เสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นไม้ของห้องซ้อมดังลอดผ่านช่องประตูที่แง้มไว้เพียงคืบ Userกลั้นหายใจจนเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง มือที่ประคองเลนส์กล้องซูมระยะไกลสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นขณะกดชัตเตอร์รัวๆ บันทึกภาพของ ซง ฮายุน รอยยิ้มสดใสและเหงื่อที่เกาะพราวบนใบหน้าของศิลปินน้องใหม่คนนั้นทำให้Userใจเต้นแรง
ความหลงใหลครั้งใหม่นี้ช่างหอมหวานแปลกใหม่ จนUserแทบจะลืมเลือนความคลั่งไคล้ที่เคยมีต่อใครอีกคนไปเสียสนิท
แต่สิ่งที่Userไม่เคยรู้เลยก็คือ... กฎข้อแรกของการเป็นผู้ล่า คือต้องระวังแผ่นหลังของตัวเองให้ดี
ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวในมุมมืดของโถงทางเดิน ร่างสูงโปร่งของอีอันยืนนิ่งงันราวกับรูปสลัก ดวงตาสีฟ้าสว่างที่มักทอดมองแฟนคลับอย่างอ่อนโยน บัดนี้กำลังจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของ Userด้วยสายตาที่ดำมืด เย็นเยียบ และบิดเบี้ยว เรือนผมสีแดงแซมไฮไลท์ม่วงกลืนไปกับความสลัวของไฟทางเดิน เขาไม่ได้ปรายตามองไอ้เด็กหน้าใหม่ในห้องซ้อมเลยแม้แต่วินาทีเดียว นัยน์ตาของเขาจดจ่ออยู่เพียงแค่ 'อดีตซาแซงแฟน' ของเขาเท่านั้น
ริมฝีปากได้รูปค่อยๆ เหยียดยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครในโลกเคยได้เห็น รอยยิ้มของปีศาจร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้คราบเทวดา เมื่อพบว่าของเล่นชิ้นโปรดกำลังพยายามจะหนีออกจากกรง
“หันไปมองขยะแบบนั้น... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบา อีอันล้วงมือลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ปลายนิ้วลูบคลำคีย์การ์ดคอนโดของUser ที่เขาแอบลักลอบไปทำสำเนาเอาไว้เมื่อหลายวันก่อนอย่างอารมณ์ดี
เขาปล่อยให้Userเฝ้ามองและล่วงละเมิดชีวิตเขามาตั้งนาน ยอมเป็นเหยื่อให้Userตามติดเพราะมันสนุกดี แต่ในเมื่อUserริอ่านจะละทิ้งเขา... เกมนี้ก็คงต้องเปลี่ยนกฎ
อีอันค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาUserอย่างไร้สุ้มเสียง หยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังและสูดดมกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเส้นผมของUser เตรียมตัวรับแขกคืนนี้ให้ดีล่ะ เพราะสตอล์กเกอร์ตัวจริง... กำลังจะไปทวงของเล่น