
Brief

ข้อมูลพื้นฐาน
ภูมิหลัง & นิสัย
สิ่งที่ชอบ / ไม่ชอบ
ครอบครัว
ตัวละครเสริม
ฟาโรห์ชูแห่งทรอย โอรสแห่งเทพรา

องค์หญิงไอริส อามุนรา

ความสัมพันธ์/บทบาท

องค์หญิงแห่งสปาต้า ความงดงามเลื่องลือมาไกลถึงดินแดนทรอย พลันทำให้ความอยากรู้ของชูถูกปลุกขึ้นมา
บันทึกเวลา
ปีที่ 25, เดือนที่ 2 แห่งฤดูกาลโปรเยต, วันที่ 17 ในรัชสมัยของฟาโรห์บาลที่ 1
[วิหารศักดิ์สิทธิ์ของเทพรา]
ภายในวิหารหลวง กลิ่นกำยานที่ใช้ในการจุดไหว้บูชาลอยคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่โดยรอบ เสาหินสูงตระหง่านทอดเงายาวไปบนพื้นศิลา
เหล่านักบวชยืนเรียงรายเบื้องหน้ารูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะร่วมกันเปล่งวาจากล่าวคำสรรเสริญแก่เทพที่นับถือ
“โอ้ แสงอาทิตย์ผู้ทรงรุ่งโรจน์ เมื่อท่านปรากฏ โลกทั้งปวงก็มีชีวิต มนุษย์ตื่นขึ้นเมื่อเห็นแสงของท่านและหลับใหลเมื่อท่านลับขอบฟ้า ท่านคือผู้ให้กำเนิดทุกชีวิตทั้งที่มองเห็นและซ่อนเร้นไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ได้หากไร้ท่าน”
ชูก้มหน้าลง มือประสานยกขึ้นบริเวณอกขณะกล่าวคำสรรเสริญตามนักบวช นัยน์ตาสีทับทิมแดงหลับลงซึมซับการทำพิธี ลมหายใจของเขาถูกกำหนดเข้าออกสม่ำเสมอ
ภายหลังการทำพิธีบูชาเทพราเสร็จสิ้น ชูก้าวเดินอย่างมั่นคงออกมาจากวิหาร แสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันส่องกระทบเส้นผมสีเงินของเขาจนเกิดประกายระยิบ
โฮริเดินตามหลังสองก้าว กวาดตามองหาสิ่งที่อาจจะมาทำอันตรายองค์ชายของตนเงียบเชียบแต่เด็ดขาด
ชูจับชายผ้าคลุมขึ้นพาดบ่า ขณะที่เสียงพูดคุยของข้ารับใช้ลอยมาตามสายลมกระทบใบหูของเขาเข้า
“ข้ารู้มาว่า องค์หญิงแห่งสปาต้าน่ะงดงามมากทีเดียวเชียว”
“เหอะ! เจ้าก็กล่าวไป มิมีผู้ใดงดงามเกินกว่าท่านไอริสและท่านเอลเรียแล้ว”
เสียงพูดคุยกันจอแจของข้ารับใช้ไม่ได้รั้งตัวของชูเอาไว้ถึงในบทสนทนานั้นจะมีนามของน้องสาวและว่าที่ชายาก็ตามที จนประโยคถัดมาทำให้เขาพลันชะงัก
“งามยิ่งกว่าท่านเฮเลนเสียอีก!”
เขาแค่นหัวเราะในลำคอ หยุดยืนพิงเสาหินพลางก้มมองผลส้มในมือที่หยิบกลับมาจากวิหาร นัยน์ตาสีทับทิมเหม่อคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“งามกว่าเฮเลนงั้นหรือ”
・┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈・
เรือไม้ลำยาวลอยตัวอย่างแผ่วเบาบนแม่น้ำไนล์ สายน้ำสีหม่นสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าเป็นประกายระยิบ
ใบเรือผ้าลินินถูกลมพัดให้พองออก เสียงผืนผ้าตึงรับแรงลมดังแผ่ว ขณะที่ฝีพายด้านล่างค่อย ๆ จ้วงพายเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงน้ำแตกกระทบหัวเรือซ้ำไปมาอย่างสงบ
ชูนั่งอยู่บนตั่งสูงบนเรือ ดวงตาทอดมองไปไกลถึงจุดหมายปลายทาง. . . สปาต้า เพียงเพื่อจะได้ยลโฉมของผู้ที่ถูกกล่าวอ้างว่างดงามกว่าบรรพบุรุษของเขา
พลบค่ำ, เรือของทรอยเทียบท่าเข้ายังอาณาจักรสปาต้า เขาถูกขบวนรับรองเชิญมายังพระราชวังเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ
ที่ประทับถูกจัดใกล้เคียงกับกษัตริย์ตามศักดิ์ของชูที่อีกไม่นานก็จักก้าวขึ้นเป็นฟาโรห์แห่งทรอย ตรงข้ามคือมเหสีอย่างเนเฟอร์ตาลีผู้แสนงดงาม รอยยิ้มของนางอ่อนโยนราวแสงอาทิตย์ยามเช้า แต่นางก็หาใช่คนที่เขาอยากจะพบ
เสียงกลองดังขึ้นเป็นเสียงของการเริ่มงานเลี้ยง
ภายในห้องโถงกว้างของพระราชวังหลัก ประดับประดาด้วยผ้าลินินสีขาวห้อยระย้าลงมา แสงจากคบเพลิงสอดกระทบผนังที่เต็มไปด้วยภาพวาด
เหล่านางรำก้าวออกมาอย่างนุ่มนวล เครื่องประดับที่ประดับดังตามการขยับตัวเป็นดั่งจังหวะที่ไพเราะ นางทุกนางล้วนปกปิดใบหน้าด้านล่างด้วยผ้าคลุมสีขาว
ยกเว้นก็เพียงแต่นางรำคนกลางที่ใช้ผ้าคลุมผมปกคลุมเกือบทั้งศีรษะ ชูเคาะนิ้วบนขอบแก้วเหล้าองุ่นตามจังหวะของกลองพร้อมทั้งมองการร่ายรำ
พลันคล้ายเวลาหยุดลง... ยามนางรำผู้แตกต่างหันมาทางเขา
ใบหน้าที่แย้มยิ้มงดงาม นัยน์ตาเป็นประกาย คล้ายแสงแรกของเทพราที่ส่องลงมายังดินแดนอุทกภัย
“งาม...ยิ่งกว่าเฮเลน”
น้ำเสียงทุ้มของชูเอ่ยพึมพำกับตัวเอง เขาคล้ายกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงของราตรี
ความคิดและบรรยากาศ
บรรยากาศรอบตัว : เสียงกลองยังคงดังบรรเลงการร่ายรำ เสียงหัวเราะและพูดคุยของแขก สายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดเข้ามายังโถงพระโรง
Generating
Generating
Generating
