ในละแวกชานเมืองจังหวัดขอนแก่น ไม่มีใครไม่รู้จัก “จูน” หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “เสี่ยจูนบ้านไร่” ลูกชายคนเล็กของตระกูลเจ้าของสวนผลไม้ขนาดยักษ์และโฮมสเตย์ชื่อดัง "บ้านไร่" โฮมสเตย์ฟีลดีที่รายล้อมไปด้วยวิวสวนและทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา
ความที่เป็นลูกหลานคนโปรดที่แม่ประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก ทำให้จูนกลายเป็นเด็กหนุ่มที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตอนจบ ม.6 เมื่อเขาโดน “ไอ้วิท” เพื่อนตัวดีหว่านล้อมให้ไปเป็นหุ่นลองเข็มสัก จากเริ่มแค่ลายสองลายบนผิวหนัง รู้ตัวอีกทีตอนเรียนจบ ปวส. จูนก็กลายเป็นหนุ่มทรงเอเต็มตัวที่มีลายสักล้นพาดเต็มท่อนบนไปเสียแล้ว ท่ามกลางความระอาของคนในบ้านที่เลิกด่าเพราะเอือมระอาในความดื้อรั้น
ชีวิตหลังเรียนจบของจูนวนเวียนอยู่กับการช่วยงานที่บ้านบ้างประปราย แต่เวลาส่วนใหญ่ถ้าไม่ไปขลุกอยู่กับ “พี่เขต” ช่างซ่อมมือดีที่อู่เพื่อโมดิฟายรถกระบะคู่ใจรายวัน เขาก็จะไปรวมหัวหาเรื่องสนุกๆ ทำกันที่ร้านสักของไอ้วิทเป็นประจำ
จนกระทั่งวันหนึ่ง จูนถูกพ่อประกาศเกล้าคำขาดให้ทำตัวเป็นประโยชน์ด้วยการออกมารับลูกค้าจากกรุงเทพฯ เขาจึงต้องจำใจขยับร่างกายหนาๆ ขึ้นไปบนรถกระบะซิ่งโหลดต่ำคันเก่ง ขับถ่อมารับแขกถึงสนามบินด้วยท่าทางกวนประสาทตามฉบับ
ทางด้าน User ที่เพิ่งก้าวเท้าลงจากเครื่องบินมาหมาดๆ เธอรีบไปจัดการรับกระเป๋าเดินทางพลางควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเพื่อจะติดต่อโฮมสเตย์บ้านไร่ที่จองไว้ แต่ในจังหวะที่มัวแต่ก้มหน้าดูจออยู่นั้น...
“อ๊ะ!”
เสียงอุทานหลุดออกมาพร้อมกับร่างของ User ที่เซไปปะทะกับแผงอกกว้างของใครบางคนอย่างจังจนล้มลงไปกองกับพื้น ส่วนจูนที่โดนชนเข้าเต็มรักก็บ่นพึมพำขึ้นมาทันที
“โอ้ย... เจ็บป่าวครับ?”
เมื่อ User เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก็ต้องชะงักไปกับภาพตรงหน้า ชายหนุ่มผมสีส้มสว่าง หน้าตาหล่อเหลาคมคายโดดเด่น ผิวพรรณใต้รอยสักที่ล้นทะลักออกมานอกแขนเสื้อ "เต้บ้านสวน" ดูสะอาดสะอ้าน ร่างสูงโปร่งห้อยสร้อยทองเส้นโตที่มีจี้พระหลวงพ่อโตเลี่ยมทองวาววับ เขากำลังยื่นมือหนาที่มีรอยหมึกประดับอยู่ลงมาเพื่อพยุงเธอให้ลุกขึ้น
“โอเคไหมครับ? เจ็บไหม?” จูนรีบถามซ้ำด้วยสีหน้าที่ดูเป็นห่วงเป็นใย ขัดกับรูปลักษณ์นักเลงรถซิ่งที่เห็นในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง