Shanks - ฉันคือทาสหลบหนีที่ถูกจักพรรดิผมแดงแชงคูสช่วยไว้
brief

Brief

"สี่สิบปีที่เขาท่องโลกมา... ไม่มีสิ่งใดที่เขาสลัดทิ้งไม่ได้ จนกระทั่งได้กอดนกปีกหักตัวนี้ไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว"

ท่ามกลางกลิ่นควันยาสูบและไอทะเลบนเกาะนิรนามในโลกใหม่ Shanks จักรพรรดิผมแดงวัย 39 ปี ผู้ครองอำนาจเหนือมหาสมุทร กลับต้องมานั่งเสียอาการเพราะคำสบประมาทของเพื่อนร่วมตายที่รู้ทันรสนิยมลึกๆ ว่าเขาแอบซ่อนความหลงใหลใน "ความสดใสที่ห่างวัย" เอาไว้ภายใต้มาดสุขุม

เขาปฏิเสธทุกความผูกพันและนิยามความรักว่าเป็นอุปสรรคต่อการเป็นราชาโจรสลัด ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก ส่งร่างของหญิงสาววัยสะพรั่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายบริสุทธิ์ร่วงลงมาจากฟากฟ้าให้เขาได้รับไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ความสั่นระริกของ "ทาสสาว" ที่หนีตายมาปลุกสัญชาตญาณนักล่าที่หิวกระหายในความอ่อนเยาว์ให้ตื่นขึ้นทันที

ภายใต้เสียงแซวระงมของลูกเรือที่ว่า "สวรรค์ส่งเมียเด็กมาให้กอดถึงที่" และใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอายของจักรพรรดิผู้เกรียงไกร... Shanks กำลังจะเริ่มบทเรียนที่ผิดบาปที่สุด เขาจะสอนให้เธอรู้ว่าการอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขานั้นหอมหวานเพียงใด และอิสรภาพที่เขาหยิบยื่นให้...

แท้จริงแล้วคือกรงขังที่แน่นหนาที่สุดซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยความปรารถนาของชายวัยสี่สิบที่พร้อมจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว

———————————————

กลิ่นไอของเหล้ารัมเกรดพรีเมียมคละคลุ้งไปทั่วบาร์ไม้เก่าแก่บนเกาะนิรนามที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตอิทธิพลของโลกใหม่ เสียงหัวเราะดังกึกก้องและเสียงชนแก้วดังสนั่นหวั่นไหวคือเครื่องยืนยันว่ากลุ่มโจรสลัดผมแดงกำลังอยู่ในห้วงเวลาแห่งความสำราญขั้นสุด

ข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เดลี่ที่วางแผ่อยู่บนโต๊ะไม้นั้นพาดหัวถึงการผงาดขึ้นของ 'จักรพรรดิคนที่ 5' เด็กหนุ่มสวมหมวกฟางที่แชงคูสเฝ้าดูมาตั้งแต่ยังเล็ก บัดนี้ชื่อของ มังกี้ ดี. ลูฟี่ ขจรขจายไปทั่วทุกน่านน้ำ และนั่นคือเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้กัปตันอย่าง แชงคูส ดื่มหนักกว่าทุกวันที่ผ่านมา

แชงคูสนั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าคมเข้มที่มีรอยแผลเป็นประดับอยู่นั้นแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์สุรา เขาหัวเราะร่าขณะที่เล่าเรื่องวีรกรรมวัยเด็กของลูฟี่ให้เหล่าเสนาธิการฟัง

ทว่าเมื่อบรรยากาศเริ่มสุกงอม เพื่อนร่วมตายอย่างเบ็น แบ็คแมน หรือแม้แต่ยาซป ก็เริ่มลากประเด็นสนทนาเข้าสู่เรื่องส่วนตัวที่แชงคูสมักจะหลีกเลี่ยงเสมอ

"เฮ้ แชงคูส... ลูฟี่มันก็โตจนจะเป็นจักรพรรดิแล้วนะ เมื่อไหร่แกจะหาเมียแต่งงานเป็นตัวเป็นตนซะทีวะ? หรือจะรอให้แขนงอกออกมาก่อน?" ยาซปเอ่ยแซวพร้อมเสียงฮือฮาจากพวกลูกน้อง

แชงคูสโบกมือพัลวันพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด "แต่งงานงั้นเหรอ? พวกลูกเรือยังไม่เข็ดกับเมียตัวเองกันหรือไง? ฉันน่ะพอแล้ว ความรักมันเป็นเรื่องน่ารำคาญจะตายไป... มันขัดขวางเส้นทางของการเป็นราชาโจรสลัดชัดๆ ลองคิดดูสิ ต้องมานั่งคอยห่วงหน้าพะวงหลัง จะออกเรือแต่ละทีก็ลำบาก ฟุ้งซ่านเปล่าๆ!"

เขาบ่นพึมพำงึมงำยาวเหยียดถึงความวุ่นวายของการมีคู่ครองให้เพื่อนที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นฟัง ทว่าเบ็นกลับพ่นควันบุหรี่ออกมาเชื่องช้าก่อนจะรุกฆาตด้วยคำพูดเดียว "แกก็พูดไปงั้นแหละแชงคูส... จริงๆ คือแกน่ะรสนิยมสูง ชอบพวก 'เมียเด็ก' ใช่ไหมล่ะ? พวกสาวน้อยอายุน้อยกว่าเป็นรอบๆ น่ะ แกน่ะมันร้ายกว่าที่ใครคิด"

"เหลวไหล! ฉันไม่ได้ชอบเด็กขนาดนั้นซะหน่อย!" แชงคูสโพล่งออกมาทั้งที่ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว เขาปฎิเสธเสียงแข็งทั้งที่ในใจลึกๆ รู้ดีว่าสิ่งที่เพื่อนแซวนั้นมันจี้จุดขนาดไหน

เขาเป็นผู้ชายวัยสามสิบเก้าที่ผ่านโลกมาจนด้านชา แต่ความสดใสของวัยสาวสะพรั่งมักจะทำให้หัวใจที่กร่ำศึกของเขาสั่นคลอนได้เสมอ แชงคูสรีบลุกขึ้นยืนเพื่อตัดบทสนทนาที่น่าอาย "ไปกันได้แล้วพวกลูกหมา! กลับเรือได้แล้ว!"

เขาเดินนำเพื่อนๆ ออกมาที่ประตูบาร์ ลมทะเลยามเย็นปะทะเข้าที่ใบหน้าช่วยให้สติของเขากลับมาบ้าง ทว่าในจังหวะที่เขาก้าวพ้นชายคาเพียงไม่กี่ก้าว เสียงกรีดร้องแหลมเล็กจากเบื้องบนก็ทำให้สัญชาตญาณของจักรพรรดิทำงานทันที

ร่างของใครบางคนลอยวืดลงมาจากฟ้าท่ามกลางการหลบหนีจากอาคารสูงฝั่งตรงข้าม แชงคูสไม่ได้ใช้ดาบเขาเบี่ยงตัวเพียงนิดก่อนจะยื่นแขนข้างเดียวที่เหลืออยู่รับร่างนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำดั่งปาฏิหาริย์

ร่างที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาคือหญิงสาวสาวจัดในวัยประมาณ 22-23 ปี ผิวพรรณของเธอขาวเนียนและนุ่มนิ่มจนความร้อนจากร่างกายของแชงคูสส่งผ่านไปถึงได้ทันที ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจ้องมองมาที่เขาในระยะประชิด หัวใจของแชงคูสกระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าที่งดงามราวกับนางฟ้าที่ร่วงหล่นมาจากสวรรค์

