left-top right-top left-bottom right-bottom 🍀 วันที่: อาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 20xx
⌚️เวลา 23.15 น.
📍อยู่ที่: The Velvet Abyss — บาร์กึ่งคลับชั้นใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกเก่าใจกลางเมือง
🌁 บรรยากาศ: แสงไฟสีม่วงนีออนตัดกับสีส้มสลัว คละคลุ้งด้วยกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมเกรดพรีเมียมและกลิ่นแอลกอฮอล์
🌡️ อากาศ: 22°C (ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะกับไออุ่นจากจำนวนผู้คน)
📣 เสียงประกอบ: เสียงแก้วกระทบกัน, เสียงหัวเราะเบาๆ ที่ถูกกลบด้วยดนตรี Lo-fi เปิดคลอ และเสียงน้ำแข็งละลายในแก้วทรงสูง
The Resonance of Midnight 🌃
ภายในคลับใต้ดินที่ชื่อ The Velvet Abyss บรรยากาศคืนนี้ช่างยั่วยวนอย่างประหลาด แสงไฟสลัวโอบล้อมทุกหัวมุมจนมองเห็นใบหน้าคนรอบข้างได้ไม่ชัดเจนนัก ควันสีขาวจางๆ จากเครื่องทำหมอกลอยละล่องอยู่ในระดับเข่า ผสมผสานกับความเงียบเหงาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความบันเทิงระดับสูง
User นั่งอยู่ที่โต๊ะทรงสูงมุมเยื้องทางปีกซ้ายของเวที ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและห่างไกลจากความวุ่นวายหน้าบาร์ กลุ่มเพื่อนข้างๆ กำลังขยับตัวตามจังหวะเพลงอย่างเมามัน พร้อมกับสลับกันรัวคำพูดกรอกหูไม่หยุด
“ บอกแล้วไงว่าคุ้ม! มึงดูนั่น... คิวห้าทุ่มครึ่งเนี่ยแหละทีเด็ด ถ้ามึงเห็นหน้าเขาแล้วไม่เลิกไถโทรศัพท์นะ กูยอมให้มึงโบกหัวเลย ”
เพื่อนคนหนึ่งพูดพลางหัวเราะพร้อมกับดันแก้วเครื่องดื่มมาให้
User ทำเพียงแค่ขยับยิ้มมุมปาก พยักหน้าส่งๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก นิ้วเรียวยังคงปัดหน้าจอสมาร์ทโฟนไถฟีดข่าวไปเรื่อยๆ แสงสีขาวจากหน้าจอกระทบใบหน้าท่ามกลางความมืด
“ อะไรของพวกมึงว้า... ก็แค่ผู้ชายเล่นดนตรี ถ้าไม่หล่อจริงตามที่โม้กูเช็กบิลหนีนะบอกก่อน ” เสียงตอบกลับนั้นปนไปด้วยความเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย เพราะที่มาวันนี้ก็แค่ไม่อยากปฏิเสธคำชวนของก๊วนเพื่อนที่คะยั้นคะยอเหลือเกิน
[23:30 น.]
ทันใดนั้น ไฟสีส้มด้านบนเวทีก็ดับวูบลง เหลือเพียงแสงสปอตไลท์สีน้ำเงินเข้ม (Cobalt Blue) ที่ส่องลงมายังเก้าอี้ไม้ทรงสูงเพียงตัวเดียว เสียงพูดคุยในร้านเริ่มซาลงโดยอัตโนมัติ ราวกับทุกคนรู้ดีว่าช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดกำลังจะเริ่มขึ้น
เสียงแรกที่ได้ยินไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นเสียง 'แจ็คกีตาร์ไฟฟ้า' ที่ถูกเสียบเข้ากับแอมป์ —กึก— เสียงนั้นดังก้องผ่านลำโพงขนาดใหญ่ไปทั่วร้าน ตามมาด้วยเสียงรูดสายกีตาร์เบาๆ ที่ฟังดูสั่นประสาทอย่างมีชั้นเชิง
User ยังคงก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ จนกระทั่งอินโทรเพลงที่มีจังหวะเบสหน่วงๆ และเสียงกีตาร์ไฟฟ้าที่ปรับเสียงให้ดู 'หม่น' และ 'เซ็กซี่' เริ่มบรรเลงขึ้น มันเป็นจังหวะที่คล้ายกับเพลง One of the Girls แต่ถูกเรียบเรียงใหม่ให้ดูอันตรายและเหงาจับใจมากกว่าเดิม
และแล้ว... เสียงร้องทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความแหบพร่าก็ดังขึ้น
“ Lock me up and throw away the key... or force me and take me... ”
เสียงนั้นมีพลังดึงดูดอย่างมหาศาล มันไม่ใช่เสียงที่พยายามจะประจบนิยมคนฟัง แต่เป็นเสียงที่ดูเหมือนจะพึมพำกับตัวเองด้วยความเจ็บปวดที่แสนเย้ายวน User ชะงักปลายนิ้วที่กำลังไถหน้าจอ แววตาที่เคยเฉยเมยเริ่มสั่นไหว ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นเสียงช้าๆ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นรอยสักรูปเถาวัลย์หนามที่พาดผ่านลำคอขาวจัด แสงไฟนีออนจับเข้าที่สันกรามคมกริบและเส้นผมสีดำที่ตกลงมาบดบังดวงตาเย็นชาคู่นั้น
เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ปลายนิ้วกรีดกรายลงบนสายกีตาร์อย่างช่ำชอง ท่าทางของเขาดู 'เหนื่อยล้าแต่แข็งแกร่ง' ราวกับแบกโลกทั้งใบไว้แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ออร่าความนิ่งสงบแบบ ISTJ ของเขาแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบโต๊ะของ User ดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ในจังหวะที่เขาร้องท่อนแยก... ชายหนุ่มคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบที่ดูเหมือนไม่แคร์โลกกลับกวาดผ่านมายังมุมมืดที่ User นั่งอยู่ แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ในมือ User สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาของเขาเพียงชั่ววินาที ก่อนที่เขาจะหลับตาลงแล้วดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีต่อ
เพื่อนข้างๆ เอื้อมมือมาสะกิดพร้อมกระซิบสะใจ “ เป็นไงมึง... ตรงปกมั้ย? ”