จอมใจจราชน - เมื่อคุณเป็นถึงระดับนักฆ่าในตำนานแต่ดันเกิดความทรงจำหาย ทำให้เข้าสู่วังหลวงอย่างงงๆ
brief

Brief

จอมใจจราชน
(Cr.ฉู่เฉี่ยวจอมใจจราชน)
เซียว อวี้เซิน (Xiao Yushen) | 萧御深
ตระกูล: เซียว (萧)
ตระกูลขุนนางเก่าแก่ เป็นสายข่าวและที่ปรึกษาทางยุทธศาสตร์ให้ราชสำนักมาหลายรุ่น
ฮ่องเต้ไว้ใจ เพราะตระกูลนี้ “ไม่เคยทรยศ” — อย่างน้อยก็ในประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนไว้
คุณชายสี่แห่งตระกูลเซียว – ขุนนางสำรองหออักษร
สนใจ userเพราะดูแตกต่างและมีทักษะเกินจะเป็นทาส
ฉือ เหลียนจวิน (Chi Lianjun) | 迟炼君
แคว้นเซวียนหั่ว (玄火国)
“อาณาจักรเพลิงทมิฬ” ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
องค์ชายลำดับที่สอง / ตัวประกันการเมือง
มีอิสระแต่ถูกเฝ้า 24 ชม.
เขาสนใจ user จริงเพราะเธอแตกต่าง
กู้ เหยียนเช่อ (Gu Yanche) | 顾宴澈
คุณชายหกแห่งตระกูลกู้
บุตรอนุที่ถูกมองต่ำ
ควบคุมการเงินราชสำนัก
อยากครอบครอง user และทำลาย
หานเย่ (韩夜)
องครักษ์เงา
ปกป้องคุณชายสี่ตลอด 24 ชั่วโมง
ซู เหม่ยหลิน(Su Meilin) | 苏媚琳
นางกำนัลประจำตำหนักคุณชายสี่
พยายามให้ตัวเองถูกคัดเลือก คอยรังแก user เสมอแต่สู้ไม่ได้
และเป็นสายให้คุณชายหก
หลิน เสี่ยวอวิ๋น (Lin Xiaoyun) | 林晓云
นางกำนัลคัดเลือกตำหนักคุณชายสี่
และเป็นคนช่วยเหลือ user ตั้งแต่แรกจนเปรียบเสมอพี่น้อง
เว่ย จิ้งอัน (Wei Jing'an) |魏敬安
เป็นคนช่วยเหลือ user ตั้งแต่แรกจนเปรียบเสมอพี่น้อง
ถูกฆ่าโดยคุณชายหก
องค์หญิงฉางหนิง (长宁公主)
เป็นพระธิดาของฮองเฮาและแอบชอบฉือ เหลียนจวิน
คอยตามตอแยเล่นๆ โดยไม่ให้เขารู้ชอบ ไม่ค่อยชอบ user
หลี่ เฉิงรุ่ย (李承睿)
องค์รัชทายาทแห่งแผ่นดิน สนิทสนมกับคุณชายสี่
และรู้สึกสนใจความสามารถของ user อย่างเงียบๆ
ฮวา เหม่ยหรง (Hua Meirong) | 花媚蓉
เหมยเฟย (媚妃)
ตำแหน่งสนมชั้นสูงรองจากฮองเฮา
เซิน อวี้หรง (Shen Yurong) | 沈玉容
ฮองเฮาแห่งแผ่นดิน (皇后)
พระมเหสีเอกของฮ่องเต้
เป็นผู้ดูแล วังหลังทั้งหมด
หลี่ ซานเจิ้น( Li Sanzhen) | 李三姐
ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์หลี่
ผู้ปกครองสูงสุดของแผ่นดิน
มีอำนาจเหนือขุนนาง กองทัพ และวังหลังทั้งหมด
ยังไม่ไว้ใจครอบครัวตระกูลของฉือ เหลียนจวิน
user
อดีตนักฆ่าในตำนาน
ความจำเสื่อมจากการตกหน้าผา
เข้าใจผิดว่าคุณชายสี่ฆ่าเพื่อน → แก้แค้น
บทที่ 1 — เงาแห่งหน้าผา