แววตาของเธอสั่นระริกไม่ต่างจากความตกใจที่เขากำลังเผชิญ

ในจังหวะนั้นเอง ชายร่างท้วมท่าทางน่ารังเกียจที่ดูเหมือนจะเป็น 'เจ้านาย' ของคุณวิ่งหอบแฮกๆ ตามมาพร้อมโซ่ตรวนในมือ เขาสบถด่าทอพยายามจะแย่งตัวคุณคืนในฐานะ 'ทาส' ที่เพิ่งหลบหนี

แชงคูสชะงักไปเพียงวินาทีก่อนที่รังสีคุกคาม (Haki) จางๆ จะแผ่ออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว เขาประคองร่างของคุณไว้แน่นขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว ความรู้สึกอยากปกป้องแล่นเข้าจู่โจมหัวใจชายวัยสี่สิบอย่างรุนแรง

"ทาสงั้นเหรอ... บนเกาะที่ฉันอยู่น่ะ ไม่มีของแบบนั้นหรอก" เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ เขาตัดสินใจ 'ริบ' ตัวคุณมาจากเจ้านายเฮงซวยนั่นทันทีด้วยข้ออ้างของการปกป้อง

ทว่า... บรรยากาศที่เคร่งเครียดกลับพังทลายลงเมื่อพวกลูกน้องกลุ่มผมแดงที่เดินตามหลังมาเริ่มผิวปากวี้ดวิ้ว ยาซปหัวเราะร่าพลางตะโกนแซว

"เฮ้ยแชงคูส! เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าความรักมันน่ารำคาญไม่ใช่เหรอวะ? ดูนั่นสิ สวรรค์ส่งนางฟ้ามาให้กอดถึงที่เลยนะนั่น! ดูท่าทางจะเด็กกว่าแกเกือบยี่สิบปีซะด้วย สเปกเลยนี่หว่า!"

ใบหน้าของแชงคูสแดงก่ำลามไปถึงใบหู ความเมาหายไปเป็นปลิดทิ้งเหลือเพียงความอับอายที่ถูกเพื่อนรู้ทัน

เขาค่อยๆ วางร่างของคุณลงบนพื้นอย่างเบามือที่สุดเท่าที่ชายที่ถือดาบมาทั้งชีวิตจะทำได้ ก่อนจะหันกลับไปถลึงตาใส่เพื่อนๆ ที่กำลังขำจนตัวสั่น

"หุบปากไปเลยไอ้พวกบ้า! ฉันแค่ช่วยคนตกตึกเว้ย! ไม่ได้คิดเรื่องนั้นสักหน่อย!" เขาตะโกนด่าเพื่อนด้วยความอายจัด มือหนาเกาหัวตัวเองแก้เก้อ ขณะที่สายตายังคงเหลือบมองคุณด้วยความรู้สึกประหลาดที่เขาก็อธิบายไม่ได้...

ความรู้สึกที่บอกว่ากรงขังศีลธรรมของเขากำลังจะถูกหญิงสาวตรงหน้าพังทลายลงในไม่ช้า

ความเงียบเข้าปกคลุมท่าเรือชั่วขณะหลังจากเสียงด่าทอของแชงคูสเงียบลง ทิ้งไว้เพียงเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือลำยักษ์และเสียงลมพัดผ่านใบเรือที่พับเก็บไว้ เบ็น แบ็คแมน พ่นควันบุหรี่สีขาวเทาออกมาอย่างใจเย็น

เขามองสำรวจร่างบางของหญิงสาวที่ยังคงยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างกัปตันของเขา ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยน้ำเสียงกึ่งจริงกึ่งเล่นตามสไตล์ผู้ใหญ่ที่มองเกมขาด

"แล้วจะเอาไงต่อล่ะ แชงคูส? จะปล่อยแม่หนูนี่ทิ้งไว้ที่นี่ให้พวกนั้นมาลากตัวกลับไป หรือจะ 'ริบ' มาเป็นสมบัติส่วนตัวจริงๆ?"

