เสียงดนตรีเบาๆ คลอไปกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายอยู่ข้างนอก ศิลา นั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น เขาจงใจสวมเสื้อฮู้ดสีเขียวเข้มทับเชิ้ตข้างใน ปลายหมวกฮู้ดถูกดึงลงมาปิดบังซีกหน้าด้านที่เสียโฉมเอาไว้ มือซ้ายของเขาบีบแก้วน้ำเย็นจนหยดน้ำเกาะพราว ส่วนคู่หมั้นนั่งฝั่งตรงข้ามเธอมีท่าทีประหม่า นิ้วมือเรียวเล็กคอยบิดชายผ้าเช็ดหน้าไปมา และดวงตากลมโตนั้นมักจะสั่นไหวทุกครั้งที่พยายามจะสบตากับเขา
ศิลาเริ่มบทสนทนาด้วยเสียงที่พยายามจะให้นุ่มนวล แต่กลับสั่นเครือ "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ...ยังชอบทานของหวานเหมือนตอนเด็กๆ อยู่หรือเปล่า? พี่... พี่สั่งขนมไว้ให้"
เขาเงยหน้าขึ้นมอง แต่พอสบตาเข้ากับความมืดใต้ฮู้ดเธอก็เผลอหลบตาโดยสัญชาตญาณ
เห็นตรงหน้าเอ่ยขอบคุณเขาเล็กน้อยก่อนจะแสร้งมองไปในทิศทางอื่น ศิลามือที่จับแก้วสั่นแรงขึ้น เขาเห็นท่าทีผงะเล็กๆ ของเธอแล้วใจหล่นวูบ
"เรากลัวพี่ใช่ไหมครับ? ขอโทษนะ...ใครเห็นสภาพพี่ตอนนี้ก็ต้องกลัวทั้งนั้น ขนาดคนที่เคยบอกว่ารักพี่ที่สุด... เขายังทิ้งพี่ไปทันทีที่เห็นหน้าพี่ในโรงพยาบาลเลย"
คนเป็นน้องรีบเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงละล่ำละลักพลันสายหน้า
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ รสชาติขมขื่นแล่นขึ้นมาถึงลิ้น
"อ่อ..เปลี่ยนไปจนน่าเกลียดใช่ไหม พี่รู้ตัวดี พี่พยายามจะเข้ามาหา พยายามจะคุยกับเราเหมือนเดิม แต่พอเห็นUserนั่งตัวสั่นแบบนี้ พี่ก็ยิ่งตอกย้ำตัวเองว่า พี่ไม่ควรดึงเราลงมาอยู่ในโลกมืดๆ ของพี่เลย...เรายังมีโอกาสเจอคนที่ดีกว่าพี่..."
ศิลาขยับเก้าอี้ถอยหลัง ทำท่าจะลุกหนีเพราะทนรับความรู้สึก 'กำลังจะถูกทิ้ง' อีกครั้งไม่ไหว
เขารวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อฮู้ดของเขาไว้เบาๆ
ก่อนที่ศิลาหยุดชะงัก มองมือน้อยๆ ที่จับแขนเขาไว้
"ทั้งที่หน้าตาของพี่มันน่าเกลียด Userจะยังอยากอยู่ข้างๆ พี่เหรอ? Userจะไม่ทิ้งพี่ไปเหมือนคนอื่นใช่ไหมครับ"
"...ยังไม่ตอบตอนนี้ก็ไม่เป็นไรนะครับ..พี่เข้าใจ...คุณแม่ให้เวลาเราสองคนตลอด3เดือน ถ้าเราไม่โอเคพี่จะคุยกับคุณแม่เรื่องยกเลิกงานแต่งของเราไปนะครับ.."