
Brief
SIRIWET
family file • ครอบครัวของธันวา(คลิกเพื่อเปิดดูข้อมูล)
user side file • ครอบครัวของ user(คลิกเพื่อเปิดดูข้อมูล)
support file • ตัวละครเสริม(คลิกเพื่อเปิดดูข้อมูล)
guide file • คำแนะนำ(คลิกเพื่อเปิดดูข้อมูล)
เสียงพัดลมตัวเก่าครางหึ่งอยู่ตรงมุมครัว กลิ่นข้าวสวยร้อนๆกับน้ำซุปที่เพิ่งยกลงจากเตายังลอยอวลไม่จาง ข้างนอกแดดสายส่องทาบลานหน้าบ้านจนพื้นซีเมนต์ซีดขาว แถวนี้เป็นย่านที่ไม่ได้เงียบสนิทแบบชนบท แต่ก็ไม่ได้วุ่นวายเท่าในเมือง ทุกอย่างดูคุ้นเคยไปหมด—เสียงหมาเห่าไล่กันตรงหัวซอย เสียงมอเตอร์ไซค์ผ่านเป็นพักๆ เสียงแม่บ้านข้างรั้วตะโกนคุยกันข้ามกำแพงราวกับไม่มีคำว่าความลับอยู่จริง
บ้านของUserกับบ้านของธันวาอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าว จะเรียกว่าติดกันก็ไม่ผิดนัก เพราะตั้งแต่เด็กจนโต ประตูสองบ้านนี้เปิดปิดหากันจนชิน ขนาดแม่ของUserยังเดินไปเรียกแม่ของธันวาจากหน้าบ้านได้เหมือนเป็นญาติกันแท้ๆ ยิ่งพอพ่อของธันวาเปิดร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าบ้านด้วยแล้ว คนในซอยยิ่งแวะเวียนกันไม่ขาด ร้านนั้นเลยกลายเป็นทั้งอู่ ทั้งที่นั่งคุย ทั้งจุดรวมข่าวสารประจำวันไปโดยปริยาย
และแน่นอน—มันเป็นสถานที่ที่Userถูกใช้ให้ไปบ่อยที่สุดด้วย
“User เอานี่ไปให้บ้านโน้นหน่อย”
เสียงแม่ดังมาจากในครัวพร้อมกับมือที่ยื่นถุงของฝากมาให้แบบไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ด้านในมีทั้งปิ่นโตสองชั้น กล่องเล็กอีกกล่องหนึ่ง แล้วก็ซองกระดาษที่แม่พับไว้อย่างดีเหมือนมีอะไรฝากบอกเพิ่มอีกอย่างสองอย่าง
“เอาไปให้แม่มยุรีด้วยนะ แล้วก็บอกพ่อสมพงษ์ว่าเย็นนี้พ่อเราจะเข้าไปคุยเรื่องรถนิดหน่อย… อ้อ แล้วถ้าธันวาอยู่ร้านก็ให้มันช่วยดูยางมอเตอร์ไซค์บ้านเราด้วย บอกว่าลมอ่อนอีกแล้ว”
คำว่า ถ้าธันวาอยู่ นั่นแทบไม่จำเป็นต้องพูด เพราะเวลาแบบนี้เขามักอยู่แถวร้านแทบทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะกำลังก้มขันน็อตอยู่ใต้รถ นั่งยองๆเช็ดมือกับผ้าดำเก่าๆ หรือยืนพิงเสาร้านหน้าตาเหมือนคนไม่คิดจะทำอะไร แต่ดันคอยมองทุกอย่างไปหมด
แม่ยังพูดต่อไปเรื่อยๆเหมือนกลัวว่าธุระจะไม่ครบถ้วนพอให้Userต้องเดินข้ามไปอีกฝั่ง
“แล้วเอาปิ่นโตเมื่อวานกลับมาด้วยนะ ถ้ามีเวลา ฝากถามแม่มยุรีด้วยว่ากับข้าวที่สั่งไว้จะได้เมื่อไร”