สายลมกลางคืนพัดแรงผ่านหน้าผาสูงชัน เสียงน้ำตกคำรามดังก้องไปทั่วหุบเขา ละอองน้ำลอยฟุ้งคล้ายหมอกบางปกคลุมทุกสิ่งใต้แสงจันทร์สีซีด บนโขดหินแคบ ๆ ริมหน้าผา เงาร่างหนึ่งยืนอย่างมั่นคง ดาบในมือยังคงเปื้อนเลือดสดที่หยดลงบนพื้นหินทีละหยด นั่นคือ user ผู้สืบสายเลือดจากตระกูลนักฆ่าในตำนาน ตระกูลที่ผู้คนเพียงได้ยินชื่อก็ต้องลดเสียงลงอย่างหวาดระแวง ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่ใด ไม่มีใครรู้ว่ามีตัวตนจริงหรือเป็นเพียงเรื่องเล่า สิ่งเดียวที่ผู้คนมั่นใจคือ หากตระกูลนั้นรับงาน เป้าหมายจะไม่มีวันรอดชีวิต

คืนนี้ก็เช่นกัน ศัตรูที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือมือสังหารจากอีกสำนักหนึ่ง ผู้ที่ถูกส่งมาเพื่อล่าเธอโดยเฉพาะ เสียงดาบกระทบกันดังแหลมคมก้องไปทั่วหน้าผา ประกายเหล็กสะท้อนแสงจันทร์วาบวับราวสายฟ้า เงาร่างสองร่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวภูตผี เท้ากระทบโขดหิน ดาบฟาดฟันกันอย่างดุเดือด การต่อสู้นั้นสั้นแต่รุนแรง ทุกกระบวนท่ามุ่งหมายเอาชีวิต ท้ายที่สุดปลายดาบของ user ก็แทงทะลุอกของฝ่ายตรงข้าม เลือดสีเข้มสาดกระเซ็นบนหิน ศัตรูเบิกตากว้างก่อนจะทรุดลงช้า ๆ และสิ้นลมหายใจ ชัยชนะตกเป็นของเธอ

แต่เพียงชั่ววินาทีที่ผ่อนคลาย พื้นหินที่ชื้นจากละอองน้ำตกกลับกลายเป็นกับดัก เท้าของ user ลื่นเพียงเสี้ยววินาที ร่างทั้งร่างเสียหลัก ขอบหน้าผาที่อยู่ด้านหลังกลายเป็นความว่างเปล่า ก่อนจะทันตั้งตัว เธอก็ร่วงหล่นลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง ลมพัดผ่านหูดังหวีดหวิว โลกหมุนกลับหัวกลับหาง ด้านล่างคือสายน้ำตกที่ไหลเชี่ยว ร่างของเธอกระแทกลงสู่ผืนน้ำอย่างแรง และในจังหวะเดียวกัน ศีรษะก็ชนเข้ากับก้อนหินใต้น้ำอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นวาบก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ โลกทั้งใบถูกกลืนลงสู่ความมืด

เมื่อ user ลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานไม้เก่า ๆ และกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาอย่างอบอุ่น ข้างเตียงมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลอย่างระมัดระวัง เธอมีใบหน้าอ่อนโยน ดวงตาสดใส และรอยยิ้มจริงใจ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็น user ฟื้น ก่อนจะรีบยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เจ้าฟื้นแล้ว! เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งอก หญิงสาวผู้นั้นคือ หลิน เสี่ยวอวิ๋น ชาวบ้านธรรมดาที่อาศัยอยู่ใกล้เชิงเขา

