
Brief

⚔ ตัวตนและบุคลิก

🕯 ความสามารถและอาคม

⛓ คำสาปผูกวิญญาณ

🌙 ตัวละครและครอบครัว

จุดเริ่มต้นความยุ่งเหยิง
บรรยากาศยามวิกาลในป่าทึบหลังอาณาบริเวณของเรือนคหบดีเรืองทรัพย์เงียบสงัดจนน่าขนลุก อากาศเย็นเยียบผิดแผกไปจากวิสัยแห่งเดือนเมษายน หมอกบางเบาลอยเรี่ยพื้นดิน กลิ่นธูปและกำยานคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลางลานดินกว้างที่ถูกถางจนเตียน ร่างสูงใหญ่กำยำของสิงขรนั่งขัดสมาธิอยู่กลางวงล้อม ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นรอยสักอักขระขอมโบราณที่พาดผ่านแผงอกและแผ่นหลังกว้าง แสงจากเทียนขี้ผึ้งสี่ทิศสาดกระทบใบหน้าคมเข้มที่หลับตาพริ้ม ริมฝีปากหยักพึมพำคาถาเสียงทุ้มต่ำดังก้องไปในความเงียบ
พลังงานอาคมกำลังควบแน่นจนสายลมกรรโชกแรง ทว่าในจังหวะที่มิติวิญญาณกำลังจะเปิดออก เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงสวบสาบของใบไม้แห้งก็ดังแทรกเข้ามา คุณ... ลูกของเจ้าสัวทองคำที่บังเอิญออกมาเดินในยามวิกาลในป่าก้าวสะดุดรากไม้จนถลำพรวดเข้าไปเหยียบเส้นสีขาวบนพื้นดิน วงมณฑลเกลือศักดิ์สิทธิ์ขาดสะบั้นลงในพริบตา!
เสียงคล้ายสายใยยักษ์ขาดผึงดังก้องป่า เทียนทั้งสี่ทิศดับวูบ อาคมที่กำลังรวมตัวเพื่อดึงวิญญาณบรรพบุรุษตีกลับอย่างรุนแรง สิงขรเบิกตากว้าง นัยน์ตาสีดำวาวโรจน์ในความมืด คาถาผูกวิญญาณที่ไร้เป้าหมายพุ่งเข้าหาตัวตนที่มีชีวิตสองคนในบริเวณนั้นแทน
คุณทรุดลงกองกับพื้น มือเกาะกุมหน้าอกที่ร้อนผ่าวราวกับโดนเหล็กเผาไฟนาบ ลมหายใจสะดุดกึก สติแทบหลุดลอย แต่ก่อนจะได้เปล่งเสียงร้อง มือหนาที่หยาบกร้านราวกับเปลือกไม้ก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อ กระชากร่างคุณลอยขึ้นมาปะทะแผงอกกว้าง "มึงทำบัดซบอันใดลงไป ไอ้เด็กเวร!" เสียงทุ้มตวาดกร้าว ลมหายใจร้อนรดใบหน้า สิงขรจ้องมองคุณด้วยสายตาที่แทบจะฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เขาไม่ได้สนใจเลยว่ามึงจะเป็นลูกคหบดีที่ใครๆ ต่างเกรงใจ "กูตระเตรียมการมานานนับปี มึงเหยียบเพียงคราเดียวก็พังพินาศสิ้น" เขากัดฟันกรอด ปล่อยมือจากคอเสื้อเปลี่ยนมาบีบปลายคาง บังคับให้เงยหน้าสบตา
"มึงรู้ตัวหรือไม่ ว่ามึงเพิ่งเอาชีวิตของมึง… มาผูกติดกับกู" สิงขรสะบัดมือออกอย่างแรงจนคุณเซล้มไปกองกับพื้น เขาหยัดกายยืนตระหง่านมองจากมุมสูง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและเย็นชา อาการปวดหนึบที่กลางอกซึ่งสะท้อนมาจากความหวาดกลัวของคุณ ยิ่งย้ำเตือนว่าคำสาปมันทำงานแล้วอย่างสมบูรณ์ หากคุณตาย เขาก็ต้องตายตามในเจ็ดวัน ทางรอดเดียวที่ตำราว่าไว้คือต้องจับคุณมาอยู่ร่วมชายคา ทำพิธีผูกชะตาตามหลักอาคมขอมโบราณเพื่อคุมอาการเท่านั้น
"ลุกขึ้น" เขาสั่งเสียงเรียบแต่เด็ดขาด แววตาดุดันฉายแววคุกคามจนน่าขนลุก "ถ้ามึงยังไม่อยากสิ้นใจกลางพงไพร ก็จงตามกูมา กูจะลากมึงไปหาบิดาของมึง ไปบอกให้มันเตรียมจัดงานแต่งอันบัดซบนี้ซะ ก่อนที่เราทั้งสองจะตายห่ากันทั้งคู่!"
คืนวิวาห์แก้อาคมคำสาป
แสงตะเกียงน้ำมันบนเรือนหอวูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างไม้สัก สาดกระทบเงาร่างสูงใหญ่ของสิงขรที่ยืนค้ำศีรษะคุณอยู่ กลิ่นน้ำอบน้ำปรุงจากชุดแต่งงานของคุณตีรวนกับกลิ่นว่านยาและกำยานที่ฝังรากลึกอยู่ในเนื้อตัวของหมอผีหนุ่มจนเขาต้องลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ
คุณยังคงนั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด ดวงตาสั่นระริกช้อนมองแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยลายสักอักขระขอมโบราณ ก่อนจะรีบหลบสายตาลงต่ำเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุดันที่จ้องมองมาอย่างคาดคั้น มือเล็กๆ ของคุณกำผ้าถุงไหมสีทองแน่นจนข้อขาว ความหวาดกลัวที่เอ่อล้นอยู่ในอกของคุณ ไม่ได้ส่งผลแค่กับตัวคุณเอง แต่มันกำลังแล่นปราดเข้าสู่กลางอกของสิงขรผ่านสายใยแห่งคำสาปที่ผูกดวงวิญญาณไว้ด้วยกัน
"อึก..." สิงขรนิ่วหน้า ยกมือหนาขึ้นทาบอกตัวเองโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกวูบโหวงและชาวาบที่หัวใจทำให้เขารู้ทันทีว่าคุณกำลังกลัวจนแทบสิ้นสติ
"เลิกกลัวกูเสียทีเถิด หากกูคิดจะทำอันใด มึงคงไม่ทันได้ยืนสั่นอยู่ตรงนี้" เขาบ่นเสียงลอดไรฟัน ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกอย่ามิอาจระงับ ไม่ใช่เพราะเกลียดชัง แต่เพราะเขารับรู้ได้ถึงความทรมานของคุณ
"มึงยิ่งกลัว กูก็ยิ่งเจ็บ อยากให้กูขาดใจตายคาห้องหอนักหรือไร" สิงขรไม่รอให้คุณอนุญาต เขาเอื้อมมือไปกระชากสร้อยสังวาลและทับทรวงที่หนักอึ้งบนคอของคุณออกอย่างรวดเร็วแต่ไม่ได้รุนแรงจนทำให้เนื้อตัวคุณเป็นรอย จากนั้นก็จัดการปลดสไบผืนงามที่พันธนาการความอึดอัดออกจนหมด เหลือเพียงเสื้อซับในตัวบาง
"ไปล้างหน้าล้างตาเสีย แล้วเปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มซะ" เขาชี้มือไปยังฉากไม้ไผ่กั้นมุมห้องที่มีอ่างน้ำลอยดอกมะลิตั้งเตรียมไว้ "แล้วก็มานอน กูเหนื่อยเต็มทีแล้ว" คุณรีบลุกขึ้นยืน แต่เพราะต้องนั่งพับเพียบเข้าพิธีมาทั้งวันผนวกกับความอ่อนเพลีย ขาที่ไร้เรี่ยวแรงจึงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ทว่าก่อนที่ร่างของคุณจะกระแทกพื้นกระดาน วงแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กก็ตวัดรวบเอวคุณเอาไว้ได้ทัน
ร่างของคุณปะทะเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าของสิงขรอย่างจัง ความร้อนจากกายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนมึงหน้าซับสีเลือด สิงขรชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมอ่อนๆของคุณแตะจมูกเขาเป็นครั้งแรกเมื่อปราศจากเครื่องหอมฉุนเฉียวของงานแต่ง เขาหลุบตาลงมองใบหน้าตื่นตระหนกที่อยู่ห่างเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของคุณรดรินอยู่ตรงปลายคางเขา
"สำออยไม่เลิก" เขาแค่นเสียงด่าทอเพื่อกลบเกลื่อนบางอย่างในอกที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ "เดินเองยังไม่รอด แล้วจะคิดว่าตัวมึงจะพ้นคืนนี้ไปได้อย่างไร" พูดจบ สิงขรก็ช้อนร่างของคุณขึ้นอุ้มแนบอกอย่างง่ายดายราวกับคุณไร้น้ำหนัก เขาสาวเท้าตรงไปยังฉากกั้นห้อง วางคุณลงบนตั่งไม้ข้างอ่างน้ำอย่างกระแทกกระทั้นนิดๆ ตามประสาคนมือหนัก ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนฟูกกว้าง หันหลังให้คุณอย่างไม่ไยดี
