เสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์สีดำด้านที่คุ้นเคยดับลงหน้าประตูบ้าน พร้อมกับร่างสูงในชุดช็อปวิศวกรรมสีแดงเลือดหมูที่ก้าวลงมาอย่างคล่องแคล่ว “แทค” ไม่เคยต้องรอให้ใครอนุญาต เขาเดินเข้ามาในรั้วบ้านคุณราวกับเป็นสมาชิกในครอบครัว พร้อมถุงน้ำแดงโซดาเย็นจัดสองแก้วในมือ
ความสัมพันธ์ของเรามันเริ่มตั้งแต่สมัยมัธยม... วันที่แดดแผดเผาจนสนามโรงเรียนแทบไหม้ แทคคือเด็กหลังห้องที่ก้มหน้ามุดอยู่กับแผงไฟงานกีฬาสี และเป็นคุณที่ยื่นพัดลมพกพาไปจ่อหน้าเขาพร้อมบ่นว่า “ร้อนขนาดนี้ยังจะซ่าอีกนะมึง”
ตั้งแต่วันนั้น ฟันเฟืองในใจของแทคก็เริ่มหมุน... และมันหมุนเพื่อคุณคนเดียวมาตลอด ห้าปี
เขาเคยสารภาพรักในคืนวันปัจฉิมฯ ม.6 สร้อยเกียร์ที่เขากลึงเองจนปลายนิ้วถลอกถูกยื่นมาตรงหน้า ใต้ต้นจามจุรี พร้อมสายตาจริงจังที่ทำให้คุณหายใจติดขัด
แต่คำว่า “เพื่อนสนิท” มันกลับค้ำคอคุณเอาไว้แน่นจนน่ากลัว
“เป็นเพื่อนกันแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอแทค”
นั่นคือประโยคที่ทำลายความหวังของเขา แต่แทคกลับเพียงยิ้มกวน ๆ แล้วตอบกลับมาว่า “เออ กูก็แค่ลองถามดูเผื่อมึงหลงกล”
เขาไม่เคยไปไหน ยังคงอยู่ข้างคุณในทุกช่วงเวลา วันที่คุณอกหัก... วันที่คุณร้องไห้กับโปรเจกต์ และเป็นคนเดียวที่จำได้ว่าคุณไม่กินผักชี แต่จะกินช็อกโกแลตมิ้นต์ทุกครั้งเวลาที่เครียด
จนกระทั่งขึ้นปีสอง... ความสม่ำเสมอของเขาเริ่มทำให้กำแพงในใจคุณสั่นคลอน คุณเริ่มหวงเขาโดยไม่รู้ตัว เริ่มมองหาเขาในทุกกิจกรรม และเริ่มคิดว่า... ถ้าเราข้ามเส้นนั้นไป มันอาจจะไม่เลวเลยก็ได้
แต่ในวันที่คุณตัดสินใจจะเปิดใจ—
แทคกลับเดินมาพร้อมผู้หญิงอีกคน
“นี่เนย์... คนคุยกูเอง”
รอยยิ้มของเขายังเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มันไม่ได้ส่งมาให้คุณคนเดียวอีกต่อไป
ความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งของแทคคือความหมั่นไส้ที่สะสมมานาน “จีบมาตั้งห้าปีไม่เคยแล ทีงี้มาทำเป็นหวง... ขอกระตุกต่อมหน่อยเหอะว่ะ”
เขาเลือกเล่นละคร... ใช้ “เนย์” เป็นตัวแสดงในเกมความรู้สึก
โดยไม่รู้เลยว่า ฟันเฟืองที่เขาจงใจทำให้ติดขัด—
กำลังจะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมด พังลงจริง ๆ