เสี่ยวอวิ๋นเล่าว่า วันนั้นเธอออกไปเก็บสมุนไพรริมลำธารและบังเอิญพบร่างของ user ลอยมาตามกระแสน้ำ ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบหยุด หากปล่อยไว้เพียงชั่วครู่คงไม่มีทางรอด แต่เธอไม่ลังเลแม้แต่น้อย เสี่ยวอวิ๋นลากร่างของ user ขึ้นจากน้ำด้วยแรงทั้งหมดที่มี แล้วพากลับมายังกระท่อมเล็ก ๆ ของตน คอยรักษาบาดแผลและเฝ้าดูอาการตลอดทั้งคืน แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็ตาม หลังจากวันนั้นทั้งสองก็เริ่มพูดคุยกันมากขึ้น แม้ user จะพบว่าความทรงจำบางส่วนเลือนหายไปเพราะแรงกระแทกที่ศีรษะ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ หลิน เสี่ยวอวิ๋น คือคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้

ในโลกที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง ความจริงใจเช่นนั้นหาได้ยาก คืนหนึ่งใต้แสงจันทร์หน้ากระท่อมเล็ก ๆ ทั้งสองจึงทำพิธีง่าย ๆ ใช้สุราเพียงถ้วยเดียว สาบานต่อฟ้าและดินว่าจะนับถือกันเป็นพี่น้องร่วมสาบาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะไม่ทอดทิ้งกัน

แต่โชคชะตากลับไม่ยอมให้ชีวิตสงบอยู่นาน ทั้งสองเป็นเพียงหญิงสาวยากจน ไม่มีตระกูล ไม่มีผู้คุ้มครอง ในโลกที่โหดร้ายเช่นนี้ คนเช่นพวกเธอคือเหยื่อที่ง่ายที่สุด วันหนึ่งกองคนของพ่อค้าทาสก็บุกเข้ามาในหมู่บ้าน พวกเขาจับหญิงสาวหลายคนไปโดยไม่สนใจเสียงร้องขอชีวิต รวมถึง user และเสี่ยวอวิ๋น โซ่ตรวนเย็นเฉียบถูกสวมเข้าที่ข้อมือ พวกเธอถูกลากขึ้นเกวียนเหมือนสินค้าไร้ค่า ก่อนจะถูกพาไปยังสถานที่ที่ผู้คนเรียกว่า สนามล่า สถานที่ที่บรรดาคุณชาย ขุนนาง และผู้มีอำนาจใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อทาสหญิงไปเป็นของเล่น หรือเป็นเหยื่อในเกมล่าอันโหดร้าย

เสียงหัวเราะของเหล่าชนชั้นสูงดังก้องในลานกว้าง สายตาหลายคู่จ้องมองพวกเธอราวกับสัตว์ที่กำลังจะถูกเชือด ไม่มีใครสนใจน้ำตา ไม่มีใครสนใจชีวิต สำหรับพวกเขา คนที่อ่อนแอก็มีค่าไม่ต่างจากของเล่น แต่ไม่มีใครรู้ว่า ท่ามกลางทาสหญิงที่ถูกจับมาทั้งหมด มีคนหนึ่งคือเงานักฆ่าจากตระกูลในตำนาน และเมื่อวันหนึ่งเงานั้นลุกขึ้นจากความมืดอีกครั้ง สนามล่าแห่งนี้ อาจกลายเป็นสนามสังหารแทนก็เป็นได้

บทที่ 2 — สนามล่า

ลานกว้างกลางป่าถูกล้อมด้วยรั้วไม้สูงและแท่นชมที่ประดับผ้าแพรหรูหรา เหล่าผู้มีอำนาจนั่งเรียงรายอยู่ด้านบน สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสนุกที่ตั้งอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น

สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า สนามล่า สถานที่ซึ่งชีวิตมนุษย์ไม่มีค่ามากไปกว่าสัตว์ที่ถูกปล่อยลงไปให้ไล่ล่า

เสียงหัวเราะดังแผ่วจากด้านบน ขณะที่บางคนยกถ้วยสุราขึ้นดื่มราวกับกำลังชมการแสดง

ประตูเหล็กหนักถูกเปิดออก เสียงคำรามของเสือดังก้องไปทั่วสนาม ตามมาด้วยฝูงหมาป่าที่พุ่งออกมาอย่างหิวกระหาย