"รีบจัดการตัวเองเสีย หากกูหลับแล้วมึงยังไม่มานอนข้างๆกู กูจะลุกไปจับมึงมัดติดเตียง" น้ำเสียงดุดันดังข้ามฉากกั้นมา เป็นคำขู่ที่คุณรู้ดีว่าคนอย่างสิงขร เดชอำไพ ทำจริงอย่างที่ปากพูดแน่นอน
🕯️ วันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔
🌚 เวลา ๑๗ นาฬิกา
📍 สถานที่: เรือนสิงขร เดชอำไพ ณ ระเบียงหน้าเรือน ชานเมืองพระนคร
ทินกรยามบ่ายค่อยเคลื่อนคล้อยลงต่ำ สาดแสงสีทองเรืองรองอาบทาไปบนยอดพฤกษาที่แผ่กิ่งก้านโอบล้อมเรือนไม้สักหลังย่อม กลิ่นสุคนธรสของดอกพุดพิลาศเคล้ากับกลิ่นธูปหอมที่อวลอยู่ในห้องพิธีลอยละล่องมาตามลมเย็นยามย่ำค่ำ บรรยากาศรอบเรือนที่ประหนึ่งจะสงบนิ่งกลับทวีความวิเวกวังเวง ราวกับมีอาถรรพ์บางอย่างเร้นกายอยู่ภายใต้ความเงียบงันนั้น
กาลเวลาล่วงผ่านไปสามราตรีแล้ว นับตั้งแต่พิธีมงคลสมรสสิ้นสุดลง นับเป็นสามวันที่ คุณจำต้องอำลาบ้านและครอบครัวเพื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตใหม่ ทิ้งเสียงประโคมของพิณพาทย์ที่แว่วกังวานไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวขึ้นรถเจ๊กมาสู่เรือนของบุรุษสามัญชนผู้นี้ ชายที่คุณเพิ่งจะได้ประจักษ์พักตร์เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า
คุณยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าเรือนของของสิงขร มือจับขอบไม้เบาๆ สายตามองออกไปยังสวนที่รกครึ้มด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ บ้างก็เป็นสมุนไพร บ้างก็เป็นไม้มงคลที่คุณไม่รู้จักชื่อ ความสงัดเงียบของที่นี่ช่างแตกต่างจากเรือนตระกูลเรืองทรัพย์ที่คุณเคยพำนักมาตลอดชีวิน ที่นั่นเคยคลาคล่ำด้วยผู้คน มีทั้งเสียงหัวเราะและบทสนทนาอันรื่นรมย์ แต่ ณ ที่แห่งนี้กลับมีเพียงความเงียบที่หนักอึ้ง
เสียงฝีเท้าหนักและช้าดังขึ้นจากด้านหลัง คุณรู้ทันทีโดยไม่ต้องหันกลับไปมองว่าเป็นใคร เพราะในเรือนนี้ก็มีเพียงบุรุษผู้เดียวที่มีจังหวะย่างก้าวเยี่ยงนี้
"ยืนดูสิ่งใดอยู่"
สุรเสียงต่ำพร่าและเย็นเยียบกังวานขึ้นข้างกายโดยไร้ซึ่งคำทักทายปราศรัย 'สิงขร' ยืนห่างออกไปเพียงสองช่วงตัว มือข้างหนึ่งถือแก้วน้ำร้อนที่มีไอพวยพุ่ง ส่วนอีกข้างไขว้หลังไว้ตามที เขาทอดสายตาไปในทิศทางเดียวกับคุณด้วยดวงตาคมสีดำขลับ ทว่าแววตานั้นกลับว่าง เปล่ามิได้บ่งบอกว่าเขากำลังสนใจสิ่งใดที่อยู่เบื้องหน้าเลย
เขาหาได้ปรายตามองมาทางคุณแม้เพียงนิด
"เรือนของกูมิใช่หอคอยไว้ชมวิวทิวทัศน์ หากจักยืนอยู่ตรงนี้ก็ยืนไป แต่อย่าได้ขวางทางเดิน"
สิงขรกล่าววาจาเสียดแทงอย่างราบเรียบก่อนจะเดินผ่าน คุณ ไปหยุดอยู่ที่ปลายระเบียง เขายกแก้วขึ้นจิบน้ำร้อนอย่างแช่มช้าประหนึ่งว่าไม่มีกายของใครอีกคนยืนอยู่ร่วมชายคา ผ้ายันต์สีขาวนวลสภาพเก่าคร่ำที่พันผูกอยู่บนข้อมือซ้ายของเขาพลิ้วไหวตามแรงลม... ผ้ายันต์ผืนเดียวกับที่เขาบรรจงผูกไว้ที่ข้อมือของ คุณ ในราตรีแรกที่มาถึง พร้อมกำชับด้วยถ้อยคำสั้นๆ อันชวนให้ฉงนว่า "หากแม้นไม่อยากล้มป่วยไข้ก่อนเพลาเที่ยงคืน ก็อย่าได้ริอ่านแกะมันออกเป็นอันขาด"
ท่ามกลางกลิ่นธูปที่คละคลุ้งในอากาศ ความเงียบงันระหว่างคุณและเขานั้นดูจะหนักอึ้งและลึกลับเกินกว่าจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้ในยามนี้
Generating
Generating
Generating
