
Brief
UNKNOWN ENTITY
แจวอน (J-High)
จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ภายนอกคือโรงเรียนอาชีวะธรรมดาที่เต็มไปด้วยเด็กมีปัญหา แต่เบื้องหลังคือ "แหล่งฟักตัว" ของขุมกำลัง Gen 2 ที่แข็งแกร่งที่สุด สถานที่ที่ความสัมพันธ์ มิตรภาพ และการแตกหักเริ่มต้นขึ้น
อิลแฮ (Workers)
องค์กรสีเทาที่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินมหาศาล แบ่งเป็นสาขาครอบคลุมตั้งแต่ กาสิโนใต้ดิน, คลับ VVIP, ยาเสพติด, สตรีมมิ่งมืด และเงินกู้ มีกำลังรบระดับปีศาจที่ซื้อมาด้วยเงิน เป็นเป้าหมายหลักในการกวาดล้าง
บิ๊กดีล (Big Deal)
ดินแดนที่ปกครองด้วย 'ความโรแมนติกและน้ำใจ' นำโดย คิมคิมยอง แม้ภายนอกจะดูเป็นแก๊งนักเลงยุคเก่าที่ล้าหลัง แต่ความภักดี สัญชาตญาณการเอาตัวรอด และสายเลือดของมังกรที่หลับใหลอยู่ที่นี่คือของจริง
โฮสเทล (Hostel)
แหล่งรวมเด็กหนีออกจากบ้านที่ถูกสังคมทอดทิ้ง ปกครองด้วยระบบ 'ครอบครัว' นำโดย จางฮยอน พวกเขาไม่มีรูปแบบการต่อสู้ตายตัว สู้ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า และพร้อมกัดไม่ปล่อยเพื่อปกป้องคนในครอบครัว
ยามาซากิ (Yamazaki)
ขั้วอำนาจยากูซ่าระดับตำนานจากญี่ปุ่น สายเลือด "ชิโร่โอนิ" ที่พัคจงกอนสืบทอด พวกเขาคือเงามืดที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในยุค 0 และเป็นชนวนเหตุของความบ้าคลั่ง สเกลพลังการทำลายล้างที่ไม่อาจประเมินค่าได้
แพคโฮ (Baekho)
องค์กรรับจ้างทำทุกอย่างเพื่อเงิน นำโดย อีโดกยู (ทอมลี) ศูนย์รวมสัตว์ประหลาดและเศษซากตำนานจากยุค 0 ที่นี่ไม่มีคำว่าปรานี มีเพียงพละกำลังดิบเถื่อนที่สามารถฉีกร่างมนุษย์ได้ด้วยมือเปล่า
หยาดฝนหนาทึบที่เทกระหน่ำลงมากลางกรุงโซลในยามวิกาลดูเหมือนจะจงใจชะล้างคราบคาวและความเน่าเฟะที่ซุกซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอยให้เลือนหายไป แสงนีออนจากป้ายโฆษณาตามตึกสูงระฟ้าสะท้อนลงบนผิวน้ำขังที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นคอนกรีต แตกกระจายวับแวมเมื่อถูกเหยียบย่ำด้วยรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบงันที่ชวนอึดอัด มวลอากาศหนักอึ้งราวกับถูกบีบอัดด้วยความตึงเครียดของสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง กลิ่นอายของความเปียกชื้นผสมปนเปกับกลิ่นเขม่าควันและจางๆ ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กที่ลอยมาตามลมเย็นเยือกที่พัดผ่านร่างของเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มซึ่งยืนเฝ้าเวรยามอยู่ตามจุดต่างๆ รอบฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มอิลแฮ แสงไฟจากหน้าจอมือถือสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด เผยให้เห็นแจ้งเตือนจากแอปสตรีมมิ่งที่กำลังสั่นสะเทือนไปทั่วโลกใต้ดิน ข่าวลือเรื่องการกลับมาของตำนานที่หายสาบสูญไปนานเริ่มแพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่ง ทิ้งให้ความกดดันมหาศาลเข้าครอบงำทุกพื้นที่จนแม้แต่เสียงหายใจก็ยังดูดังเกินไปในความเงียบนี้
ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหราทว่าเย็นชาบนยอดตึกสาขาที่หนึ่ง ยูจินยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำขลับ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นผิวที่เย็นเยียบเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอสอดคล้องกับเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปอย่างไม่หยุดหย่อน แววตาภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงไฟสีสลัวดูว่างเปล่าทว่าลึกล้ำยากจะคาดเดาความนึกคิด ด้านหลังของเขามีร่างยักษ์ของบังมันด็อกยืนนิ่งเป็นสง่าราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงพอจะทำให้คนธรรมดาต้องเข่าทรุดหากก้าวล้ำเส้นเข้ามาในเขตอาคมแห่งอำนาจนี้ บรรยากาศภายในห้องถูกปกคลุมด้วยความนิ่งสงบที่ชวนสยองขวัญ เป็นความสงบก่อนที่พายุใหญ่จะพัดพาเอาทุกสิ่งให้พังทลาย ยูจินขยับยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นพิกัดล่าสุดของกลุ่ม Allied ที่ปรากฏบนหน้าจอแท็บเล็ต เสียงพ่นลมหายใจแผ่วเบาของเขาทำให้อากาศที่นิ่งสนิทเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย
“ดูเหมือนว่าหนูตัวน้อยๆ จะเริ่มหิวกระหายจนยอมเดินเข้ามาในกับดักเองแล้วนะครับ... มันด็อก เตรียมตัวให้พร้อม ศึกครั้งนี้เราจะแสดงให้พวกมันเห็นว่าเงินและอำนาจที่แท้จริงน่ะ มันต่างจากอุดมคติเพ้อฝันของพวกเด็กเมื่อวานซืนยังไง”
เสียงของประธานหนุ่มแห่งอิลแฮราบเรียบและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กำลังกัดกินจิตใจของผู้ฟัง บังมันด็อกเพียงแต่ค้อมหัวลงเล็กน้อย ขยับร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจนได้ยินเสียงผ้าสูทที่ตึงเปรี๊ยะเสียดสีกัน
“ทราบแล้วครับประธาน ผมจะไม่ปล่อยให้พวกมันแม้แต่คนเดียวได้ก้าวข้ามธรณีประตูห้องนี้เข้ามาได้”
ขณะเดียวกันนั้นเอง ที่บริเวณเขตก่อสร้างร้างรกรังทางทิศใต้ของเมือง ร่างของชายหนุ่มสองคนยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดไม่ขาดสาย อีจินซองยืนนิ่งในท่ากอดอก แผ่นหลังพิงกับคานเหล็กสนิมเขรอะ แววตาของเขาที่เคยมืดบอดด้วยความโกรธแค้น ปัจจุบันกลับนิ่งสนิทและลึกซึ้งราวน้ำนิ่งในบ่อลึก ปลายบุหรี่ในมือของใครบางคนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดส่องประกายสีส้มวับแวมก่อนจะถูกพ่นออกมาเป็นควันสีขาวที่ถูกลมพัดหายไปในทันที วาสโก้ที่ยืนอยู่ข้างๆ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยสักทั่วทั้งตัวดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาภายใต้หยาดฝนที่ชโลมผิวกายจนขึ้นเงา เสียงกระดูกลั่นจากการหักข้อนิ้วดังก้องสะท้อนไปมาในอาคารร้าง เป็นสัญญาณเตือนว่าขีดจำกัดของความอดทนได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ทุกอย่างรอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยเศษซากของความล้มเหลวและรอยเลือดที่แห้งกรังจากการปะทะกันในอดีต แต่ในวันนี้บรรยากาศกลับต่างออกไป มันคือรังสีของคนที่มีเป้าหมายชัดเจนและพร้อมจะสละทุกสิ่งเพื่อกวาดล้างความอยุติธรรม
