เมื่อสามปีก่อน วันที่Userอกหักจากคนที่ตนแอบชอบมาสามปี ที่ตอนนี้กลับเอาการ์ดเชิญงานแต่งมาให้userซะงั้น ในวันนั้นทั้งเสียใจ เสียดายและจุกในอกจนต้องมานั่งร้องไห้อยู่สวนสาธารณะยกใหญ่ ในตอนนั้นuserอายุ27ปี เป็นคนโสดที่ครองโสดยาวนานเลยล่ะชอบใครก็นกตลอด ซ้ำยังไม่กล้าสารภาพ เลยได้แต่นั่ร้องไห้คนเดียว ส่วนไอคิวก็แค่เด็กที่พึ่งเรียนจบและเครียดกับการต้องหางาน พอเห็นuserนั่งร้องไห้ก็เลยเดินหนี แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเลี้ยวกลับมาพร้อมกับยื่นทิชชู่ให้แก่User หลังจากเขายืนมองคุณเช็ดน้ำตาสั่งน้ำมูกเขาก็เอ่ยถามขึ้น
"พี่เป็นอะไร ทำๆมร้องไห้โอเลย"
เขาเอ่ยถามออกไปตามมารยาทไม่ได้สนใจอะไรหรอก กะว่าถ้าถ้าอีกฝ่ายตอบก็จะลาและกลับบเานไปเล่นเกม คุณสูดหายใจและเอ่ยตอบปนซะอื้น
"อกหักน่ะ อึก แอบชอบมาสามปี ฮึก เขาดันยื่นการ์ดเชิญงานแต่งมาให้ ฮืออ"
ปล่อยโฮอีกรอบ แต่คนฟังกลับคิ้วขมวด เขาคิดว่ามันจะอะไรที่ร้ายแรงจนกลับมาปลอบ แต่กลับอกหัก
"งั้นหรอครับ งั้นพี่ควรกลับบ้านไปอาบน้ำนอนนะ มานั่งแบบนี้มันลำบากคนอื่นเขา อีกอย่างถ้าใครมาฉุดพี่ไปปล้น ผมไม่อยากรู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยไว้ มะผมไปส่งบ้านอยู่ไหน"
แม้คำพูดจะดูยั่วประสาทไปนิดแต่เขาก็ยื่นมืออกมาให้คุณจับ ในใจก็เริ่มคิดได้เลยจับไว้ แต่ระหว่างเดินไปเรื่อยๆอีกฝ่ายก็พูดขึ้นระหว่างทาง
"พี่เคยสารภาพรักให้เขาฟังไหมหรือแค่แอบเก็บไว้?"ว่าพลางเลิกคิ้วเล็กน้อยมองสบตาคุณ
"เอ่อ...ไม่ได้สารภาพน่ะแค่แอบชอบเงียบๆ" คนฟังคิ้วชนกันมาทันที
"แล้ว ชวนไปทานข้าว ชวนคุย หรือชวนไปเที่ยวล่ะเคยไหม?"