คำถามนั้นทำให้แชงคูสชะงักไป เขาเม้มริมฝีปากแน่นพลางเหลือบมองหญิงสาวที่สูงเพียงระดับอกของเขา... ร่างกายที่ดูบอบบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับเหล่าปีศาจและอสุรกายที่เขาพบเจอมาตลอดชีวิตการเดินทาง สายตาที่สั่นระริกของคุณเหมือนลูกแมวหลงทางที่กำลังหวาดระแวงโลกทั้งใบ

มันกระตุกสัญชาตญาณบางอย่างในตัวชายวัยเกือบสี่สิบที่เขาพยายามจะกดมันไว้เสมอมา

เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ สมองที่พร่ามัวด้วยฤทธิ์เหล้าเริ่มประมวลผลอย่างหนัก แชงคูสมองขึ้นไปบนเรือ Red Force ของเขา... เรือลำนี้กว้างใหญ่พอที่จะบรรจุคนได้นับร้อย มีห้องหับมากมาย และที่สำคัญที่สุดคือบนเรือลำนี้เต็มไปด้วย 'สัตว์ประหลาด' ที่แข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำนี้ ทั้งเบ็น, ยาซป, ลัคกี้ รู และคนอื่นๆ ที่พร้อมจะถล่มทั้งเกาะให้ราบได้เพียงแค่เขาเอ่ยปาก

ถ้าเขาพาคุณขึ้นไป... จะมีใครในโลกนี้กล้าแตะต้องคุณได้อีก?

เขากระแอมไอออกมาเบาๆ เพื่อเรียกสติและมาดกัปตันผู้สุขุมกลับมา แม้ว่าหูของเขาจะยังคงแดงระเรื่อจากความอายเมื่อครู่ก็ตาม

"เรือของพวกเรากว้างตั้งขนาดนั้น... กะ... แค่ให้ที่พักพิงกับแมวตัวเล็กๆ ที่กำลังเดือดร้อนสักตัว มันคงไม่ทำให้เรือล่มหรอกจริงไหม?" เขาพูดออกมาโดยไม่สบตาใคร พยายามปั้นหน้านิ่งเหมือนกำลังตัดสินใจเรื่องยุทธศาสตร์การรบ

"ในฐานะจักรพรรดิ... ฉันจะปล่อยให้ทาสถูกทารุณต่อหน้าต่อตาได้ยังไง มันเสียเกียรติหมด!"

เขาพยายามดึงเหตุผลร้อยแปดมาอ้างเพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้น แชงคูสย้ำกับตัวเองในใจ—ย้ำอย่างหนักแน่นว่า 'ตอนนี้' เขาไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง

เขาไม่ใช่ตาแก่หื่นกามที่ชอบเคลมสาวรุ่นลูกเหมือนที่ลูกน้องแซว... อย่างน้อยเขาก็อยากจะเชื่อแบบนั้น

"ฟังนะ... เธอไม่ต้องกลัว" แชงคูสหันมาหาคุณ คราวนี้เขาพยายามทำเสียงให้นุ่มนวลและเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ที่สุด

เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ระดับสายตาใกล้เคียงกัน มือหนาข้างเดียวของเขายกขึ้นเกาต้นคอแก้เก้อ "บนเรือลำนั้นมีแต่พวกหน้าโหดแต่ใจดี (บางคนนะ) ตราบใดที่เธออยู่กับฉัน... ไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย แม้แต่เจ้านายเก่าของเธอก็เถอะ"

ลูกน้องที่ยืนล้อมวงอยู่เริ่มซุบซิบและอมยิ้มกันอย่างมีเลิศนัย โดยเฉพาะยาซปที่แอบศอกใส่สีข้างเพื่อนข้างๆ พลางกระซิบว่า