“จินซอง... นายรู้สึกได้ไหม? กลิ่นของไอ้พวกอิลแฮที่ลอยมาจากทิศนั้นน่ะ” วาสโก้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้าง แววตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ตึกสูงที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางความมืด จินซองไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแต่ขยับร่างกายเพื่อจัดท่านำมวยให้เข้าที่ ภาษากายของเขาดูผ่อนคลายแต่เฉียบคมพร้อมจะตอบโต้อย่างรวดเร็วเหนือแสง “เออ... ได้กลิ่นความเน่าฟุ้งเลยล่ะ วันนี้แหละที่เราจะไปล้างบางที่นั่นให้สะอาด”
ตัดกลับมาที่มุมมืดของร้านเชือดเนื้อลับในย่านเสื่อมโทรม เสียงสับเนื้อปังๆ ดังเป็นจังหวะที่ดุดันจนชวนให้เสียวสันหลัง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินที่อับชื้นนั้นรุนแรงจนแทบจะสำลัก ร่างสูงใหญ่ของชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเม็กซิโกนั่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ คิมกีแท ราชาแห่งโซลผู้โหดเหี้ยมกำลังใช้มีดเล่มเขื่องกรีดลงบนชิ้นเนื้อดิบอย่างช้าๆ แสงไฟวอร์มไวท์ดวงเดียวที่แขวนอยู่บนเพดานกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มบิดเบี้ยวและแววตาที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าอันน่าสะพรึงกลัว เขาไม่ได้สนใจข่าวสารในโซเชียลหรือเสียงไซเรนตำรวจที่ดังอยู่ไกลๆ สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือความสะใจที่จะได้กลับมาเหยียบย่ำดินแดนที่เขาเคยทิ้งไป ความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นต่างจากยอดฝีมือคนอื่น มันเป็นความกดดันที่ดิบเถื่อน ไร้ระเบียบ และพร้อมจะฉีกทุกกฎเกณฑ์ให้ย่อยยับ
“หึ... กรุงโซลเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย แต่กลิ่นเลือดของคนอ่อนแอก็ยังเหมือนเดิมไม่มีผิด” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามของปีศาจร้ายที่กำลังหิวโหย
บรรยากาศทั่วทั้งกรุงโซลในขณะนี้เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงาน ความเงียบสงัดที่ปกคลุมอยู่นั้นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้ภายใน ทุกขั้วอำนาจต่างขยับเขยื้อนหมากของตัวเองอย่างเงียบเชียบในเงามืด ข่าวลือในแอปสตรีมมิ่งยังคงเด้งแจ้งเตือนไม่หยุดหย่อนถึงความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของรถลิมูซีนสีดำหลายสิบคันที่กำลังมุ่งหน้าสู่จุดนัดพบสุดท้าย แสงไฟจากตึกอิลแฮที่สว่างจ้าขัดกับท้องฟ้าที่มืดมิดกลายเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดเอาเหล่านักสู้ผู้กระหายการนองเลือดให้มารวมตัวกัน ความเยือกเย็นของลมฝนพัดพาเอาความหวังและชีวิตของใครหลายคนให้ปลิดปลิวไป แต่สงครามกวาดล้างครั้งใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนี้ จะไม่มีใครได้เป็นผู้ชนะที่แท้จริงหากยังต้องสังเวยด้วยหยาดเหงื่อและกองเลือดที่ท่วมท้นถนนสายใต้ดินนี้ต่อไป สภาพแวดล้อมที่เคยดูธรรมดาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนนกกาที่เคยเกาะอยู่ตามขอบตึกต้องพากันบินหนีหายไปในม่านเมฆ ทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับบทสรุปที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Gen 2
Generating
Generating
Generating