กลิ่นคาวเลือดในอากาศทำให้สัตว์เดรัจฉานยิ่งคลุ้มคลั่ง ดวงตาของพวกมันสะท้อนแสงอย่างน่ากลัว

ยังไม่ทันที่ความโกลาหลจะเริ่มขึ้น ประตูอีกด้านก็ถูกเปิดออก

ร่างของผู้คนจำนวนหนึ่งถูกผลักลงมาอย่างหยาบคาย เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที

โซ่ตรวนกระทบพื้นดิน ผู้คนล้มลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

และในหมู่พวกนั้น…ก็มี user อยู่ด้วย

สายตาของสัตว์นักล่าหันมาทางเหยื่อพร้อมกันในทันที

เสียงคำรามต่ำดังขึ้น ก่อนที่หมาป่าตัวแรกจะพุ่งเข้าใส่

ฟิ้ว!

เสียงแหวกอากาศดังขึ้น ลูกธนูพุ่งทะลุกะโหลกของมันล้มลงกับพื้นในทันที

แต่จำนวนของพวกมันมีมากเกินไป

ฝูงหมาป่าเริ่มล้อมวง เสือสองตัวค่อย ๆ เดินวนช้า ๆ ราวกับกำลังเล่นกับเหยื่อ

ลูกธนูหลายดอกพุ่งลงมาจากด้านบน บางดอกปักลงบนพื้น บางดอกเฉียดร่างผู้คนไปอย่างหวุดหวิด

บางดอก…ไม่ได้ตั้งใจจะยิงสัตว์

เสียงธนูปะทะกันกลางอากาศดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เหมือนมีใครบางคนกำลังสกัดมันเอาไว้

แต่ถึงอย่างนั้น สนามเบื้องล่างก็ยังคงกลายเป็นนรก

เสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่หยุด ฝูงหมาป่าพุ่งเข้าฉีกทึ้งเหยื่อ เสือกระโจนเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว

กลิ่นเลือดเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว

พื้นดินที่เคยแห้งกลายเป็นสีแดงเข้ม

ทุกชีวิตที่อยู่ที่นี่…กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายบาง ๆ

และในขณะที่ความโกลาหลกำลังพุ่งถึงขีดสุด

คนที่ควรจะอยู่ที่นี่…กลับยังไม่ปรากฏตัว

บางที…การมาช้าครั้งนี้ อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

บทที่ 3 — ผู้ที่รอดชีวิต

สนามล่ายังคงเต็มไปด้วยความโกลาหล ฝูงหมาป่าวิ่งวนไปมา เสือคำรามกึกก้อง กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ทาสหญิงหลายคนล้มลงด้วยความหวาดกลัว บางคนพยายามหนีอย่างไร้ทิศทาง ขณะที่ลูกธนูจากแท่นชมยังคงพุ่งลงมาเป็นระยะ

ในจังหวะที่หมาป่าฝูงหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาใกล้ หลิน เสี่ยวอวิ๋น user ตัดสินใจทันที
วิ่งไปทางนั้น!

คุณผลักเสี่ยวอวิ๋นออกไปจากทิศทางของฝูงหมาป่าอย่างแรง ทำให้หญิงสาวล้มกลิ้งไปอีกด้านหนึ่ง ขณะที่ตัวคุณเองกลับหันไปยืนเผชิญหน้ากับพวกมันแทน

หมาป่าตัวแรกคำรามแล้วกระโจนเข้าใส่ทันที
คุณก้มหลบอย่างฉับพลัน ร่างของมันพุ่งผ่านเหนือศีรษะไปเพียงเสี้ยววินาที

คุณคว้าลูกธนูที่ตกอยู่บนพื้น—ซึ่งเป็นลูกธนูที่เหล่าคุณชายยิงลงมา—มากำไว้ในมือแทนอาวุธ

เมื่อหมาป่าตัวที่สองพุ่งเข้ามา
คุณหมุนตัวหลบแล้วแทงลูกธนูเข้าใส่ลำคอของมันอย่างแรง

ฉึก!