รอบนี้น้ำเสียงเขาดจริงจังขึ้นแต่พอได้ยินคำว่าไม่ ก็ไม่รู้อะไรทำให้เขาดูจะไม่พอใจสุดๆ คงเพราะเขาไม่ชอบคนที่ไม่เคยพยามและเอาแต่มานั่งเสียดาย
"งั้นถ้าพี่ยังเป็นแบบนี้ พี่อย่าหวังเลยว่าจะสมหวังในความรัก พี่คงได้ขึ้นคานจนแก่เด็กเรียกทวดนุ่นแหละ ถ้าอยากได้ความรักดีๆก็จีบ ก็ทำความรู้จักสิ ไม่ใช่แอบเก็บไว้พี่คิดว่าแอบมองห่างๆคนเขาจะตรัสรู้หรอ ไม่ใช่โลกเวทมนต์นะพี่ที่จะได้อ่านใจกันได้ ทีนี้พอเขาแต่งงานก็มาเสียใจแอบรักมานาน ก็ไอตอนพี่แอบเขาก็ทำความรู้จักกันไปแล้วไง ทีนี้พอถึงเวลาก็จะพูดว่าไม่กล้าสารภาพ คนเรามันเคยผิดหวังมาทั้งนั้น แต่ผมถามนะ เขาไม่เคยรู้จัก ไม่เคยคุยหรือสนิทพี่ไปสารภาพเขาจะตอบรับไหม ขนาดเพื่อนกันยังมีโดนปฏิเสธ แต่ไอคนที่ปฏิเสธเขาลองทำแล้วไง แต่พี่อ่ะไม่เคยลองอะไร แถมยังไปนั่งร้องไห้เป็นป้ากลางที่สาธารณะ ถ้าโดนปล้นใครจะช่วยพี่ได้"
หลังเทศน์ไปยกใหญ่ นังไม่ทันที่คุณจะสวนก็ถึงบ้านของคุณและดูเหมือนจะเป็นบ้านของเขาข้างๆกันเชช่นกัน
"ผมถึงแล้วบ้ายบายนะพี่ อย่าไปนั่งร้องที่สาธารณะอีกนะ ลำบากผมต้องพากลับบ้าน"
และเดินชิลเข้าบ้านไปทิ้งให้คุณยืนอึ้งอ้าปากค้างก่อนที่ความโกรธและไม่พอใจค่อยๆสุมขึ้น ต่อให้ที่เขาพูกจะถูกหรือไม่แต่คนที่ไม่รู้จกกันมาพูดแบบนี้มัน ทำคุณมือกำแน่นสั่นเทา จากอกหักดริ่มจะหัวร้อนขึ้นมาดื้อๆ จนเวลาผ่านไปความแค้นก็ยังไม่หาย ในวันเกิดครบรอบ30ปีของคุณ เป็นวันที่พอดิบพอดีกับวันที่เหิดฝนดาวตกแต่คุณไม่ได้สนใจมันเพราะดื่มจนเมาหนักมาและเพ้อพูดบางอย่างให้เพื่อนฟัง
"ถ้าปาฏิหารมีจริงนะ ฉันจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ไอเด็กนั่นกลัวจนขนหัวลุกเลย ไอเด็กปากดี ไอเด็กปากวอนตี-น "
ก่อนจะฟุบหลับคาโต้ะ เป็นจังหวะเดียวกับดาวตกหมดพอดี และคนที่ถูกพูดถึงนอนหาวเล่นเกมบนโซฟาในห้องนอน โดยต่างฝ่ายต่างไม่รู้เลยว่าบางอย่างในชีวิตตนจะเปลี่ยนไปตลาดกาล
🗓จันทร์ 16 มี.ค. ปี 69|⏰️00.30|📍ห้องนอนของไอคิว|☁️ท้องฟ้ามืดสงบ
หลังจากหลับไปคุณก็ขยับตัวเบาๆอย่างบิดขี้เกียจ ทันใดนั้นเกิดเสียง'แหมะ' และความรู้สึกที่ว่าร่างกายของคุณแตะอยู่บนอะไรนุ่มๆ แต่คงเพราะความมืดคุณเลยเข้าใจว่ามันเป็นที่นอนเลยนอนหลับต่อ โดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่าร่างกายของตนเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนเจ้าของความนุ่มเมื่อรู้สึกถึงสี่เหนียวนุ่มๆบนหน้าจึงรีบเดินไปเปิดสวิซต์ไฟ และถาพแรกที่ปรากฎต่อหน้าเขาคือ ท้องขาวเนียนใสของ'จิ้งจก'ที่เกาะหน้าเขาอยู่ ทันใดนั้นร่างเขากลับแข็งทื่อและกรี๊ดลั่นห้อง
"แม่ๆๆๆๆๆ! จิ้งจก แม่จิ้งจกบนหน้าผม เอามันออกไปทีแม่ครับ!"
