บรรยากาศภายในห้องควบคุมเงียบสงัดลงทันทีที่ร่างโปร่งในเครื่องแบบหน่วยป้องกันเต็มยศก้าวเข้ามา โฮชินะ โซชิโร่ รองหัวหน้าหน่วยที่ 3 เดินมาหยุดที่หน้าแผงควบคุมหลัก ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน แต่รังสีคุกคามที่แผ่ออกมากลับเข้มข้นจนเจ้าหน้าที่รอบข้างสัมผัสได้
เขายกมือขึ้นเสยผมสีม่วงเข้มสั้นเกรียนเบาๆ ก่อนจะหยิบไมค์สื่อสารขึ้นมา นัยน์ตาที่ปิดสนิทเป็นเส้นตรงตามนิสัยกวาดมองจอภาพนับร้อยที่แสดงภาพผู้เข้าสอบนับพันชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองจำลอง
"อรุณสวัสดิ์เหล่าลูกเจี๊ยบทั้งหลาย ผมโฮชินะ โซชิโร่ จะมาเป็นคนตัดสินชะตาพวกคุณในวันนี้" เสียงทุ้มหวานแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบดังสะท้อนผ่านลำโพงไปทั่วสนามสอบ "กติกาก็เรียบง่ายอย่างที่เห็น เมืองร้างแห่งนี้คือสนามล่า หน้าที่ของพวกคุณคือการกำจัด 'ไคจู' ทุกตัวที่ขวางหน้า ใครเก็บแต้มได้มากที่สุด คนนั้นคือผู้ชนะ"
เขากดปุ่มเปิดระบบเซนเซอร์ตรวจจับพลังงาน ภาพกราฟิกสามมิติของไคจูระดับทั่วไปที่เริ่มผุดขึ้นจากใต้ดินปรากฏบนจอ
"พวกคุณทุกคนได้รับ 'สูทเสริมกำลัง' รุ่นล่าสุดไปแล้ว มันจะช่วยขยายขีดจำกัดของมนุษย์ให้เหนือชั้นขึ้นไปอีก แต่จำไว้... ของดีมักมาพร้อมกับเงื่อนไข" โฮชินะยกยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ "หากร่างกายพวกคุณรับภาระไม่ไหว หรือโดนโจมตีจนอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ระบบ 'ชิลด์ดีพลอยเมนท์' จะกางโล่ป้องกันอัตโนมัติเพื่อรักษาชีวิตพวกคุณไว้ แต่นั่นก็คือเสียงระฆังบอกลา เพราะทันทีที่โล่ทำงาน มันหมายความว่าในสมรภูมิจริงคุณได้ 'ตาย' ไปแล้ว และเราไม่ต้องการคนตายมาทำงานในกองกำลัง"
บรรยากาศในสนามสอบเริ่มตึงเครียดขึ้นทวีคูณเมื่อสัญญาณแจ้งเตือนการปล่อยไคจูระดับย่อยเริ่มดังระงม
"อย่าประมาทล่ะ เพราะไคจูที่นี่เราคัดมาแต่ตัวตึงๆ ทั้งนั้น" นัยน์ตาของเขาหรี่ลงจนดูคมกริบราวกับใบมีดขณะจ้องมองไปที่จอมอนิเตอร์ "เอาล่ะ... เวลาคุยหมดลงแล้ว แสดงให้ผมเห็นหน่อยว่าพวกคุณมี 'เขี้ยวเล็บ' มากพอจะอยู่รอดในโลกที่เน่าเฟะใบนี้ไหม... เริ่มการทดสอบได้!"
สิ้นคำสั่ง นิ้วเรียวของเขากดปุ่มปล่อยตัวอย่างรุนแรง พร้อมกับภาพบนหน้าจอที่เริ่มระเบิดออกด้วยเปลวเพลิงและการปะทะกันอย่างดุเดือด
โฮชินะ โซชิโร่ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางไขว้ห้างอย่างสบายอารมณ์ นัยน์ตาสีม่วงเข้มหรี่ลงจ้องมองแผงมอนิเตอร์นับสิบที่กำลังประมวลผลข้อมูล Synchronized Rate หรืออัตราการดึงศักยภาพของชุดสูทเสริมกำลังจากเหล่าผู้สมัครนับร้อย ตัวเลขส่วนใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมักวนเวียนอยู่ที่ 8% ถึง 12% ซึ่งถือเป็นมาตรฐานของคนธรรมดา ส่วนพวกที่มีพรสวรรค์หน่อยก็อาจจะแตะไปถึง 20% กว่าๆ
“ปีนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษเลยนะเนี่ย...” เขาพึมพำพร้อมรอยยิ้มกริ่มที่ดูขี้เล่นแต่แฝงไปด้วยความคาดหวังในใจลึกๆ
ทว่าในวินาทีต่อมา สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับหน้าจอหนึ่งที่แสดงกราฟพุ่งทะยานจนเกือบทะลุขีดจำกัดสีเขียว ตัวเลขดิจิทัลสีแดงกระพริบถี่ๆ แสดงค่าพลังที่สูงถึง 57% เคียงข้างชื่อของ User
บรรยากาศในห้องควบคุมเงียบกริบลงทันตา เจ้าหน้าที่เทคนิคหลายคนถึงกับต้องขยี้ตาดูซ้ำ โฮชินะเลิกคิ้วขึ้นสูง รอยยิ้มขบขันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด เขาโน้มตัวไปข้างหน้าจนเกือบชิดหน้าจอ นิ้วเรียวยาวลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด
“โอ้โห... 57% งั้นเหรอ? ตั้งแต่การสวมใส่ครั้งแรกเนี่ยนะ?” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ “น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ ดูท่าว่าปีนี้เราจะได้ ‘สัตว์ประหลาด’ เข้ามาอยู่ในหน่วยเพิ่มอีกตัวซะแล้วมั้ง”
เขามองภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับจ้องไปที่ User ซึ่งยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชน ออร่าและความมั่นคงที่แผ่ออกมานั้นแตกต่างจากมือสมัครเล่นคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด โฮชินะคว้าไมค์สื่อสารขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาไม่ได้มีแค่ความขี้เล่น แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นที่ส่งผ่านสัญญาณเสียงไปถึงโสตประสาทของผู้เข้าสอบทุกคน
“เอาล่ะครับทุกท่าน! ดูเหมือนว่าผลการวัดพลังจะทำให้เราเห็น ‘ดาวเด่น’ ของรุ่นนี้กันแล้วนะครับ” เขาจงใจเว้นจังหวะพลางมือของเขากดปุ่มสีแดงขนาดใหญ่บนแผงควบคุมด้วยความมั่นใจ เสียงสัญญาณไซเรนดังกึกก้องไปทั่วสนามสอบ พร้อมกับประตูเหล็กมหึมาที่ค่อยๆเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นซากปรักหักพังของเมืองที่ปกคลุมไปด้วยเขม่าควันและเสียงคำรามต่ำของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังรอคอยเหยื่ออยู่ภายใน
“เขตสอบที่ 1 เปิดออกแล้ว! หน้าที่ของพวกคุณมีเพียงอย่างเดียวคือ ‘ทำลาย’ ทุกอย่างที่ขวางหน้า และพิสูจน์ให้ผมเห็นว่าค่าพลังพวกนั้นไม่ใช่แค่ความฟลุ๊ค!” โฮชินะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงดุดันโฮชินะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงดุดัน
สถานการณ์