เลือดสาดกระเซ็น หมาป่าร้องโหยหวนก่อนจะล้มลง

แต่ยังไม่ทันได้หายใจ ฝูงหมาป่าอีกหลายตัวก็ล้อมเข้ามา

คุณถอยหลังเพียงก้าวเดียว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่แทน

หมาป่าตัวหนึ่งกระโจนใส่จากด้านซ้าย
คุณก้มหลบแล้วใช้ลูกธนูแทงเข้าใต้ซี่โครงของมัน

จากนั้นใช้แรงเหวี่ยงร่างของมันชนกับอีกตัวที่กำลังจะพุ่งเข้ามา

เสียงคำรามดังสนั่น กรงเล็บของหมาป่าตัวหนึ่งเฉียดไหล่คุณไปเพียงเล็กน้อย เสื้อผ้าถูกฉีกขาด

แต่คุณกลับไม่หยุด

คุณหยิบลูกธนูอีกดอกขึ้นมาแล้วแทงเข้าที่ดวงตาของมันอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้นั้นดุเดือดราวกับสัตว์ป่า ทุกการเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำ บนแท่นชมเหล่าคุณชายเริ่มเงียบลง

สายตาหลายคู่เริ่มจับจ้องมาที่คุณแทนสัตว์เดรัจฉาน

ทาสคนนั้น…
นางกำลังสู้กับหมาป่า?

แต่คนที่กำลังยิ้มกว้างที่สุดคือ กู้ เหยียนเช่อ

น่าสนใจจริง ๆ

เขายกธนูขึ้นช้า ๆ ปลายลูกธนูเล็งตรงมาที่คุณ

ฟิ้ว!

ลูกธนูพุ่งลงจากแท่นชมอย่างรวดเร็ว

ด้านข้าง ฉือ เหลียนจวิน รีบยกธนูขึ้นเพื่อยิงสกัดทันที

แต่—

ลูกธนูของเขาหมดแล้ว

สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันที

ในสนาม

คุณเพิ่งหันกลับมาหลังจากสังหารหมาป่าตัวสุดท้าย

เงาหนึ่งพุ่งผ่านอากาศเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว

แต่ก่อนที่มันจะถึงตัว—

ฟิ้ว!

ฉึก!

ลูกธนูอีกดอกพุ่งชนกลางอากาศ
ทำให้ลูกธนูนั้นแตกกระเด็นออกไป ทั้งสนามเงียบลงทันที เสียงกีบม้าดังขึ้นจากทางเข้าสนาม
ชายหนุ่มผู้หนึ่งควบม้าเข้ามาอย่างสง่างาม
มือยังคงถือธนูที่เพิ่งยิงออกไป
ชุดสีดำเข้ม
สายตาเย็นสงบ

เซียว อวี้เซิน

คุณชายสี่

เขาหยุดม้าตรงขอบสนาม
สายตากวาดมองทั่วพื้นที่

ก่อนจะหยุดลงที่คุณ

ขณะที่คุณเองก็เงยหน้าขึ้นมองเขาเช่นกัน

สายตาของทั้งสองสบกัน

ท่ามกลางซากหมาป่า
และสนามที่เต็มไปด้วยเลือด

ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น
กลับทำให้ทุกคนเริ่มสนใจทันที

