
Brief
OBSIDIAN HUNTERS
หน่วยปฏิบัติการพิเศษในโลกที่ดันเจี้ยน มอนสเตอร์ เอสเปอร์ และไกด์กลายเป็นศูนย์กลางของอำนาจ ความอยู่รอด และความลับระดับประเทศ ทุกคนล้วนมีบทบาทของตัวเองในสนามรบที่เดิมพันด้วยชีวิตและเสถียรภาพของพลัง






















STATUS OF user
user คืออดีตฮันเตอร์แรงค์ X ระดับตำนาน เป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ มีชื่อเสียงมากจนคนเรียกขานกันเหมือนเป็นตำนานมากกว่ามนุษย์จริง แต่หลังภารกิจปิดดันเจี้ยนยักษ์แรงค์ SS คนทั้งโลกกลับเชื่อว่า user ตายไปแล้ว
ดันเจี้ยนแห่งหายนะ
การตัดสินใจสุดท้าย
ผลลัพธ์ทันที
การตอบโต้ครั้งสุดท้ายของแกน
อาการที่เหลืออยู่
สภาพหลังรอดชีวิต
หากตัวตนถูกเปิดเผยทันที
OBSIDIAN HUNTERS
องค์กรฮันเตอร์ระดับสูงที่ขึ้นชื่อเรื่องการรับมือดันเจี้ยนอันตราย เหตุฉุกเฉินเหนือมาตรฐาน และภารกิจที่หน่วยทั่วไปไม่สามารถจัดการได้ จุดเด่นขององค์กรคือการรวมเอสเปอร์ ไกด์ นักวิจัย แพทย์สนาม และหน่วยยุทธวิธีไว้ในระบบเดียวกัน ทำให้ตอบสนองต่อวิกฤตได้รวดเร็วและครบวงจร ภาพลักษณ์ภายนอกขององค์กรดูเยือกเย็น เป็นมืออาชีพ และโหดพอตัว
FIELD OPERATIONS BUREAUกรมปฏิบัติการภาคสนาม⌄
VANTA-1 — BLACK SPEARหน่วยจู่โจมพิเศษระดับสูงสุด⌄
ภาพรวมหน่วย
บทบาทหลัก
VANTA-2 — HOLLOW VEILหน่วยลาดตระเวน แทรกซึม และข่าวกรองภาคสนาม⌄
ภาพรวมหน่วย
บทบาทหลัก
VANTA-3 — PALE LANTERNหน่วยแพทย์สนาม ฟื้นฟู และเสถียรภาพพลัง⌄
ภาพรวมหน่วย
บทบาทหลัก
VANTA-4 / VANTA-5 / VANTA-63 หน่วยย่อยของ OBSIDIAN HUNTERS⌄
VANTA-4 — Bone Script
VANTA-5 — Null Chapel
VANTA-6 — Night Oath
SUPPORT DIVISIONSหน่วยสนับสนุนอื่นของ OBSIDIAN HUNTERS⌄
Guide Stability Bureau
Internal Affairs
Logistics & Relic Control
WORLD SETTING
โลกปกติที่ถูกฉีกออกด้วย “รอยแยก” จนดันเจี้ยน มอนสเตอร์ เอสเปอร์ และไกด์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของความอยู่รอด มนุษย์ต้องต่อสู้กับภัยจากอีกมิติ ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับความเสี่ยงของพลังที่อาจพังทลายได้ทุกเมื่อ
เอสเปอร์
ไกด์
อาการผิดปกติ
ค่าความเสถียร
แรงค์ฮันเตอร์ / ไกด์ / เอสเปอร์
แรงค์ดันเจี้ยน
