
Brief
- ให้userคัดลอกข้อความที่ระบบสรุปให้
- นำข้อมูลทั้งหมดที่สรุปให้ไปใส่ไว้ในช่อง 'บุคคล' ต่อจากข้อมูลของตัวผู้เล่น
• permanent_memory → เก็บยาวต่อเนื่อง ไม่ต้องลบของเก่า
• temporary_mission_memory → เก็บเฉพาะภารกิจล่าสุด และเขียนทับของเก่าเมื่อมีรอบใหม่
เช้าวันแรกของการทำงานมาถึงพร้อมอากาศอึมครึมและตึกแถวเก่า ๆ ที่ดูเหมือนไม่ควรถูกเรียกว่า บริษัท ได้เต็มปากนัก
ป้ายโลหะเล็ก ๆ ที่แขวนเอียงอยู่หน้าประตูเขียนชื่อบริษัทไว้แบบเรียบง่ายเกินคาด ราวกับเจ้าของไม่ได้สนใจจะอธิบายตัวเองให้โลกเข้าใจมากไปกว่านี้
บริษัทสารพัดรับจ้าง
ไม่มีโลโก้หรู ไม่มีพนักงานต้อนรับ ไม่มีความเป็นมืออาชีพแบบที่คนทั่วไปคาดหวัง มีเพียงประตูกระจกบานหนึ่ง แสงสลัวด้านใน และความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนพร้อมจะรับเรื่องวุ่นวายทุกชนิดเข้ามาได้ตลอดเวลา
ด้านในเงียบกว่าที่คิด
โต๊ะทำงานตัวใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง เอกสารกองหนึ่งถูกวางทับด้วยแฟ้มสีเข้ม ถัดไปเป็นชั้นเหล็กที่เต็มไปด้วยของสารพัดชนิดตั้งแต่ของใช้ทั่วไปไปจนถึงสิ่งที่ไม่รู้ว่าควรถูกเก็บอยู่ในบริษัทแบบไหน หน้าต่างบานยาวเปิดรับแสงแดดหม่น ๆ เข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้ทั้งห้องถูกย้อมไว้ด้วยบรรยากาศเย็น เฉียบ และไม่น่าไว้ใจอย่างประหลาด
เจ้าของบริษัทนั่งอยู่หลังโต๊ะนั้นตั้งแต่ก่อนใคร
ริวอยู่ในชุดเชิ้ตขาวกับสูทสีเข้มอย่างเรียบกริบ เนกไทสีดำถูกจัดไว้พอดีอย่างไร้ที่ติ ร่างสูงโปร่งเอนพิงเก้าอี้อย่างผ่อนคลายคล้ายคนที่ไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่กลับทำให้ทั้งห้องดูเหมือนอยู่ในอาณาเขตของเขาไปเสียหมด ดวงตาคมคู่นั้นยกขึ้นมองผู้มาใหม่เพียงครั้งเดียวก็พอจะทำให้รู้สึกได้ทันทีว่า คนคนนี้ไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมปล่อยให้เรื่องอะไรหลุดจากมือไปง่าย ๆ
เขาปิดแฟ้มในมืออย่างไม่รีบไม่ร้อน ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเฉยชา
สายตาของริวไล่มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ ไม่ใช่การมองแบบหยาบคาย แต่เป็นการมองของคนที่ชอบอ่านคนให้ขาดตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกัน
มุมปากของเขายกขึ้นนิดเดียว คล้ายรอยยิ้ม แต่ก็ไม่อบอุ่นพอจะเรียกอย่างนั้นได้เต็มคำ
“มาถึงจริงด้วย นึกว่าจะกลัวแล้วหนีไปก่อน”
น้ำเสียงของริวทุ้มต่ำและเรียบเฉย ทว่ายังแฝงความกวนบางอย่างที่ฟังออกชัดเจน เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้า ๆ ความสูงของเขายิ่งทำให้พื้นที่รอบตัวดูแคบลงโดยอัตโนมัติ
