับลูกชาย... มันคือการทดสอบจิตวิทยาขั้นแรก หากคนตรงหน้าแสดงอาการอึดอัดกับสภาพอากาศ หงุดหงิดกับเด็ก หรือพยายามตีสนิทบอมบอมเพื่อใช้เป็นสะพานเข้าหาเขา... เขาจะฉีกสัญญาจ้างทิ้งทันที
"ร้อย!"
บอมบอมทิ้งตัวลงบนพรม หอบหายใจแฮกๆ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ เป็นจังหวะเดียวกับที่...
กริ๊ก... แกร๊ก
เสียงลูกบิดประตูด้านนอกขยับเบาๆ ฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในลำแสงอาทิตย์ดูเหมือนจะหยุดชะงักไปชั่วขณะ ไบรอันละสายตาจากลูกชาย ตวัดดวงตาสีเทาอมฟ้าที่คมกริบดุจใบมีดโกนพุ่งตรงไปยังบานประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ที่กำลังถูกผลักเข้ามา
วินาทีที่ร่างของเลขาคนใหม่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาในอาณาเขตของมังกร... กลิ่นหอมดุดันของน้ำหอม Tom Ford Oud Wood ที่ผสมผสานกับกลิ่นกาแฟดำคั่วบดเข้มข้น แผ่ซ่านปะทะเข้ากับสัมผัสการรับรู้ของผู้มาเยือนทันที มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ทรงอำนาจ และอันตรายจนทำให้มวลอากาศในห้องดูหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา
ไบรอันไม่แม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ เขานั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์ของตัวเอง กวาดสายตาประเมินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของคนตรงหน้าอย่างเชื่องช้า เย็นชา และไร้มารยาทโดยสิ้นเชิง สายตาของเขาเหมือนเครื่องสแกนที่กำลังมองหาข้อบกพร่อง ไม่ใช่การมองด้วยความชื่นชม
"คุณมาตรงเวลา... ถือเป็นเรื่องดีเพียงเรื่องเดียวในตอนนี้"
ริมฝีปากของชายหนุ่มขยับเอื้อนเอ่ยคำทักทายแรกที่ปราศจากคำว่า 'สวัสดี' เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกแขนขวาขึ้นวางทาบพนักวางแขน เผยให้เห็นหน้าฬิกา Patek Philippe ที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายวาววับ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำหนาเตอะที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วโยนมันเลื่อนไปตามพื้นผิวกระจก
ฟุ่บ... ปึก!
แฟ้มหนาหยุดลงที่ขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม พอดิบพอดีกับตำแหน่งที่เลขาคนใหม่ควรจะยืนอยู่
"ในแฟ้มนั้นคือกฎเหล็กของการเป็นเลขาประจำตัวผม และข้อตกลงในการรักษาระยะห่าง"
"ข้อหนึ่ง... ผมไม่ชอบความสะเพร่า ตารางงานทุกอย่างต้องเป๊ะระดับวินาที เอกสารทุกแผ่นห้ามมีรอยยับหรือคำผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียว หากมี ผมจะให้คุณพิมพ์ใหม่ทั้งหมดจนกว่าจะสมบูรณ์แบบ"
"ข้อสอง..."
ไบรอันหยุดเว้นจังหวะ ดวงตาที่เคยราบเรียบแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่หนักหน่วงขึ้น เขาปรายตามองไปทางบอมบอมที่กำลังหยิบกล้วยหอมเกรดพรีเมียมขึ้นมาปอกเปลือกกิน แล้วตวัดสายตากลับมามองใบหน้าของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีเทาอมฟ้าคู่นั้นหรี่ลงอย่างจับผิด
"เรื่องที่เกี่ยวกับลูกชายผม... บอมบอมจะมาอยู่ที่นี่ทุกช่วงเย็นหลังเลิกเรียนและวันเสาร์ หน้าที่ของคุณคือประสานงานกับโรงเรียนและสั่งอาหารที่เน้นโปรตีนตามลิสต์ที่ผมระบุไว้... เท่านั้น"
"ห้ามก้าวก่าย ห้ามตั้งคำถามเกี่ยวกับการฝึกฝนของเขา ห้ามแตะต้องตัวเขาโดยไม่จำเป็น และที่สำคัญที่สุด... ห้ามเปิดแอร์ หรือฮีตเตอร์ในห้องนี้โดยเด็ดขาด หากบอมบอมไม่อนุญาต"
"และข้อสุดท้าย..."
ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย วางศอกลงบนโต๊ะกระจกแล้วประสานมือเข้าด้วยกัน กลิ่นอายความอันตรายในแบบฉบับของผู้ล่าแผ่กระจายออกมากดทับทั่วบริเวณ
"อย่าพยายามล้ำเส้นเข้ามาในชีวิตส่วนตัวของผม อย่าคิดว่าตำแหน่งเลขาหน้าห้องจะทำให้คุณมีความสำคัญมากไปกว่าพนักงานกินเงินเดือนคนหนึ่ง... ผมอ่านคนออก และผมเกลียดคนหน้าไหว้หลังหลอกที่สุด"
ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงเคี้ยวกล้วยของบอมบอมที่ดังแทรกขึ้นมา เด็กชายวัยแปดขวบเดินเตาะแตะเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของพ่อ ช้อนดวงตาใสซื่อแต่มุ่งมั่นมองเลขาคนใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะชูนิ้วโป้งที่เปื้อนคราบกล้วยเล็กน้อยขึ้นมา
"พี่เลขาดูท่าทางไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อเลยนะฮะ แต่ไม่เป็นไร! ถ้าพี่อยากแข็งแกร่งเหมือนไซตามะ เดี๋ยวบอมบอมจะสอนให้เอง! เริ่มจากวิ่งสิบกิโลตอนเย็นนี้เลยไหมฮะ?!"
ไบรอันไม่ได้ดุลูกชายที่พูดแทรก เขากลับใช้ช่วงเวลานี้ในการจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเลขาคนใหม่ เขาอยากเห็นปฏิกิริยาตอบสนอง... จะแสดงความรำคาญเด็กออกมาไหม? จะฝืนยิ้มเสแสร้งแบบที่ผู้หญิงพวกนั้นชอบทำหรือเปล่า? หรือจะจัดการกับสถานการณ์กดดันที่มีทั้งเจ้านายโรคจิตและเด็กบ้าพลังนี้อย่างไร?
เขาเคาะนิ้วชี้ลงบนหลังมือตัวเองเบาๆ เป็นจังหวะ รอคอยคำตอบและการแสดงออกของร่างที่ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานอย่างใจเย็นและเยือกเย็นที่สุด