ไอคิวตระโกนลั่นบ้านจนทุกคนรีบตื่นลุกมาดูลูกชายคนเล็กของบ้าน ส่วนต้นเหตุกลับนอนหลับสบายใจไม่รับรู้ถึงความหวัดกลัวที่ตนนอนทับหน้าเขาอยู่สักนิด และเมื่อคนเป็นแม่เข้ามาในห้อง ภาพแรกที่เห็นคือจิ้งจกตัวอ้วนที่เกาะหน้าลูกชายอยู่ ซึ่งเป็นจิ้งจกบ้านหางอ้วนทั่วไป ที่แค่'เจริญอาหาร'กว่าตัวอื่น
"อะไรกันก็แค่จิ้งจก แม่ก็นึกว่าโจรขึ้นบ้าน"พูดจบก็จะเกินหันหลังกลับ
"ไม่ใช่แค่จิ้งจกแม่ มันคือจิ้งจก เอาออกให้ผมที ผมกลัว "
ว่าและเดินเข้าไปรั้งแม่ไว้ คนเป็นแม่ก็ได้แต่ส่ายหัวระอาใจ จะเอาไปปล่อยนอกบ้านก็สงสารเลยจับมาตั้งไว้บนหมอนนุ่มของคุณหนูมินนี่ที่ตอนนี้ไปนอนบนเตียงไอคิว และหันไปลูบหัวลูกแผ่วเบา
"น้องหลับอยู่ ไอคิวก็ไปนอนเถอะ น้องคงหลับเลยเผลอตกใส่เรา ลูกแม่อย่าขวัญเสียเลย น้องเป็นจิ้งจก ไม่ใช่งู"
พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้เขาต้องตัวสั่นฟงึก มองยัยจิ้งจกที่แค่ผงกหัวขึ้นมองรอบๆแล้วนอนต่อเพราะเมา
"แม่นะแม่! เอาไงดีวะ เดินเลี่ยงก็ได้วะ"
ค่อยเดินถดชิดผนังอีกฝั่งและเดินไปนอนบนเตียงห่มผ้าคลุมโปงกอดแมวตัวโปรดไว้แน่น
"มินนี่ลูกต้องปกป้องพ่อนะลูก ปกป้องพ่อจากปีศาจร้าย"
ก่อนจะนอนตัวสั่นงันหงก กอดแมวแน่น
และเมื่อผ่านไปหลังจากหายระแวงไปนิดหน่อย เขาก็หลับตาลงเพราะความเพลียกายและเพลียใจ
🗓จันทร์ 16 มี.ค. ปี 69|⏰️09.30|📍ห้องนอนของไอคิว|☁️แดดจ้า
แสงที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาสบสายตาของเขาและคุณจนทำให้ต้องตื่นมาอย่างจำใจ ไอคิวเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างไม่หลบเลี่ยง ส่วนคุณที่เมาค้างจากการดื่มฉลองที่ได้หยุดยาวเมื่อคืนก็ยกหัวขึ้นมามองไปรอบๆ แต่สัมผัสแรกที่รู้สึกได้คือ ความคล่องตัว และน้ำหนักที่เบาลงอย่างมาก แต่เมื่อก้มลงมองพื้น พื้นกลับดูใกล้ชิดเกินไป แต่เมื่อเก้าเดินเท่านั้น คุณก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีอะไรเปลี่ยนไป จึงยกมือขึ้นมาดู เห็นเป็นอะไรเล็กๆนุ่มๆ มีไม่กี่ง่ามนิ้ว และมันดูเหมือนจิ้งจก? แต่นั่นก็ไม่เท่ากับเสียงโวยวายของเจ้าเด็กหัวส้มคนนั้นที่ตอนนี้ยืนผมเปียกชกและชี้นิ้วมาที่คุณ
"เชี่ย ไอจิ้งจกทำไมถึงยังอยู่วะ แม่ครับ!"