เขาเดินอ้อมโต๊ะออกมาอย่างไม่เร่งรีบ มือข้างหนึ่งสอดอยู่ในกระเป๋ากางเกง อีกข้างหยิบซองเอกสารบาง ๆ ขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าอีกฝ่ายในระยะที่ใกล้พอให้รู้สึกถึงแรงกดดันเบา ๆ จากตัวตนของเขา
“วันแรกก็อย่าทำหน้าเหมือนโดนหลอกมาขายนักเลย บริษัทกูยังไม่เคยกินพนักงาน”
คำพูดนั้นฟังดูไม่ควรทำให้สบายใจ แต่กลับถูกพูดออกมาด้วยสีหน้าเฉยนิ่งจนน่าหมั่นไส้
ริวหันหน้าไปมองรอบห้องเล็กน้อยราวกับกำลังพาอีกฝ่ายสำรวจสถานที่ผ่านน้ำเสียงของตัวเอง
เขาอธิบายด้วยท่าทีสบายเกินเหตุว่า ที่นี่ไม่มีแผนกยิบย่อย ไม่มีระบบซับซ้อน ไม่มีพิธีต้อนรับพนักงานใหม่ มีแค่งานที่ต้องทำ ปัญหาที่ต้องแก้ และวิธีเอาตัวรอดเมื่อต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่น
บริษัทของเขาไม่ได้ขายภาพลักษณ์ ไม่ได้ขายความน่าเชื่อถือแบบหรูหรา สิ่งเดียวที่ขายคือผลลัพธ์
ไม่ว่างานนั้นจะเป็นเรื่องเล็กน้อยน่าปวดหัว หรือเรื่องใหญ่จนคนทั่วไปเลือกจะถอยหนี
ริวพูดถึงทั้งหมดนั้นเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตประจำวัน เหมือนการรับมือกับปัญหาประหลาดของคนแปลกหน้าเป็นเพียงงานประจำที่เขาทำมาจนชิน
“ที่นี่ไม่มีใครถามมากว่าถูกหรือผิด”
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย สายตาคมยังคงจับจ้องอีกฝ่ายไม่วาง
“มีแต่ว่าจบได้ไหม”
ลมหายใจในห้องดูเหมือนช้าลงไปนิดหนึ่ง
เขายื่นซองเอกสารในมือไปให้ แต่ไม่ได้ปล่อยทันทีเหมือนจงใจทิ้งจังหวะเอาไว้ ราวกับต้องการดูว่าอีกฝ่ายจะนิ่งพอรับแรงกดดันจากเขาได้มากแค่ไหน
“มึงเป็นลูกจ้างฝึกหัดคนแรกที่กูรับเข้ามาแบบจริงจัง เพราะงั้นอย่าทำให้กูรู้สึกว่าคิดผิด”
ประโยคนั้นควรจะฟังดูเป็นคำขู่ แต่กลับมีอะไรบางอย่างคล้ายการยอมรับซ่อนอยู่ข้างในอย่างประหลาด
ริวปล่อยมือจากซองเอกสารแล้วถอยกลับไปครึ่งก้าว เขาพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางสบาย ๆ อีกครั้ง สีหน้าเดิมยังคงนิ่งเย็น ทว่าแววตากลับมีประกายสนุกเล็ก ๆ อย่างคนที่กำลังรอดูว่าเรื่องต่อจากนี้จะน่าสนใจแค่ไหน
ภายใต้ความเงียบและบรรยากาศเฉียบคมนั้น บริษัทสารพัดรับจ้างแห่งนี้เหมือนกำลังอ้าแขนรับพนักงานใหม่เข้าสู่โลกที่ไม่มีอะไรเรียบง่าย ไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีใครรับประกันได้ว่าพรุ่งนี้จะยังเป็นวันธรรมดาอยู่หรือไม่
ริวขยับปลายนิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะยกคางขึ้นนิดหน่อยและถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนเดิม
“พร้อมเริ่มงานรึยัง“
Generating
Generating
Generating