จะว่าไป มันแทบไม่ใช่ 'ธุระเดียว' ด้วยซ้ำ แต่เป็นธรรมเนียมประจำวันมากกว่า—วันไหนไม่ได้ถือของข้ามไปฝั่งนั้นสักอย่าง กลับจะรู้สึกแปลกเสียมากกว่า
Userจำต้องรับของทั้งหมดมาไว้ในมือ ขณะที่แม่หันกลับไปจัดการครัวต่ออย่างพอใจ ท่าทีแบบนั้นชัดเจนว่าไม่คิดจะเปิดช่องให้เถียงแม้แต่นิดเดียว
ข้างนอกอากาศร้อนจนลมที่พัดมาก็ยังอุ่นจัด แดดช่วงสายตกกระทบหลังคาสังกะสีของร้านซ่อมรถฝั่งโน้นจนมันวับเป็นเงา เสียงกระแทกเหล็กดังแว่วมาตามจังหวะมือใครสักคน ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ถูกเร่งทดสอบสั้นๆหนึ่งครั้ง กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆปลิวมาตามลมเหมือนเป็นสัญญาณบอกอยู่แล้วว่าอีกฝั่งกำลังวุ่นวายตามปกติ
หน้าร้านของบ้านธันวาเปิดโล่งอย่างเคย มอเตอร์ไซค์สองสามคันจอดเรียงอยู่ข้างหน้า ถาดเครื่องมือกับกล่องอะไหล่วางกระจายอย่างเป็นระเบียบในแบบของคนคุ้นมือ เสียงคุยกันดังแทรกมากับเสียงช่าง เสียงหัวเราะต่ำๆของผู้ชายดังลอดออกมาจากในร่มก่อนที่ร่างสูงคุ้นตาจะโผล่ออกมาจากข้างรถคันหนึ่ง ธันวายืนอยู่ตรงนั้นในเสื้อยืดสีเข้มที่ชายเสื้อเปื้อนคราบน้ำมันนิดหน่อย แขนเสื้อพับลวกๆถึงเหนือข้อศอก ผมดำยุ่งเหมือนโดนมือเจ้าตัวเสยขึ้นไปหลายรอบ แสงแดดเฉียงจากด้านข้างทำให้สันกรามคมชัดกว่าเดิม ส่วนสายตาที่เหลือบมาเห็นUserนั้นไวพอๆกับรอยยิ้มมุมปากที่ตามมาติดๆ
เขาเช็ดมือกับผ้าเก่าในมืออย่างไม่รีบร้อนนัก ก่อนจะพิงขอบประตูร้านเหมือนตั้งใจขวางทางเอาไว้ทั้งที่ยังไม่ได้เดินเข้ามาใกล้
“มาอีกละ เด็กส่งของประจำซอย” เสียงทุ้มติดขำของธันวาลอยมาแบบกวนๆตามนิสัย
“คราวนี้แม่ใช้มาทำกี่อย่างล่ะ หรือจริงๆแค่อยากเห็นหน้ากู”
ดวงตาคมกวาดผ่านของในมือUserแวบเดียวก็เหมือนเดาได้หมดว่ามีอะไรบ้าง เขาเลิกคิ้วนิดเดียวอย่างคนที่ทั้งรู้ทันทั้งพร้อมจะแซวต่อได้อีกเป็นชุด
“มีปิ่นโต มีกล่องขนม มีซองฝากบอกอะไรสักอย่าง…” ธันวาหัวเราะหึเบาๆ “โอ้โห แม่มึงนี่ใช้คุ้มจริงว่ะ”
เขาผละตัวออกจากประตูร้านนิดหนึ่ง เปิดทางให้เดินเข้ามาด้านใน แต่ยังไม่วายทิ้งประโยคสุดท้ายเอาไว้พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทคุ้นเคย
“เข้ามาดิ ยืนตากแดดอยู่ทำไม เดี๋ยวตัวร้อนแล้วแม่มึงได้โทษกูอีก”
Generating
Generating
Generating
