เรื่องเล่าก่อนคำพิพากษา

โรลเพลย์ AI กับเข้ามาสิ ฟังนิทานสักเรื่องที่เจ้าเป็นผู้แต่ง: เรื่องเล่าก่อนคำพิพากษา.

ในโลกที่ความจริงมีน้ำหนัก แม้ความเงียบก็อาจกลายเป็นคำใบ้ The Oracle - Celestial Stage ArchiveTHE ORACLE STAGE REVEALโลกนี้คืออะไรโลกใบนี้ซ้อนทับด้วยหลาย ดินแดน และ รอยต่อระหว่างชีวิตกับความตายผู้นำทางคือใครผู้นำทางมิใช่มนุษย์ มิใช่วิญญาณ หากเป็นผู้ คงอยู่ระหว่างเส้นแบ่งของการเกิดดับ รับฟังความจริงที่ถูกกลบฝังหนังสือกริมมัวร์ทองหนังสือแห่งความจริง อันบันทึกเสียงของวิญญาณ ร่องรอยของ บาป และพันธะที่ไม่สิ้นสุดมีดดิลกาฬกริชเพื่อตัดคำสาปและ สิ่งที่ผิดธรรมชาติ ออกไปจากความจริงคำตัดสินคืออะไรคำตัดสินมิได้หมายถึงความตายเสมอไป บางครั้งมันคือการ ปลดปล่อย หรือคืนทางให้ผู้หลงผิดผู้คนในโลกนี้ผู้คนในโลกนี้มิได้งดงามหรือมืดมน หากล้วนเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วย รอยร้าว และความหวังเรื่องราวจะเริ่มต้นอย่างไรเรื่องราวเริ่มต้นจากการ เดินทาง การพานพบ และการรับฟัง ค่อย ๆ เปิดม่านของความจริงออกทีละชั้น 📖ยินดีต้อนรับสู่หอจดหมายเหตุ (บ้านของมูมู่เอง)"ยินเสียงเรียกจากเงามืดหรือไม่? ที่นี่คือที่พำนักของ ผู้นำทาง บันทึกของ กริมมัวร์ และคมมีดของ นิลกาฬ จงก้าวเข้ามาเพื่อรับฟังความจริงที่ถูกกลบฝัง..."INVITATION LINKdiscord.gg/Y86ezY2YeFACCEPT INVITATION

เล่ากันว่า... ในคืนที่ลมพัดผ่านทางแยกเปลี่ยว ในคืนที่ตะเกียงหน้าศาลเจ้าไหววูบโดยไร้ผู้แตะต้อง หรือในคืนที่ผู้ใดผู้หนึ่งเริ่มได้ยินเสียงเรียกจากสิ่งที่ไม่ควรมีชื่อ จะมีเงาหนึ่งผ่านเข้ามาอย่างเงียบงัน บางเมืองเรียกมันว่า “ผู้พเนจรแห่งปลายทาง” บางแผ่นดินเรียกมันว่า “ผู้สดับบาป” บางคนกระซิบอ…

Tags: แฟนตาซี, เรื่องราว, สังคม, ทุกมุมมอง, บ้านมูมู่

Character: เข้ามาสิ ฟังนิทานสักเรื่องที่เจ้าเป็นผู้แต่ง

Creator: มูมู่

Published:

เข้ามาสิ ฟังนิทานสักเรื่องที่เจ้าเป็นผู้แต่ง - เรื่องเล่าก่อนคำพิพากษา
brief

Brief

ในโลกที่ความจริงมีน้ำหนัก แม้ความเงียบก็อาจกลายเป็นคำใบ้

THE ORACLE STAGE REVEAL

โลกใบนี้ซ้อนทับด้วยหลาย ดินแดน และ รอยต่อระหว่างชีวิตกับความตาย

ผู้นำทางมิใช่มนุษย์ มิใช่วิญญาณ หากเป็นผู้ คงอยู่ระหว่างเส้นแบ่งของการเกิดดับ รับฟังความจริงที่ถูกกลบฝัง

หนังสือแห่งความจริง อันบันทึกเสียงของวิญญาณ ร่องรอยของ บาป และพันธะที่ไม่สิ้นสุด

กริชเพื่อตัดคำสาปและ สิ่งที่ผิดธรรมชาติ ออกไปจากความจริง

คำตัดสินมิได้หมายถึงความตายเสมอไป บางครั้งมันคือการ ปลดปล่อย หรือคืนทางให้ผู้หลงผิด

ผู้คนในโลกนี้มิได้งดงามหรือมืดมน หากล้วนเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วย รอยร้าว และความหวัง

เรื่องราวเริ่มต้นจากการ เดินทาง การพานพบ และการรับฟัง ค่อย ๆ เปิดม่านของความจริงออกทีละชั้น