เซียว อวี้เซิน ลดธนูลง

แล้วกล่าวเสียงเรียบ

พาทาสที่ยังมีชีวิตออกไป

ส่งพวกนางไปเรือนข้า

เขาหยุดเล็กน้อย

ก่อนจะกล่าวต่อ

ข้าจะเลือกเอง

คำพูดนั้นทำให้สายตาทั้งสนามหันมาที่คุณอีกครั้ง

เพราะคนที่โดดเด่นที่สุดในสนามล่า

คือคุณ

ผู้ที่ยังยืนอยู่

ท่ามกลางความตาย

บทที่ 4 — เรือนของคุณชายสี่
หลังจากคำสั่งของเซียว อวี้เซินดังขึ้น ทหารและองค์รักษ์ก็รีบลงไปในสนามล่าเพื่อพาทาสหญิงที่ยังมีชีวิตออกมา กลิ่นเลือดและซากหมาป่ายังคงกระจายอยู่ทั่วพื้นดิน หลายคนยังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับร้องไห้ไม่หยุด ขณะที่คุณยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ลมหายใจยังคงหนักหน่วงจากการต่อสู้เมื่อครู่ มือของคุณยังถือเศษลูกธนูที่ใช้เป็นอาวุธ เลือดของหมาป่าติดอยู่ตามแขนและเสื้อผ้า ทหารเริ่มรวบรวมทาสหญิงที่เหลือทีละคน เสี่ยวอวิ๋นรีบวิ่งเข้ามาหาคุณทันที ใบหน้าของนางซีดเผือดแต่ยังคงพยายามยิ้ม “เมื่อครู่ข้าคิดว่าเจ้าจะ…” นางพูดไม่จบประโยค เพียงกำมือคุณแน่นราวกับกลัวว่าคุณจะหายไปอีกครั้ง คุณเพียงพยักหน้าเบา ๆ เป็นสัญญาณว่ายังปลอดภัย บนแท่นชม เหล่าคุณชายยังคงมองลงมาด้วยสายตาหลากหลาย บางคนเริ่มซุบซิบกันเกี่ยวกับทาสหญิงที่สามารถต่อสู้กับฝูงหมาป่าได้ตามลำพัง ฉือ เหลียนจวิน มองลงมายังสนาม สีหน้าของเขายังคงจริงจัง สายตาเหมือนกำลังพิจารณาบางอย่าง ขณะที่อีกด้านหนึ่ง กู้ เหยียนเช่อ กลับยิ้มบาง ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความสนุกปนความสนใจ “ทาสคนนั้น…” เขาพึมพำเบา ๆ พลางจ้องมองมาที่คุณ “น่าสนใจจริง ๆ” ในขณะเดียวกัน เซียว อวี้เซิน ยังคงนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสงบนิ่ง สายตาของเขากวาดมองสนามอีกครั้ง ก่อนจะหยุดลงที่คุณเพียงครู่เดียว ดวงตานั้นเย็นลึกจนยากจะอ่านความคิด จากนั้นเขาก็หมุนม้ากลับและขี่ออกไปอย่างเงียบงัน ราวกับเรื่องทั้งหมดเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่นานนัก ทาสหญิงที่เหลือก็ถูกพาออกจากสนามล่าและขึ้นเกวียนเพื่อส่งไปยังเรือนของคุณชายสี่ การเดินทางผ่านป่าใช้เวลาไม่นาน แต่สำหรับเหล่าทาสที่เพิ่งรอดชีวิตจากความตาย มันกลับรู้สึกยาวนานอย่างประหลาด เสี่ยวอวิ๋นนั่งอยู่ข้างคุณ มือยังคงกำแขนเสื้อของคุณแน่น ขณะที่ทาสหญิงคนอื่น ๆ ต่างเงียบงัน ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เมื่อเกวียนหยุดลง ภาพของเรือนขนาดใหญ่ก็ปรากฏตรงหน้า กำแพงสูงและประตูไม้หนักดูสง่างามแต่เย็นชา องค์รักษ์ที่เฝ้าหน้าประตูเปิดทางทันทีเมื่อเห็นขบวนของพวกคุณ “พาทุกคนเข้าไป” หนึ่งในองค์รักษ์กล่าวสั้น ๆ เหล่าทาสถูกพาเข้าไปยังลานกว้างภายในเรือน บรรยากาศเงียบสงบจนต่างจากสนามล่าที่เต็มไปด้วยเสียงคำรามและเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละโลก ไม่นานนัก ชายหนุ่มในชุดองครักษ์ก็ก้าวออกมาจากด้านใน เขาคือหัวหน้าองครักษ์ของคุณชายสี่ เขากวาดสายตามองเหล่าทาสที่ยืนเรียงกัน ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “คุณชายสี่มีคำสั่งให้คัดเลือกคนมารับใช้ในเรือน ใครที่ก่อปัญหา หรือคิดจะหนี…จงรู้ไว้ว่าโทษหนักกว่าความตายในสนามล่าเสียอีก” คำพูดนั้นทำให้หลายคนก้มหน้าลงทันที แต่ในหมู่พวกนั้น คุณยังคงยืนเงียบ สายตานิ่งสงบ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านใน ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน ร่างของเซียว อวี้เซินปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาเดินออกมาช้า ๆ สายตาเย็นสงบกวาดมองเหล่าทาสทีละคน ก่อนจะหยุดลงที่คุณ ช่วงเวลานั้นเงียบงันอย่างประหลาด ดวงตาของเขามองคุณราวกับกำลังประเมินบางสิ่ง และนั่นทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่า…ทาสหญิงที่ยืนอยู่ตรงนั้น อาจไม่ได้เป็นเพียงทาสธรรมดาในสายตาของคุณชายสี่อีกต่อไป
แคว้นหลี่ (黎国)
ศูนย์กลางอำนาจ / ราชวงศ์หลัก
เมืองหลวงใหญ่ หรูหรา มีกฎระเบียบเข้ม
การเมืองซับซ้อน ขุนนางแบ่งฝ่าย
เป็นแคว้นของฮ่องเต้
แคว้นเซวียนหั่ว (軒火)
แคว้นนักรบ
กองทัพแข็งแกร่งที่สุด
ผู้คนตรงไปตรงมา รักเกียรติ
ชายแดนติดศัตรู
แคว้นฮวา (花国)
แคว้นงาม / ศิลปะ
ผู้หญิงงดงาม มีชื่อเสียงด้านความบันเทิง
เต็มไปด้วยการเต้นรำ ดนตรี
เบื้องหลังมีการเมืองลับ
แคว้นเซวียน (玄国)
แคว้นนักปราชญ์
เต็มไปด้วยนักวางแผน นักคิด
ไม่เน้นกำลัง แต่ชนะด้วยสมอง
มีสายลับเก่งมาก
แคว้นหลาน (澜国)
แคว้นทะเล / การค้า
ร่ำรวยจากการค้าขาย
มีพ่อค้าทรงอิทธิพล
เปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติ
────────── ✦ ──────────
ᯤ | ๒๘ เดือน ๓ | ᪥ เวลา: ๑๔:๒๙ น. | ยามเว่ย ☘️
────────── ✦ ──────────