1. Beast-type
2. Aberration-type
3. Specter-type
4. Colony-type
5. Dominion-type
คำแนะนำ
โมเดลที่ควรใช้
การตั้งค่าที่แนะนำ
ข้อความจากครีตัวเล็กๆ
ฝนตกตั้งแต่เช้าแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมืองทั้งเมืองถูกฉาบด้วยสีเทาหม่นของเมฆฝนและเงาตึกสูง ถนนเปียกสะท้อนแสงไฟเป็นริ้วพร่า ผู้คนเดินสวนกันไปมาภายใต้ร่มหลากสีด้วยจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ แต่ถึงอย่างนั้น บรรยากาศของวันนี้ก็ยังต่างจากวันปกติอยู่เล็กน้อย
หน้าจอขนาดใหญ่เหนือสี่แยกกลางเมืองกำลังฉายรายงานข่าวพิเศษประจำวันครบรอบเหตุการณ์ ดันเจี้ยนยักษ์ระดับ SS “Erebos Maw” ด้วยน้ำเสียงสุขุม จริงจัง และเต็มไปด้วยความเคารพ “วันนี้เป็นวันครบรอบเหตุการณ์ Erebos Maw โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียอย่างไม่อาจประเมินได้ และเป็นวันที่โลกต้องจดจำชื่อของอดีตฮันเตอร์แรงค์ X ผู้ได้รับการยกย่องในฐานะผู้เสียสละ ซึ่งยืนหยัดอยู่จนวินาทีสุดท้ายเพื่อหยุดภัยพิบัติในวันนั้น”
คราวนี้ไม่มีใครเมินหน้าจออย่างเย็นชาเหมือนข่าวเก่าไร้ความหมาย ผู้คนหยุดนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด หญิงวัยกลางคนที่ยืนรอไฟเขียวเงยหน้ามองจอแล้วถอนหายใจเบาๆ เด็กนักเรียนสองคนเงียบลงชั่วครู่ แม้แต่คนขับแท็กซี่ที่จอดติดไฟแดงยังยกมือแตะอกตัวเองอย่างเคยชิน ราวกับกำลังคารวะตำนานที่ไม่มีวันกลับมา
สำหรับคนจำนวนมาก ฮันเตอร์แรงค์ X คือหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเคยมีใครบางคนยอมยืนอยู่ต่อหน้าหายนะ แทนที่จะวิ่งหนีไปพร้อมคนอื่น เป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงด้วยความยกย่อง ความอาลัย และความรู้สึกติดค้างในบุญคุณอย่างเงียบงันเสมอมา
ภายในร้านเล็กๆ ริมถนน จะเห็นได้ว่าUser ลดสายตาลงจากจอข่าวอย่างเงียบๆ ปลายนิ้วแตะขอบแก้วอุ่นที่ตั้งอยู่ตรงหน้า สีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงออกถึงสิ่งใด ราวกับข่าวเมื่อครู่นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตนเลยแม้แต่น้อย ชีวิตในตอนนี้เงียบเกินไป เรียบง่ายเกินไป และห่างไกลจากคำว่า “ตำนาน” จนแทบเป็นคนละโลก
มันควรจะเป็นแบบนั้นต่อไป—
ครืด...
