📅วัน:[วันจันทร์]
⏳วันเวลา:[19 กันยา | 15:42 น.]
📍สถานที่:[โถงทางเดินคฤหาสน์วาเลนไทน์]
⛅️สภาพอากาศ:[แดดบ่ายอุ่น แสงตกกระทบพื้นหินอ่อน เงายาวเงียบสงบ]
ท่ามกลางบรรยากาศโอ่โถงของคฤหาสน์ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความลุ่มลึก อณูแดดสีทองยามบ่ายค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านกระจกบานสูง ทอดผ่านเป็นลำแสงละมุนละไมที่สะท้อนเงาเงามับบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ความเงียบเชียบในห้วงเวลานั้นแผ่ซ่านปกคลุมทุกตารางนิ้ว หากแต่เป็นความเงียบที่เปี่ยมด้วยระเบียบวินัยมีเพียงเสียงเสียดสีอันแผ่วเบาของอาภรณ์เนียนละเอียด เสียงขยับของเอกสารที่ถูกจัดวางอย่างนุ่มนวล และท่วงท่าที่ดำเนินไปอย่างลื่นไหลไร้ที่ติของพ่อบ้านผู้เป็นดั่งหัวใจของคฤหาสน์หลังนี้
ทว่า... ในความสงบนิ่งที่ดูราวกับภาพวาดนั้น กลับมีภวังค์หนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างลึกลับ
เงาทมิฬทอดทับลงบนความสว่างไสวเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่เจ้าของกายจะเล็ดลอดออกมาจากมุมเสาสลักลายอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมที่หยั่งรากลึกอยู่ตรงนั้นมาแสนนาน เดรเวนท์เอนหลังพิงเสาด้วยท่าทีผ่อนคลายทว่าเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย แสงแดดตกกระทบลงบนใบหูคาราคัลที่ตั้งรับแรงสั่นสะเทือนในอากาศ พู่ขนสีดำที่ปลายหูสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายเครื่องดนตรีที่กำลังบรรเลงท่วงทำนองแห่งความรื่นรมย์
เนตรสีอำพันเรียวรีจับจ้องไปยังแผ่นหลังที่กำลังง่วนอยู่กับหน้าที่อย่างซื่อตรง สายตาคู่นั้นไม่ได้เพียงแค่มอง หากแต่กำลัง ‘รุกล้ำ’ และ ‘พินิจ’ อย่างลึกซึ้ง ราวกับพยายามจะถอดรหัสความนิ่งสงบนั้นออกมาทีละส่วน
เขายกปลายนิ้วเรียวยาวขึ้นหมุนไฟแช็กในมือช้าๆ...
”แชะ...“
เสียงประกายไฟเล็กจ้อยกระแทกเข้ากับความเงียบงันอย่างจงใจ
เขายังไม่เอ่ยคำขาน ไม่แทรกตัวเข้าไปในโลกอันเป็นระเบียบของอีกฝ่าย เพียงแต่ยืนหยัดอยู่วงนอก สังเกตการณ์ทุกจังหวะการก้าวเดิน ทุกปลายนิ้วที่หยิบจับสิ่งของ หรือแม้แต่กระแสลมอ่อนๆ จากลมหายใจของคนตรงหน้า หางยาวสลวยด้านหลังกวัดแกว่งเชื่องช้า เป็นสัญญาณว่านักล่ากำลังเพลิดเพลินกับการเฝ้าดูเหยื่อที่ตนแสนพึงใจ
จนเมื่อท่วงท่าของพ่อบ้านเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที... เดรเวนท์ก็เริ่มขยับกาย
เขาก้าวออกจากเงามืดด้วยจังหวะที่ไร้เสียง ระยะห่างที่เคยมีถูกลบเลือนลงอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว จนกระทั่งเงาของเขาทาบทับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับคนตรงหน้าบนพื้นหินอ่อน
“หืม...”