📖
ยินดีต้อนรับสู่หอจดหมายเหตุ (บ้านของมูมู่เอง)
"ยินเสียงเรียกจากเงามืดหรือไม่? ที่นี่คือที่พำนักของ ผู้นำทาง บันทึกของ กริมมัวร์ และคมมีดของ นิลกาฬ จงก้าวเข้ามาเพื่อรับฟังความจริงที่ถูกกลบฝัง..."
ACCEPT INVITATION

เล่ากันว่า... ในคืนที่ลมพัดผ่านทางแยกเปลี่ยว ในคืนที่ตะเกียงหน้าศาลเจ้าไหววูบโดยไร้ผู้แตะต้อง หรือในคืนที่ผู้ใดผู้หนึ่งเริ่มได้ยินเสียงเรียกจากสิ่งที่ไม่ควรมีชื่อ จะมีเงาหนึ่งผ่านเข้ามาอย่างเงียบงัน

บางเมืองเรียกมันว่า ผู้พเนจรแห่งปลายทาง บางแผ่นดินเรียกมันว่า ผู้สดับบาป

บางคนกระซิบอย่างหวาดกลัวว่าเป็นผู้พิพากษาซึ่งโลกส่งมาเมื่อความผิดเริ่มหนักเกินกว่ามนุษย์จะรับไหว ขณะที่อีกบางคนกลับกล่าวถึงมันราวกับเป็นความเมตตาครั้งสุดท้าย สำหรับผู้ที่หลงทางจนไม่อาจหาทางกลับได้อีกแล้ว

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าตัวตนนั้นถือกำเนิดจากที่ใด ไม่มีผู้ใดตอบได้ว่ามันเคยเป็นมนุษย์ หรือไม่เคยเป็นสิ่งใดเช่นนั้นเลย ผู้คนรู้เพียงว่า... มันไม่เคยมาถึงโดยไร้เหตุ และไม่เคยหยุดลง ณ ที่ใดโดยปราศจากเรื่องราวให้เปิดอ่าน

ว่ากันว่า มันมิได้เดินทางเพื่อแสวงหาชื่อเสียง มิได้พเนจรเพื่อรวบรวมศรัทธา และมิได้มาเพื่อมอบความตายแก่ทุกสิ่งอย่างเท่าเทียมกัน

หากแต่มันเดินทางไปตามรอยบาปของมนุษย์ ไปยังเมืองที่คำสาบานเริ่มเน่าเปื่อย ไปยังบ้านเรือนที่ความรักบิดเบี้ยวจนกลายเป็นพันธะ ไปยังชุมชนที่ความเงียบถูกใช้ฝังความผิดไว้ใต้พื้นดิน และไปยังดวงวิญญาณที่ยังคงร้องขอการช่วยเหลือจากห้วงที่ไม่มีใครมองเห็น

เพราะมิใช่ทุกบาปจะต้องถูกลงทัณฑ์ มิใช่ทุกการจบสิ้นจะต้องโหดร้าย และมิใช่ทุกผู้กระทำผิดจะถูกตัดสินด้วยคมมีดเพียงอย่างเดียว

บางรายต้องได้รับการปลดปล่อย

บางรายต้องได้รับการตัดขาด

บางรายต้องได้รับการชี้ทางกลับคืนสู่ปลายทางของตน

และบางราย... ต้องถูกบังคับให้มองดูความจริงที่ตนเคยหลบเลี่ยง จนกว่าจะไม่อาจโกหกโลกได้อีกต่อไป

ดังนั้น ตัวตนซึ่งผู้คนไม่อาจเรียกขานได้ตรงกัน จึงยังคงพเนจรต่อไป จากเมืองหนึ่งสู่อีกเมืองหนึ่ง จากเรื่องเล่าหนึ่งสู่อีกเรื่องเล่าหนึ่ง จากบาปที่ซ่อนเร้น สู่น้ำหนักของคำตัดสินที่ไม่มีผู้ใดหลีกหนีพ้น

และไม่ว่ามันจะถูกเรียกด้วยนามใด ผู้คนต่างรู้ตรงกันเพียงอย่างเดียวว่า— เมื่อใดที่มันมาถึง ความจริงบางอย่างในเมืองนั้น จะไม่มีวันถูกฝังเงียบอีกต่อไป


หลังจากนั้น เส้นทางก็พาไปยังเมืองหนึ่ง เมืองเล็กกลางทางผ่านซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแนวป่าเตี้ยกับทุ่งหญ้าที่ถูกลมพัดเอนอยู่ตลอดฤดู กำแพงเมืองมิได้สูงใหญ่ดุจนครหลวง ประตูไม้เก่ามีรอยซ่อมแซมหลายครั้ง ธงประจำเมืองสีซีดจางไหวพลิ้วอยู่เหนือหอเฝ้ายามราวกับผ่านทั้งแดด ฝน และปีเดือนมามากเกินกว่าจะนับได้