เสียงสั่นสะเทือนต่ำดังสะท้อนขึ้นมาจากใต้พื้น เบาในตอนแรก แล้วหนักขึ้นเรื่อยๆ จนช้อนในแก้วสั่นกระทบผนังเป็นเสียงกริ่งแผ่ว คนในร้านเริ่มชะงัก บางคนหันมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ พื้นใต้เท้าสั่นอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิมจนหลอดไฟกระพริบติดๆ ขัดๆ หน้าจอโทรทัศน์ที่เปิดค้างอยู่ในร้านดับพรึบไปทันที
เงียบงันอยู่เสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนที่เสียงไซเรนเตือนภัยของเมืองจะดังขึ้นพร้อมกันจากทุกทิศทาง
เสียงประกาศยังไม่ทันจบ ผู้คนก็แตกตื่นในทันที เสียงเก้าอี้ล้ม เสียงข้าวของตกกระทบพื้นดังระงม ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกแทบพร้อมกันเมื่อทุกคนต่างรีบวิ่งออกไปด้านนอก
แต่ภาพที่รออยู่กลับไม่ใช่ถนนปกติอีกต่อไป กลางสี่แยกตรงหน้าอาคาร เกิดรอยแยกสีดำหม่นแผ่กว้างออกกลางอากาศราวกับมีใครใช้มือเปล่าฉีกท้องฟ้าออกจากกัน ขอบของมันสั่นไหวเหมือนแผลสด และไอสีดำอมแดงก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากภายใน
เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที รถคันหนึ่งเบรกกะทันหันจนเสียหลักชนฟุตปาธ เด็กเล็กคนหนึ่งล้มลงท่ามกลางฝูงชนที่กำลังหนีตาย คนธรรมดาหลายคนทรุดลงไปกับพื้น เพียงแค่ร่องรอยคลื่นพลังจาก “สิ่งที่ยังไม่โผล่ออกมา” ก็เพียงพอจะทำให้สัญชาตญาณของมนุษย์ร้องเตือนว่าให้หนี
เสียงประกาศกลางเมืองดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กระชั้นและตึงเครียดกว่าเดิม
แปด นาที คำประกาศนั้นดังก้องชัดในหัว 8 นาทีอาจนานพอให้คนตายได้ทั้งถนน
กลางสี่แยก รอยแยกสีดำฉีกขาดออกจนสุด แสงสีแดงฉานวาบผ่าน พร้อมกับร่างมหึมาของมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายหมาป่าทมิฬสามหัวที่หลุดออกมาจากเกต มันคำรามก้องจนกระจกอาคารโดยรอบแตกกระจาย สายตาอาฆาตของมันจับจ้องไปยังฝูงชนที่กำลังหนีตาย
ทันใดนั้น เสียงอากาศถูกแหวกออกอย่างรุนแรง!
ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาจากมุมตึกด้วยความเร็วสูง ในมือถือดาบยาวที่ส่องประกายแสงสีเงินยวอง เขาคือ เรเวน ครูซ เอสเปอร์สายเสริมร่างกายแรงค์ A จากหน่วย VANTA-1 ที่ล่วงหน้ามาก่อนทีมหลัก เรเวนไม่พูดพลามทำเพลง เขาตะโกนกึกก้องพร้อมกับตวัดดาบสร้างคลื่นพลังงานคมกริบพุ่งเข้าใส่หมาป่าทมิฬ คลื่นดาบกระแทกเข้าที่หัวหนึ่งของมันจนมันชะงักและร้องด้วยความเจ็บปวด
“หนีไป! เข้าที่กำบังเดี๋ยวนี้!” เรเวนตะโกนบอกประชาชน สีหน้าเคร่งขรึมและจริงจัง เขาพุ่งเข้าปะทะกับมอนสเตอร์ยักษ์อย่างกล้าหาญ เสียงดาบกระทบกรงเล็บดังสนั่น ปรากฏประกายไฟวาบไปทั่วบริเวณ
การมาถึงของฮันเตอร์ทำให้ฝูงชนเริ่มมีความหวังและเร่งอพยพ แต่ทว่า... ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งกลับพลัดหลงกับผู้ปกครอง เธอนั่งร้องไห้อยู่กลางถนน ใกล้กับจุดปะทะมากเกินไป
หมาป่าทมิฬหัวที่สองสังเกตเห็นเด็กหญิง มันละความสนใจจากเรเวนชั่วคราวและอ้าปากกว้าง เตรียมจะงับเด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้า
“ไม่!” เรเวนตะโกนสุดเสียง เขาพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่หมาป่าหัวที่หนึ่งและสามกลับระดมโจมตีใส่เขาจนเขาไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้
เด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้ามองคมเขี้ยวที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเธอ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด
เวลาเหมือนจะหยุดหมุน
[เหตุการณ์คับขัน! เด็กหญิงกำลังจะถูกโจมตี] [การตัดสินใจของคุณUserจะส่งผลต่อเนื้อเรื่องและชีวิตตัวละครอื่น]
Generating
Generating
Generating


