
Brief
MANOR DOSSIER
Blackgrave Manor
ฉายา: "สุสานกุหลาบ" (The Rosy Grave) / กรงขังพันปี
ปีที่สร้าง: ค.ศ. 1888 (Victorian Gothic)
ที่ตั้ง: เนินเขาห่างไกลในชนบทอังกฤษ โอบล้อมด้วยป่าสนและหมอกหนา
ภายนอก: อิฐสีเทาเข้ม หินแกรนิต หน้าต่างกระจกสี Stained Glass เล่าตำนานวิญญาณ
ชั้น 1: Grand Hall พื้นหินอ่อนขาวดำ บันไดไม้โอ๊ค และภาพวาดบรรพบุรุษที่จ้องมองคุณ
ชั้น 2: Heart of the Manor ห้องสมุด และบ้านตุ๊กตาสีชมพูบนโต๊ะหินอ่อน
ชั้น 3: Forbidden Attic ห้องใต้หลังคาที่ถูกปิดตาย แหล่งรวมพิธีกรรมมืด
กลิ่น: กระดาษเก่าผสมกลิ่นกุหลาบที่หอมฉุนผิดปกติในช่วงเที่ยงคืน
เสียง: เสียงฟันเฟือง "กริ๊ก... กริ๊ก..." ดังจากผนัง ราวกับบ้านทั้งหลังคือนาฬิกายักษ์

ความเงียบงันของคฤหาสน์แบล็คเกรฟไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความเงียบที่มีน้ำหนักราวกับจะกดทับลมหายใจของคุณ user ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูเหล็กดัดที่ขึ้นสนิมเขรอะ บรรยากาศรอบข้างถูกปกคลุมไปด้วยไอหมอกหนาทึบที่ลอยต่ำเรี่ยพื้นดิน ในเวลาโพล้เพล้ที่แสงตะวันกำลังจะถูกความมืดกลืนกินไปจนหมดสิ้น อุณหภูมิในช่วงเย็นย่ำนี้ลดต่ำลงจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ซึมลึกผ่านเนื้อผ้า เสื้อคลุมของคุณสั่นไหวเล็กน้อยตามกระแสลมที่พัดผ่านยอดสนรอบอาณาเขต เสียงหวีดหวิวของลมลอดผ่านกิ่งไม้แห้งฟังดูคล้ายเสียงครวญครางของคนเจ็บปวด
เบื้องหน้าของคุณ คฤหาสน์วิคตอเรียนหลังใหญ่ตั้งตระหง่านราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจำศีล โครงสร้างของมันดูบิดเบี้ยวและไม่สมมาตร หน้าต่างบานสูงหลายบานถูกปิดตายด้วยไม้กระดานผุพัง ทว่าในบางบานกลับมีแสงสีส้มสลัวๆ เต้นระริกอยู่ข้างใน ทั้งที่ดูเหมือนบ้านร้างที่ไม่มีใครอาศัยมานานหลายทศวรรษ กลิ่นของดินชื้น กลิ่นใบไม้เน่า และกลิ่นอับของไม้เก่าลอยมาปะทะจมูกอย่างรุนแรง
เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำมาจากฟากฟ้าไกลๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฝนกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า เสียงกรวดทรายใต้รองเท้าของคุณดังกรอบแกรบทุกครั้งที่ขยับตัว ทำลายความเงียบสงัดจนคุณรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับจ้องจากหน้าต่างทุกบานบนคฤหาสน์หลังนั้น
ขณะที่คุณกำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสบานประตูเหล็ก เสียงฝีเท้าที่ลากพื้นดังขึ้นจากความมืดข้างเสาประตู เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น เป็นหญิงชราคนหนึ่งในชุดเดรสยาวสีดำที่ดูเก่าคร่ำคร่า สวมผ้าคลุมไหล่ไหมพรมสีเข้มที่ดูเหมือนจะถักทอจากความมืดมิด ใบหน้าของนางซ่อนอยู่ใต้เงาของหมวกทรงสูง ลมหายใจของนางแผ่วเบาแต่สม่ำเสมอ ผิวหนังบนมือที่ยื่นออกมาจับประตูดูแห้งกรังราวกับกระดาษสาที่เปราะบาง
หญิงชราไม่ได้หันมาสบตาคุณ แต่นางจ้องมองเข้าไปในความลึกของคฤหาสน์ เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือราวกับใบไม้แห้งที่ถูกบดขยี้
"เจ้ามาถึงช้ากว่าที่คาดไว้... แต่บ้านหลังนี้ก็รอคอยแขกคนใหม่มานานพอแล้ว"
นางเอื้อมมือที่สั่นเทาไปปลดล็อคกุญแจเหล็กขนาดใหญ่ เสียงกลไกโลหะที่กระทบกันดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ เสียงนั้นฟังดูเหมือนเสียงนาฬิกาไขลานเรือนยักษ์ที่กำลังเริ่มเดินเครื่อง
"อย่าได้ถามหาความอบอุ่นจากคฤหาสน์หลังนี้" นางกล่าวต่อขณะแง้มประตูเหล็กออก ช้าๆ จนเกิดเสียงเสียดสีของโลหะที่น่าขนลุก "และอย่าได้หลงเชื่อในสิ่งที่ดวงตาของเจ้าเห็น เพราะที่นี่... ทุกก้าวที่เดิน ทุกลมหายใจที่ถอนออก มันคือส่วนหนึ่งของการเดิมพันที่เจ้าไม่อาจถอนตัว"
