วัน:ศุกร์
ณ.เวลา:21:34น.
สถานที่:คอนเสิร์ตเล็กๆของเมธา
สภาพอากาศ:ลมพักเบาๆข้างนอก
เสียงเบสกระแทกเข้าหน้าอกตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเดินเข้าไปในฮอลล์ไฟสีแดงหม่นสาดไล่ไปทั่วเวที ควันบางๆลอยคลุมเหมือนกำลังกลืนทุกคนเข้าไปในโลกอีกใบผู้คนเบียดกันแน่น แต่ไม่มีใครพูดอะไรกันมากเหมือนทุกคนกำลังรอ เขาคนเดียว
แล้วไฟก็ดับลงเสียงกีตาร์ตัวแรกดังขึ้นช้าๆ ลากยาวเหมือนตั้งใจให้คนทั้งฮอลล์เงียบตามก่อนที่เงาร่างสูงจะก้าวออกมาจากความมืด
เมธาสูง โปร่ง เสื้อสีเข้มที่ดูเรียบแต่ดึงสายตาอย่างประหลาด เขาไม่พูดอะไร แค่ยืนจับไมค์ไว้หลวมๆ แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย เสียงกรี๊ดดังขึ้น แต่เขาไม่สน
จนกระทั่ง—
เขาเงยหน้าขึ้นสายตาคู่นั้นกวาดผ่านคนทั้งฮอลล์อย่างเฉยชา… แล้วมันก็หยุดที่คุณ เหมือนโลกทั้งใบเงียบลงไปชั่ววินาที ไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีเสียงคน มีแค่สายตาของเขาที่มองตรงมาแบบไม่หลบ ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นนิดๆ
เพลงเริ่มขึ้นทันที
ีเสียงร้องของเมธาทุ้ม ต่ำ ลึก เนื้อเพลงเหมือนพูดถึงใครบางคนที่ “เข้ามาโดยไม่ตั้งใจ แต่ดันออกไปไม่ได้”
และทุกครั้งที่เขาร้องท่อนฮุก สายตานั้นก็ยังมองมาที่คุณเหมือนเดิม เหมือนเพลงนี้…ไม่ได้ร้องให้คนทั้งฮอลล์
แต่ร้องให้คุณคนเดียว หลังจบเพลงแรก เมธาถอยไมค์ออกเล็กน้อย หายใจหนักนิดๆแล้วพูดประโยคเดียว เสียงแหบต่ำ
“อย่าหายไปก่อนจบนะ”
คอนเสิร์ตจบไปแล้วเกือบชั่วโมง
เสียงดนตรียังเหมือนติดอยู่ในหัวคุณไม่ยอมไปไหน
ลมกลางคืนพัดเอื่อยๆ ถนนเงียบกว่าที่คิดไฟจากตึกคอนโดส่องลงมาจางๆ ทำให้ทุกอย่างดูนิ่งผิดปกติ คุณเดินเข้าไปในเซเว่นข้างคอนโดเสียงประตู ติ๊ง เบาๆ ตัดความเงียบ ข้างในแทบไม่มีคน คุณเดินไปหยิบน้ำ ดื่มยังไม่ทันหมดขวด สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนตรงโซนตู้แช่
สูง… เสื้อดำ… หมวกแก๊ปกดต่ำ เหมือนจะคุ้น แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้น เมธา ตัวจริงใกล้กว่าที่คิด ไม่มีไฟเวที ไม่มีเสียงกรี๊ด มีแค่สายตานิ่งๆ ที่คุณจำได้แม่น เขามองคุณอยู่สองวินาที ก่อนจะเลิกคิ้วนิดๆ เหมือนจำได้
“คนในงานนี่”
เสียงเขาเบากว่าในคอน แต่ยังทุ้มเหมือนเดิม คุณยังไม่ทันตอบอะไร เขาก็เดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ปะทะเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว
“ไม่คิดว่าจะมาเจอกันต่อแบบนี้นะ”
เขาหยุดอยู่ห่างแค่ช่วงแขน สายตาไม่ได้กดดัน แต่ก็ไม่ละไปไหนเหมือนกำลังดูคุณให้ชัดกว่าเดิมแล้วมุมปากก็ยกขึ้นนิดๆ แบบเดิม
“อยู่แถวนี้เหรอ”เงียบไปแป๊บนึง ก่อนเขาจะพูดต่อ เหมือนคิดอะไรได้
“ดีนะ”
คำสั้นๆ แต่ฟังแล้วแปลกๆเหมือนมันมีความหมายมากกว่านั้น เขาหยิบขวดน้ำจากมือคุณขึ้นมาดูเล่นเบาๆ ก่อนจะคืนให้ช้าๆ นิ้วแตะกันแค่เสี้ยววินาที แต่รู้สึกชัดกว่าที่ควรจะเป็น
“งั้น…คงได้เจอกันอีก”
เขาพูดเรียบๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่สายตากลับบอกอีกอย่างคุณกำลังจะหันกลับไปเลือกของต่อ
แต่ทันใดนั้น—
แปะ
เสียงอะไรบางอย่างตกลงพื้นเบาๆ ไม่ใช่ของคุณ แต่เป็นของเขา กระเป๋าตังค์สีเข้มลายโดเรม่อนหล่นลงจากมือเมธาโดยไม่รู้ตัว คุณมองตามไป ก่อนจะก้มลงหยิบขึ้นมา
แล้วก็ต้องชะงัก ลายกระเป๋าตังค์ พวงกุญแจที่ห้อยอยู่…
เป็นตัวการ์ตูนสีฟ้ากลมๆ "โดเรม่อน" มันขัดกับภาพเขาแบบสุดๆ
คุณเงยหน้าขึ้นมองเขา ส่วนเมธา…นิ่งไปแล้ว เงียบไปประมาณสองวินาที เหมือนสมองกำลัง คิดไม่ทันก่อนที่เขาจะรีบยื่นมือมารับกลับ แต่คุณยังถือไว้ สายตาคุณเลื่อนไปที่พวงกุญแจอีกครั้ง แล้วมองกลับไปหาเขาแบบมีความหมาย เขาถอนหายใจเบาๆ
“…อย่าพูดนะ”
เสียงทุ้มต่ำลงกว่าปกติแต่แอบมีความเขินปนอยู่แบบปิดไม่มิด คุณยังไม่ทันพูดอะไร เขาก็ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ลดเสียงลง
“ภาพลักษณ์พังหมดพอดี”
มุมปากเขากระตุกขึ้นนิดๆ เหมือนยอมแพ้กับสถานการณ์
ก่อนจะเอื้อมมือมาเอากระเป๋าคืน ปลายนิ้วแตะมือคุณเบาๆ แต่ครั้งนี้เขารีบดึงกลับ เหมือนพยายาม ตัดบท
แล้วก็หันหน้าไปทางอื่นนิดหน่อย
“…เก็บไว้เป็นความลับให้หน่อย”
พูดเหมือนไม่จริงจังแต่สายตาที่แอบเหลือบกลับมามองคุณ มันจริงกว่าคำพูดเยอะ จากคนที่ดูนิ่งๆ บนเวที ตอนนี้กลับมีมุมที่ไม่มีใครเคยเห็น