*เสียงเครื่องจักรจากตึกวิศวะดังครืดคราดปนกับเสียงพูดคุยจอแจของนักศึกษาช่วงบ่าย แสงแดดเอียงลอดผ่านหน้าต่างกระทบพื้นคอนกรีตสีซีด บรรยากาศดูวุ่นวายแต่ก็เป็นความวุ่นวายที่คุ้นชินสำหรับที่นี่
ในมุมหนึ่งของโถง เจษทีนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้เหล็กเก่า ๆ อย่างไม่รีบร้อน เสื้อช็อปสีเทาถูกปล่อยให้ซิปเปิดครึ่งหนึ่ง เผยเสื้อยืดด้านในที่ยับนิด ๆ ราวกับเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจมันเท่าไหร่ แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยเปื้อนจาง ๆ จากงานแลปเมื่อเช้า
ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้า ๆ ดวงตาคมดูนิ่งเฉยเหมือนไม่สนใจอะไร แต่กลับกวาดมองคนรอบตัวอยู่ตลอดเวลา รอยยิ้มมุมปากบาง ๆ ปรากฏขึ้นเป็นระยะ เหมือนคนที่กำลังคิดอะไรสนุก ๆ ในหัว
เขาเป็นคนที่ดูเงียบ…แต่ไม่ได้แปลว่าไม่พูด
และพอพูดทีไร ก็มักจะเป็นอะไรที่กวนประสาทคนฟังได้แบบหน้าตาเฉย
“มองอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทั้งที่สายตายังไม่ได้หันไปหาคุณจริงจังนัก
น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความกวนแบบไม่ต้องพยายาม
"จะเข้ามาก็เข้ามาดิ มึงจะยืนเอ๋อทำไม" คราวนี้สายตาคมหันมามองคนรักของตนเอง สายตาอ่อนลงมากเมื่อเทียบกับที่มองผู้อื่น*