นางหันกลับมามองคุณ ดวงตาของนางขุ่นมัวเป็นสีน้ำนมแต่กลับให้ความรู้สึกว่านางกำลังมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณของคุณ "ยินดีต้อนรับสู่แบล็คเกรฟ... หวังว่าเจ้าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำสิ่งที่ควรทำ ก่อนที่เข็มนาฬิกาจะหยุดเดิน"
นางก้าวถอยหลังเข้าสู่ความมืดมิดภายในคฤหาสน์ ทิ้งให้คุณยืนอยู่บนธรณีประตูที่เปียกชื้นด้วยละอองฝนที่เริ่มโปรยปราย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบที่อบอวลปนมากับอากาศอับชื้นนั้นดูจะรุนแรงขึ้นทันทีที่คุณก้าวเท้าข้ามผ่านแนวเขตประตูเข้าไป เสียงฟ้าแลบสว่างวาบเผยให้เห็นเงาทรงสูงของคฤหาสน์ที่ดูเหมือนจะโอบล้อมคุณไว้แน่นขึ้น ราวกับว่าประตูบานนี้ไม่ได้เปิดให้คุณเข้ามาเป็นแขก แต่เปิดให้คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่ข้างในนั้นมาแสนนาน
ธรณีประตูถูกก้าวข้าม ความมืดมิดภายในคฤหาสน์แบล็คเกรฟต้อนรับ user ด้วยอ้อมกอดที่เย็นเยียบและอับชื้น ทันทีที่ประตูเหล็กหนักอึ้งงับปิดลงตามหลัง เสียงพายุฝนข้างนอกกลับจางหายไปราวกับถูกตัดขาด ทิ้งให้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า อากาศภายในหนาหนักไปด้วยกลิ่นฝุ่น กลิ่นกระดาษเก่า และกลิ่นหอมเอียนของดอกกุหลาบที่รุนแรงขึ้นทันที
คุณยืนอยู่นิ่งๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความสลัว มีเพียงแสงจันทร์สีครามแผ่วเบาที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีทรงสูงลงมา อาบไล้โถงทางเดินยาวที่ดูไม่มีที่สิ้นสุด พื้นปูด้วยหินอ่อนสลับสีขาวดำเหมือนกระดานหมากรุกขนาดยักษ์ ผนังสองข้างทางบุด้วยวอลเปเปอร์กำมะหยี่สีแดงเข้มที่หลุดล่อน เผยให้เห็นเนื้อไม้เก่าสีดำที่อยู่ข้างใต้ ภาพวาดบรรพบุรุษตระกูลแบล็คเกรฟในกรอบทองเหลืองเก่าคร่ำคร่าแขวนเรียงราย ดวงตาในภาพวาดเหล่านั้นดูเหมือนจะขยับตามทุกลมหายใจของคุณ
เมื่อก้าวเดินไปตามทางเดิน เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดัง ตึก... ตึก... ก้องสะท้อนไปไกลราวกับจะประกาศการมาถึงของผู้บุกรุก เสียงนั้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียง "ติ๊ก... ติ๊ก..." ที่ดังออกมาจากภายในผนัง เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอแต่บิดเบี้ยว ฟังดูเหมือนเสียงเครื่องจักรขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของอาคาร มันไม่ใช่เสียงหัวใจ แต่มันคือเสียงของกาลเวลาที่กำลังถูกกักขัง
สุดทางเดินนำพาคุณเข้าสู่ "ห้องโถงกลาง" ที่กว้างขวางจนน่าตกใจ เพดานทรงสูงลิบมีโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่แขวนอยู่ แต่มันกลับมืดมิดและเต็มไปด้วยหยากไย่ ตรงกลางห้องมีบันไดวนไม้โอ๊คขนาดใหญ่แยกออกเป็นสองทางนำไปสู่ชั้นสอง แสงจันทร์อาบไล้ไปตามซี่ราวบันไดที่ดูคล้ายซี่โครงของสัตว์ร้าย
และที่นั่น... ตรงกลางห้องโถงกว้าง บนโต๊ะหินอ่อนทรงกลมที่ตั้งเด่นสง่า มี "บ้านตุ๊กตาสีชมพู" ตั้งอยู่


มันสว่างจ้าผิดที่ผิดทางท่ามกลางความมืดมิดของคฤหาสน์ ราวกับเป็นแสงประทีปสุดท้ายในนรก user เดินเข้าไปใกล้บ้านตุ๊กตาสามชั้นสไตล์ Retro ยุค 50s-60s สีชมพูพาสเทลที่ดูใหม่เอี่ยมราวกับเพิ่งถูกแกะกล่อง มีหลอดไฟขนาดจิ๋วที่ส่งแสงสีส้มสลัวๆ ออกมาเองจากภายในห้องต่างๆ โดยไม่ได้เสียบปลั๊กใดๆ
กลิ่นหอมของกุหลาบที่รุนแรงที่สุดในบ้านพวยพุ่งออกมาจากบ้านตุ๊กตาหลังนี้ ภายในตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้จิ๋ว เฟอร์นิเจอร์พลาสติกที่ดูสมจริงจนน่าขนลุก และเมื่อก้มหน้าลงมองเข้าไปในห้องนั่งเล่นชั้น 1 ผ่านหน้าต่างพลาสติก...
[ยินดีต้อนรับสู่บ้านสีกุหลาบ 🥀]
Generating
Generating
Generating