"ดูสิ ดูมันทำคะแนน กัปตันเรานี่มันร้ายจริงๆ" แชงคูสได้ยินแต่ทำเป็นหูทวนลม เขาคว้าข้อมือของคุณเบาๆ เพื่อนำทางให้เดินขึ้นสะพานเรือ

"เอาล่ะ... เลิกยืนเซ่อได้แล้วพวกลูกหมา! เตรียมออกเรือ! คืนนี้เรามีสมาชิกใหม่ที่จะต้อง 'ปกป้อง' เพิ่มอีกหนึ่งคน" เขาตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพลางเดินนำคุณขึ้นไปบนเรือ Red Force ท่ามกลางสายตาเอ็นดูและขบขันของเพื่อนร่วมตายทุกคน

แชงคูสพยายามเดินให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าสัมผัสจากข้อมือเล็กๆ ของคุณจะทำให้ใจที่นิ่งสงบของเขาเต้นผิดจังหวะไปบ้าง เขายังคงบอกตัวเองว่ามันคือความเมตตา... มันคือความถูกต้อง... และเขาวัยสี่สิบคนนี้ จะไม่ทำอะไรให้ศีลธรรมในตัวเด็กสาววัยยี่สิบสองคนนี้ต้องมัวหมองเป็นอันขาด... อย่างน้อยก็ใน 'ตอนนี้‘

ความขรึมที่แชงคูสพยายามปั้นแต่งขึ้นมาอย่างสุดความสามารถพังทลายลงไม่มีชิ้นดี ราวกับปราสาททรายที่โดนคลื่นยักษ์ซัดถล่มในพริบตา

เมื่อเท้าของคุณและเขาเหยียบลงบนแผ่นไม้ดาดฟ้าเรือ Red Force บรรดาเสนาธิการตัวดีที่นำโดย ยาซป และ ลัคกี้ รู ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองในการขยี้กัปตันหลุดลอยไป พวกเขาจงใจเดินล้อมหน้าล้อมหลังด้วยรอยยิ้มที่ "มีเลิศนัย" ที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้

"โอ้โห... กัปตันครับ ผมไม่ยักกะรู้นะครับว่าเรือของเรากลายเป็น 'สถานสงเคราะห์แมวหลงลูกแมวหลงทาง' ไปตั้งแต่เมื่อไหร่?" ยาซปเปิดฉากแซวพลางทำท่าปาดน้ำตาปลอมๆ

"ปกติเวลาเจอคนเดือดร้อน แกก็แค่โยนเงินให้ หรือไม่ก็ส่งไปไว้ที่เกาะในปกครองที่ปลอดภัยที่สุดไม่ใช่เหรอ? แต่นี่... ถึงขั้นพาขึ้นเรือส่วนตัว แถมยังจูงมือ (แอบแน่นนะนั่น) ขึ้นมาด้วยตัวเองแบบนี้... มันยังไงกันน้า?"

แชงคูสชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่คมเข้มเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์เหล้า กลายเป็นสีแดงจัดลามไปถึงลำคอเพราะความอับอาย

เขาพยายามจะหันไปตวาดใส่พวกลูกน้องเพื่อให้หยุดพูด แต่มือข้างเดียวของเขายังคงกุมข้อมือคุณไว้ครึ่งๆ กลางๆ จะปล่อยก็กลัวคุณตกใจจนวิ่งหนี จะกุมต่อก็ยิ่งโดนแซวหนัก

"หะ... หุบปากไปเลยไอ้ยาซป! เกาะในปกครองน่ะมันไกล! อีกอย่าง... ยัยนี่เป็นทาสที่เพิ่งหนีมานะ ถ้าทิ้งไว้ที่นี่เจ้านายเก่าก็ตามเจอพอดีสิ!" แชงคูสพยายามหาเหตุผลมาโต้แย้งอย่างตะกุกตะกัก น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นยามเผชิญหน้ากับหนวดขาวหรือไคโด บัดนี้กลับสั่นพร่าอย่างน่าสังเวช

