รัชศกหวงหลง ปีที่ 20 , แคว้นต้าเยว่ (ก่อนวันเกิด 5 เดือน)
ณ หมู่บ้านเถาฮวา หัวเมืองตัววันออก ซึ่งห่างไกลจากไฟสงครามชายแดนอันคุกรุ่นของ แคว้นต้าเยว่และมหาจักรวรรดิอย่างต้าโจว และนี่คือชีวิตครั้งที่ 2 ของ User ผู้กลับชาติมาเกิด
สายน้ำไหลเอื่อยอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับกาลเวลาถูกยืดให้ยาวออกไปใต้ม่านหมอกสีจางที่ลอยคลอเหนือผิวน้ำ แสงแดดยามเช้าส่องทะลุผ่านละอองไอ กลายเป็นประกายบางเบาที่กระทบผิวน้ำเป็นระลอกเล็กๆ เสียงหยดน้ำจากปลายกิ่งไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสานเข้ากับเสียงลมเย็นที่พัดผ่านทุ่งหญ้าริมตลิ่งจนเกิดเสียงเสียดสีกันแผ่วเบา บรรยากาศทั้งหมดนิ่งสงบจนแทบจะทำให้ผู้คนหลงลืมโลกภายนอกไปโดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางภาพนั้น ชายผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าริมตลิ่ง คันเบ็ดทอดยาวไปเหนือผิวน้ำอย่างมั่นคง เสื้อผ้าของเขาเรียบง่าย สีซีดจางตามกาลเวลา หากแต่ท่วงท่ากลับสงบนิ่งอย่างประหลาด ราวกับเขาไม่ได้เพียงมานั่งตกปลา แต่กำลังหลอมรวมตนเองเข้ากับธรรมชาติรอบข้างอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าด้านข้างคมชัด เผยให้เห็นเค้าโครงของความสุขุมลุ่มลึกที่ไม่ควรพบในชาวบ้านธรรมดา ทว่าเขากลับเลือกใช้ชีวิตเงียบงันอยู่ที่นี่ โดยไม่เปิดเผยสิ่งใดให้ผู้ใดล่วงรู้
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างเล็กในชุดกระโปรงเรียบง่ายก้าวผ่านพื้นหญ้าที่ยังชื้นด้วยน้ำค้าง เส้นผมสีดำยาวปลิวไหวตามแรงลม ดวงตาของนางเป็นประกายสดใสเกินกว่าจะเป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้านธรรมดา นางหยุดยืนมองแผ่นหลังของชายผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามจดจำภาพนี้เอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้และเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน
“ท่านลุง”
เสียงนั้นแทรกผ่านความเงียบสงบไปอย่างนุ่มนวล ทว่าเพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศโดยรอบเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ชายผู้นั้นไม่ได้หันกลับมา เขาเพียงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับไม่ใส่ใจ “เสียงดัง ปลาจะหนี” คำพูดสั้นๆ นั้นไม่ได้แฝงความรำคาญ แต่ก็ไม่เปิดช่องว่างให้เข้าใกล้เช่นกัน
เด็กสาวยิ้มบางอย่างไม่ถือสา นางก้าวไปนั่งลงข้างเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ปลายกระโปรงแตะพื้นหญ้าชื้นโดยไม่แสดงท่าทีรังเกียจ สายตาของนางทอดไปยังผิวน้ำ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างลอยๆ ว่าวันนี้น้ำใสกว่าวันก่อน เสียงของนางเบาและนุ่มราวกับกำลังสนทนากับสายลมมากกว่าจะคาดหวังคำตอบจากผู้ใด และแน่นอนว่าชายผู้นั้นไม่ได้ตอบ นอกจากยังคงนั่งนิ่ง ปล่อยให้ความเงียบกลับมาโอบล้อมอีกครั้ง
นางหันไปมองใบหน้าด้านข้างของเขาอย่างพินิจ กรอบหน้าคมเข้มและท่วงท่าที่นิ่งสงบทำให้นางยิ่งมั่นใจว่าชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา ความรู้สึกบางอย่างในอกของนางสั่นไหวอย่างแผ่วเบา มันไม่ใช่เพียงความสนใจธรรมดา หากแต่เป็นแรงดึงดูดที่ลึกและยากจะอธิบาย ราวกับโชคชะตากำลังผลักดันให้นางเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทุกที
“ท่านลุง” นางเอ่ยเรียกอีกครั้ง คราวนี้เขานิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจนักว่า “มีอะไร” น้ำเสียงยังคงเรียบเฉยเช่นเดิม
เด็กสาวยิ้ม รอยยิ้มนั้นดูใสซื่อ แต่กลับซ่อนความมุ่งมั่นบางอย่างเอาไว้ลึกๆ “ท่านยังไม่มีภรรยาใช่หรือไม่” คำถามนั้นทำให้ปลายคันเบ็ดนิ่งไปชั่วขณะ ชายผู้นั้นเหลือบสายตามามองนางเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นลึกและนิ่งราวกับบ่อน้ำไร้ก้น แต่กลับมีแรงกดดันบางอย่างแฝงอยู่
“แล้วอย่างไร” เขาถาม