🌼 สภาพอากาศ : แดดจ้า
☯ สถานที่ : เรือนคุณชายสี่
✧ บรรยากาศสถานการณ์ ✧ : อึดอัด , วุ่นวาย , แย่งชิง

หลังจากเหตุการณ์ในสนามล่า เหล่าทาสที่รอดชีวิตถูกพาเข้ามาในเรือนของ เซียว อวี้เซิน คุณชายสี่ ตามคำสั่งของเขา ลานกว้างภายในเรือนถูกใช้เป็นที่รวมตัวเพื่อคัดเลือกคนมารับใช้ เหล่าทาสหญิงยืนเรียงแถวอย่างหวาดหวั่น หลายคนยังคงมีรอยแผลและคราบเลือดจากการเอาชีวิตรอดในสนามล่า บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านต้นไผ่และเสียงฝีเท้าขององครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่รอบลาน คุณยืนอยู่ในแถวเดียวกับ หลิน เสี่ยวอวิ๋น นางกำแขนเสื้อของคุณไว้แน่นราวกับกลัวจะพลัดจากกันอีกครั้ง ขณะเดียวกันสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่คุณ เพราะข่าวเกี่ยวกับทาสหญิงที่ต่อสู้กับฝูงหมาป่าในสนามล่าได้เริ่มแพร่ไปแล้ว ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดินหินด้านหน้า บุรุษสามคนเดินเข้ามาพร้อมกัน คนแรกคือ กู้ เหยียนเช่อ คุณชายหก เขายิ้มบาง ๆ อย่างคนที่กำลังสนุกกับบางอย่าง ดวงตาเรียวยาวกวาดมองเหล่าทาสราวกับกำลังเลือกของเล่นใหม่ ถัดมาคือ ฉือ เหลียนจวิน สีหน้าของเขาสงบแต่สายตาคมกริบเหมือนกำลังสังเกตทุกสิ่ง ส่วนคนสุดท้ายคือเจ้าของเรือน เซียว อวี้เซิน ที่เดินเข้ามาช้า ๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่งเหมือนทุกครั้ง เมื่อทั้งสามหยุดยืนอยู่กลางลาน เหล่าทาสและนางกำนัลต่างรีบก้มศีรษะลง กู้ เหยียนเช่อเป็นคนแรกที่พูดขึ้น ข้าได้ยินว่าทาสที่รอดจากสนามล่าถูกพามาที่นี่ ข้าก็เลยอยากมาดูด้วยตาตัวเอง สายตาของเขาไล่มองทีละคนก่อนจะหยุดลงที่คุณ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า อา…เจ้านี่เอง เขาก้าวเข้ามาใกล้เล็กน้อยพลางมองคุณตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ทาสที่สู้กับฝูงหมาป่าในสนามล่า ข้ายังจำได้ดี ตอนนั้นเจ้าล่อหมาป่าไปอีกทางหนึ่งแล้วใช้ลูกธนูที่ปักอยู่กับพื้นเป็นอาวุธ ฉือ เหลียนจวินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนพูดเสียงเรียบ เจ้าจำได้ละเอียดเกินไปแล้ว กู้ เหยียนเช่อ กู้ เหยียนเช่อหัวเราะเบา ๆ ของที่น่าสนใจ ข้ามักจำได้ดี เขาหันมามองคุณอีกครั้ง ดวงตาเป็นประกายประหลาด เจ้ารู้หรือไม่ ตอนนั้นข้าเล็งธนูไปที่เจ้าแล้ว บรรยากาศรอบลานเงียบลงทันที กู้ เหยียนเช่อพูดต่อราวกับเป็นเรื่องสนุก ข้าอยากรู้ว่าทาสที่กล้าล่อหมาป่าจะตายอย่างไร ฉือ เหลียนจวินมองเขาอย่างไม่พอใจ สนามล่าจบไปแล้ว เจ้ายังจะพูดเรื่องนั้นอีกทำไม กู้ เหยียนเช่อยักไหล่เล็กน้อย ก็เพราะตอนนี้ข้าเริ่มสนใจขึ้นมาจริง ๆ น่ะสิ ในขณะนั้น เซียว อวี้เซิน ที่ยืนเงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ กู้ เหยียนเช่อ เพียงชื่อเดียวก็ทำให้กู้ เหยียนเช่อหันไปมอง เซียว อวี้เซินพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นสงบ คนในเรือนข้า ข้าเป็นคนตัดสินใจ กู้ เหยียนเช่อเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ข้าก็แค่ดูเฉย ๆ เขาหันกลับมามองคุณอีกครั้ง สายตานั้นเต็มไปด้วยความสนใจ แต่ต้องยอมรับว่า…ทาสคนนี้ไม่เหมือนคนอื่นจริง ๆ ฉือ เหลียนจวินมองคุณครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจัง คนที่เอาตัวรอดจากฝูงหมาป่าได้คงไม่ธรรมดา คำพูดนั้นทำให้สายตาของหลายคนในลานเริ่มเปลี่ยนไป ส่วนเซียว อวี้เซินยังคงมองคุณเงียบ ๆ ดวงตาลึกสงบราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่าง และตั้งแต่วินาทีนั้น ทาสหญิงที่เพิ่งถูกพามายังเรือนของคุณชายสี่ ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของบุรุษสามคนในเวลาเดียวกัน

Menu