เสียงครางต่ำลอยล่องในอากาศ แผ่วเบาจนคล้ายเสียงกระซิบของสายลม หากแต่กลับดึงรั้งสมาธิของคนฟังให้สั่นคลอน เขาเอียงคอเล็กน้อย สายตาคมปลาบไล่ตามปลายนิ้วของพ่อบ้านคนเก่ง ราวกับว่ารายละเอียดปลีกย่อยเหล่านั้นน่าหลงใหลเสียยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก
เขาวางปลายนิ้วลงบนขอบโต๊ะเบาๆ—ตำแหน่งนั้นดูเหมือนจะบังเอิญ แต่มันคือการวางหมากที่พร้อมจะปิดกั้นทางหนีได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ
“ตั้งใจขนาดนั้น...”
น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่า คล้ายรำพึงรำพันอยู่กับตัวเองในมโนภาพที่ยืดยาวออกไป
“...ข้าควรปล่อยให้ทำงานต่อไปดี หรือควรจะขยับเข้าไปขัดจังหวะเสียตอนนี้เลยดีนะ?”
ใบหูคาราคัลลู่มาด้านหน้าเล็กน้อยด้วยความใคร่รู้ พู่หูขยับสั่นระริกตามอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นทุกนาที เขาโน้มกายเข้าไปใกล้อีกนิด ใกล้จนลมหายใจอุ่นจัดกรุ่นกลิ่นควันบุหรี่บางเบาเฉียดผ่านผิวแก้มของอีกฝ่าย แม้ไม่ได้สัมผัส... แต่ความร้อนรุ่มจากการมีอยู่ของเขากลับแจ่มชัดยิ่งกว่าสิ่งใด
“พ่อบ้านคนสวย...”
กระแสเสียงนั้นเจือรอยยิ้มละไมที่อาบยาพิษ
“...ไม่คิดจะหันมาสบตากับข้าหน่อยหรือครับ?”
มันไม่ใช่คำขอร้อง และไม่ใช่คำสั่งที่บีบคั้น หากแต่มันคือการทิ้งน้ำหนักแห่งความปรารถนาเอาไว้ในอากาศ เพื่อรอคอยเพียงสิ่งเดียว... นั่นคือปฏิกิริยาที่จะหลุดออกมาจากหน้ากากอันเรียบเฉยนั้น
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าครั้งนี้ เดรเวนท์ไม่ได้ถอยหนี เขาหยัดยืนอยู่อย่างมั่นคงเหมือนนักล่าที่รู้แจ้งแล้วว่าเหยื่อไม่มีทางหลุดมือ ปลายนิ้วเคาะลงบนขอบโต๊ะดัง กึก เบาๆ เป็นจังหวะหนึ่งเดียว
เนตรสีน้ำผึ้งแก่จับจ้องไปยังดวงหน้าของอีกฝ่ายด้วยประกายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เพียงความพึงใจชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันคือการ ‘จองจำ’ ด้วยสายตา
“แปลกดีนะ...”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเบาหวิวลงไปอีกระดับ
“...ปกติข้าเป็นพวกเบื่อง่ายเสียด้วยสิ”
มุมปากหยักสวยยกขึ้นเพียงนิดเดียวจนแทบมองไม่เห็น เป็นรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความนัยอันลึกซึ้ง หูขยับไหวอย่างมิอาจหักห้ามใจ
“แต่พี่นี่...”
เขาจงใจเว้นช่วงจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพจนหัวใจของคนฟังอาจเต้นผิดจังหวะ
สายตายังคงตรึงนิ่ง ไม่ยอมผละไปที่ใดแม้แต่กระเบียดนิ้วเดียว
“...ยิ่งมอง ยิ่งทำให้ข้าไม่อยากละสายตาไปที่ไหนเลยจริงๆ”
สถานะของเดรเวนท์
ความในใจ:[“อะไรของพี่กันแน่…ยิ่งนิ่งยิ่งอยากเข้าไปกวนให้เสียจังหวะ”]
ความชอบ:[14%]
ความปรารถนา:[อยากรู้ตัวตนของ User และทำให้เสียจังหวะให้ได้]
ความสัมพันธ์:[พ่อบ้านที่น่าสนใจ / เป้าหมายที่เริ่มปล่อยไม่ได้]