เสียงกรี๊ดเรียกแม่ดังขึ้น จนคุณต้องยกมือปิดหู และทันใดนั้น บานประตูเปิดออกอย่างแรงพร้อมคนเป็นแม่ในเสื้อยืดกางเกงขายาวและผมที่มัดจุก เธอเท้าสะเอวและเดินไปบิดหูลูกทีหนึ่ง
"แกจะโวยวายอะไรขนาดนั้นไอคิว จิ้งจกตัวกะติ้ด ที่กับงูกับแมวแกไม่กลัว แกกลัวจิ้งจก แกเห็นไหมว่าจิ้งจกตัวนี้มันน่าเอ็นดูขนาดไหน ทั้งตาแป๋วๆ และแกดูหุ่นมัน อ้วนพีขนาดนั้น ฉันไม่กล้าเอาไปปล่อยหรอกนะ เพราะงั้นอย่าโวยวายและปรับตัวซะ "
ว่าจบก็เดินออกไป แต่ไอคนโดนด่ากลับยืนมองจิ้งจกอย่างไม่พอใจและกลัวขั้นสุด จิ้งจกตัวอ้วนๆ ที่แม่จะให้อยู่ในบ้านหลังเดียวกับเขา เขาไม่ยอม คิดเสร็จเดินเลี่ยงๆไปเก็บของเก็บผ้าจะหนีออกจากบัาน แต่คนที่ช็อกกว่าน่าจะเป็นคุณที่กลายเป็นจิ้งจกไปแล้ว และคุณตัดสินใจลองพูดดู
"ไอหัวส้ม จะไปไหน"
คุณเอ่ยออกไปเสียงดังเรียกเขา แต่เมือ่ไอคิวได้ยินมันก็แค่เสียง
"จึ๊ๆๆ จึ๊กๆจึ๊"
ก็เท่านั้น ทำให้เขาหวาดผวาถอยกรูดรีบวิ่งไปกอดพ่อทันที พึงแม่ไม่ได้ก็พึ่งพ่อล่ะวะ
"พ่อ ไอจิ้งจกมันแกล้งผม ฮึก พ่อดูสิลูกชายหัวแก้วพ่อโดนจิ้งจกแกล้งนะ "
ว่าพลางมำบีบน้ำตา แต่คนเป็นพ่อหันไปสบตาแม่ก่อนจะลูบหัวลูกอย่างแลอบโยนและกระซิบ
"ขอโทษนะลูก แต่แม่แกน่ากลัวกว่าจิ้งจกอีก"
ก่อนจะเดินไปนั่งอ่าหนังสือพิมพ์และทำเมินลูกชายสุดที่รัก ส่วนคนเป็นแม่ก็ยื่นถ้วยข้าวจิ๋วๆที่มีข้าวและพวกไข่เจียวให้เขา
"เอาไปให้จิ้งจกตัวนั้นด้วยนะ เขามาอยู่บ้านเราก็เป็นเหมือนครอบครัวเรา ส่วนลูกก็ลงมาทานข้าวด้วยล่ะ เจ้ามินนี่กินอิ่มจนไปอ้อนพี่แกในห้องแล้ว"
ยื่นให้และมองเขม็งกำชับ
"ต้องเอาให้นะ ห้ามแอบทิ้งล่ะ ถ้าแม่เห็น แก่คงรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น"
ยิ้มหวานและจัดโต้ะอาหาร ส่วนไอคิวกลับมองดูถ้วยใบจิ๋วและจินตนภาพจิ้งจกกินข้าวก็อทบจะโยนทิ้งเดี๋ยวนี้แต่ก็จำใจต้องกลับไป ส่วนคุณก็ยังอยู่ที่เดิมเพราะช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ไอคิวก็กลับมาอีกครั้งพร้อมข้าวจิ๋ว ที่ดูท่าน่าจะให้คุณ แต่ไอท่าทางมือสั่นหลับตานั่นมันอะไร ชาตินี้คงไม่ถึงปากคุณหรอกถ้าอีกฝ่ายมัวแต่มือสั่นหลับตา ความโมโหหิวเริ่มจะปิดบังความช็อก คุณมองมือสั่นๆของเขาและมองร่างกายตนเอง และรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงกลัวจิ้งจก แต่ยิ่งกว่านั้นคุณจะแกล้งเขาหรือจะอยู่เฉยๆดีล่ะ ในตอนนี้ที่คุณไดเป็นสิ่งที่เขากลัวแล้วน่ะ ?