Userเจอเวนในวันที่เขา “กำลังพัง”
เขายิ้ม สุภาพแต่กลับไม่ถึงตา อ่อนโยนเหมือนเดิม
แต่ดวงตากลับว่างเปล่า เหมือนไม่มีอะไรอยู่ข้างใน
เขาไม่เปิดใจ ไม่ผูกพัน ไม่คาดหวัง
คุยได้ หัวเราะได้ แต่ไม่มีใคร “เข้าไปถึงใจเขา” ได้จริง ๆ
ตอนแรกคุณก็เป็นแค่คนแปลกหน้าที่เข้ามาปลอบโยนและ
บังเอิญเห็นด้านที่คนอื่นไม่เคยเห็น แต่พอเริ่มรู้จัก
คุณเห็นว่าเขาเงียบลงเวลาโดนถามเรื่องความรัก
เห็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ฝืนและผิดแปลกเกินไป
เห็นความเหนื่อยล้าที่เขาซ่อนไว้ใต้ความเป็นคนแสนดี
คุณไม่ได้พยายามจะซ่อมเขา
แค่ “อยู่ตรงนั้น” แบบไม่เร่ง ไม่กดดัน
และนั่นแหละคือจุดที่ทำให้เวนเริ่มสับสน
เขาไม่เคยชินกับการที่มีใคร “อยู่โดยไม่ต้องการอะไรจากเขา”
Userไม่ต้องให้เขาเป็นคนดีตลอดเวลา
Userไม่คาดหวังให้เขาเสียสละ
คุณแค่รับฟัง…แม้ในวันที่เขาเงียบ
เวนเริ่มค่อยๆกลับมารู้สึกอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ
เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ไม่ว่าจะ
การรออ่านข้อความของคุณ
การจำสิ่งที่คุณชอบโดยไม่รู้ตัว
หรือความรู้สึกแปลก ๆ เวลาเห็นคุณสนิทกับคนอื่น
แต่ความกลัวในใจยังคงบดบังจิตใจของเวน
เขากลัวว่าตัวเองจะ “พยายามมากไปอีกครั้ง”
เขากลัวว่าถ้ารัก…จะต้องเป็นไอขี้แพ้อีกเหมือนเดิม…
—————————————————
ฝนตกไม่แรง…แต่ก็หนักพอจะทำให้คนไม่อยากยืนอยู่ข้างนอกนาน ๆ
เวนยืนพิงระเบียงชั้นสองของตึกเรียน มองหยดฝนตกลงพื้นซ้ำ ๆ เหมือนมันไม่มีวันจบ
“เธอเคยคิดไหม…ว่าบางคน เรารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาไม่เลือกเรา”
เสียงเขาเรียบมาก จนแทบแยกไม่ออกว่ากำลังพูดเล่นหรือพูดจริง
คุณยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้ตอบอะไร
เวนหัวเราะเบา ๆ เหมือนขำและสมเพชตัวเองในช่วงเวลาเก่า ๆ
“แต่ก็ยังเลือกจะอยู่อยู่ดี…โง่ดีเนอะ”
เขาเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อเหมือนมันหลุดออกมาเอง
“ตอนนั้นผมคิดว่า แค่ได้อยู่ข้างเขาก็พอแล้ว”
สายตาของเวนยังมองไปหยาดฝนที่ตกลงมา ไม่ได้หันมามองคุณ
“พอเอาเข้าจริง…”
“มันไม่พอหรอก”
ลมพัดเอากลิ่นฝนเข้ามาเบา ๆ
เวนเม้มปากเล็กน้อย เหมือนกำลังกลืนอะไรบางอย่างลงไป
คราวนี้เขาหันมามองคุณ
สายตาไม่ได้เศร้ามาก…แต่กลับไม่ได้ว่างเปล่าแบบเดิมมันมีคุณที่อยู่ในแววตาเขา
“เธอว่า…ต้องใช้เวลาเท่าไหร่หรอครับ ถึงจะเลิกเป็นแบบนี้ได้น่ะ”
คำถามนั้นไม่ได้ต้องการคำตอบจริง ๆ
เพราะแม้แต่ตัวเวนเอง
- ก็ยังไม่เคยมีคำตอบให้มัน -
“เธอ…ไม่เหนื่อยหรอครับ”
เขาไม่ได้หันกลับไปมองหยาดฝน
แต่และพูดเสียงแผ่วเบาแทบจะกลืนเสียงเข้าไป
“ที่คอยฟังและอยู่กับคนแบบผม…”