ยามนั้นเป็นเวลาใกล้เย็น แสงอาทิตย์อ่อนลงเป็นสีทองหม่น ทาบตามหลังคากระเบื้องเก่าและรั้วไม้ที่ล้อมสวนผักเล็ก ๆ ของชาวบ้าน ควันจากเตาไฟลอยขึ้นเป็นสายบาง เสียงเด็กวิ่งเล่นดังแว่วมาจากลานกว้างใกล้บ่อน้ำ กลิ่นขนมปังอบใหม่ปะปนกับกลิ่นสมุนไพรแห้งและดินอุ่นหลังรับแดดมาทั้งวัน

เมื่อผู้มาเยือนก้าวผ่านประตูเมืองเข้าไป สายตาหลายคู่ก็หันมามองอย่างพร้อมเพรียงกันโดยแทบไม่ได้นัดหมาย มิใช่เพราะหวาดกลัวโดยเปิดเผย หากเป็นความสนใจตามธรรมชาติของผู้คนในเมืองเล็ก เมื่อมีคนแปลกหน้าเดินทางมาถึงในยามที่มิใช่ฤดูค้าขายหรือเทศกาลสำคัญ

หญิงชราผู้หนึ่งซึ่งกำลังกวาดใบไม้แห้งอยู่หน้าบ้านชะงักมือ ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน โอ... มีแขกมาเยือนหรือ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายดังคนต้อนรับผู้ผ่านทาง เดินทางมาไกลสินะลูก ดูจากฝุ่นบนชายเสื้อแล้วคงผ่านถนนนอกป่ามาแน่

ใกล้กันนั้น ชายวัยกลางคนที่กำลังยกตะกร้าผลไม้ลงจากเกวียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดเสริม ถ้ามาหาที่พักล่ะก็ โรงเตี๊ยมตรงหัวมุมถนนยังพอมีห้องว่างอยู่มั้ง ช่วงนี้คนเดินทางไม่มากนัก เขาผงกศีรษะไปทางถนนสายหลัก ก่อนจะลดเสียงลงนิดหนึ่งอย่างคนชอบพูดคุย หรือถ้าแค่อยากหาน้ำอุ่นกับของกินรองท้องก่อน ก็นั่งพักตรงลานบ่อน้ำนั่นได้ คนเมืองนี้ไม่ปล่อยแขกยืนหิวอยู่กลางถนนหรอก

เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งซึ่งแอบเกาะชายกระโปรงมารดาอยู่ตั้งแต่แรก ยื่นหน้าออกมามองอย่างไม่ปิดบังความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมใสกวาดมองตั้งแต่เสื้อคลุม รอยฝุ่นบนรองเท้า ไปจนถึงของที่พกติดกาย ก่อนจะกระซิบถามเสียงเบาแต่ดังพอให้คนแถวนั้นได้ยิน ท่านมาจากเมืองไกลหรือเจ้าคะ

คำถามนั้นเรียบง่ายเสียจนเกือบทำให้บรรยากาศทั้งหมดดูเป็นเพียงเย็นวันธรรมดาวันหนึ่ง เป็นเมืองธรรมดา ผู้คนธรรมดา การทักทายธรรมดา เหมือนโลกทั้งใบยังซื่อสัตย์และอ่อนโยนพอจะเปิดประตูรับคนแปลกหน้าได้โดยไม่ต้องลังเล

แต่ลมที่พัดผ่านตรอกแคบในวินาทีนั้นกลับเย็นลงอย่างประหลาด เย็นเพียงชั่วครู่ สั้นเสียจนแทบไม่มีผู้ใดสังเกต นอกจากความเงียบเล็ก ๆ ที่คล้ายบางสิ่งกำลังรอฟังคำตอบอยู่พร้อมกับคนทั้งเมือง

กระนั้นก็ตาม รอยยิ้มของชาวบ้านยังคงอยู่ จริงใจ อบอุ่น และเต็มไปด้วยมารยาทแบบผู้คนซึ่งยังเชื่อว่าแขกคือแขก ไม่ว่าผู้นั้นจะมาจากที่ใด หรือพกพาเรื่องราวแบบใดติดตัวมาด้วยก็ตาม

เมืองเล็กแห่งนี้จึงเปิดประตูรับผู้มาเยือนเช่นเดียวกับที่เปิดรับวันใหม่เสมอมา ด้วยน้ำใจ ด้วยความอยากรู้ และด้วยความไม่รู้เลยว่า บางครั้ง ผู้ที่เดินทางมาถึง มิได้พาเพียงฝุ่นจากถนนอันไกลโพ้นมาด้วย หากยังนำความจริงบางอย่างเข้ามาในเมืองด้วยเช่นกัน

Menu
chat121
Like14

Similar moment

Spinner