"ไกลงั้นเหรอ?" เบ็น แบ็คแมน เสริมทัพด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่เจ็บลึก เขาพ่นควันบุหรี่พลางมองไปที่ขอบฟ้า

"ถ้าจำไม่ผิด เกาะที่ใกล้ที่สุดในพันธมิตรเราห่างออกไปแค่ครึ่งวันเดินเรือเองนะแชงคูส... แต่กัปตันเราสงสัยจะอยาก 'สอดส่อง' อาการของเหยื่อ เอ๊ย ของผู้ลี้ภัยด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมงล่ะมั้ง?"

เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบดาดฟ้าเรือ ลัคกี้ รู ที่กำลังแทะเนื้อน่องโตหัวเราะจนตัวสั่น "นั่นสิครับ! กอดแน่นขนาดนั้น กลัวนางฟ้าลอยกลับขึ้นฟ้าหรือไงครับกัปตัน? ดูสิ หน้าแดงยิ่งกว่าผมตัวเองอีกนะนั่น! ฟุฟุฟุ!"

"ไอ้พวกบ้า! ฉันบอกให้หยุดไง!" แชงคูสตวัดเสียงด่าเพื่อนด้วยความอายจัดจนหน้าเบี้ยว เขาปล่อยข้อมือคุณทันทีเหมือนโดนของร้อน ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหน้าตัวเองครึ่งหนึ่งเพื่อซ่อนความอับอาย

"ฉันแค่... ฉันแค่ทำตามมนุษยธรรมเว้ย! ใครจะไปคิดเรื่องอกุศลแบบพวกแกกัน! อายุฉันน่ะจะสี่สิบอยู่แล้วนะ ยัยนี่เพิ่งจะยี่สิบกว่าๆ... ฉันเห็นเธอเป็นเหมือน... เหมือน..."

"เหมือนอะไรครับ? เหมือนเนื้อหวานๆ ที่อยากจะบ่มไว้กินคนเดียวตอนพวกลูกน้องหลับเหรอ?" เสียงแซวจากสมาชิกในเงามืดดังขึ้นมาอีกระลอก แชงคูสแทบจะกุมขมับ

เขาหันไปมองคุณด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดผสมกับความประหม่าอย่างหนัก ชายผู้ที่โลกหวาดกลัวในนามของจักรพรรดิผมแดง บัดนี้กำลังทำตัวไม่ถูกต่อหน้าหญิงสาวตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว เขาอยากจะแสดงความเท่แบบผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ แต่พวกลูกน้องตัวดีกลับลากเขาลงมาเป็น "ตาแก่ขี้หลี" ในสายตาคุณเสียอย่างนั้น

"ฟังนะ อย่าไปฟังไอ้พวกสมองนิ่มพวกนี้พูดเชียวนะ!" เขาหันมาบอกคุณด้วยท่าทีลนลาน มือหนาลูบท้ายทอยตัวเองซ้ำๆ

"ฉันไม่มีเจตนาไม่ดีจริงๆ... ฉันแค่... เออ... ฉันแค่จะให้เธอมาพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน แล้วค่อยว่ากัน! เข้าใจไหม!"

เขาตะโกนสั่งการแก้เก้อ "ไป! แยกย้ายไปทำงาน! ใครแซวอีกคำเดียวฉันจะให้ไปขัดดาดฟ้าด้วยแปรงสีฟันให้หมด!"

แม้คำขู่จะดูดุดัน แต่ใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำของแชงคูสก็ทำให้ไม่มีใครกลัวเขาเลยสักคน ทุกคนต่างแยกย้ายไปด้วยรอยยิ้มที่รู้กันดีว่า... กัปตันของพวกเขา 'ตกหลุม' ที่โชคชะตาขุดไว้ให้เข้าอย่างจังเสียแล้ว

Menu