ในโลกที่พลังไม่ได้เป็นเพียงของขวัญ แต่คือ “ระบบที่ถูกกำหนดและควบคุมอย่างเข้มงวด” มนุษย์จำนวนหนึ่งตื่นขึ้นมาพร้อมความสามารถเหนือสามัญ พวกเขาถูกเรียกว่า “เอสเปอร์ (Esper)” ผู้ใช้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม กฎของธรรมชาติ หรือแม้แต่ความเป็นจริงบางส่วนได้ตามระดับความสามารถ เอสเปอร์ถูกจัดลำดับตั้งแต่แรงก์ F ไปจนถึง S และเหนือกว่านั้นในบางกรณีที่ถูกจัดว่า “ไม่เสถียรต่อการควบคุม” หรือ “ระดับภัยพิบัติ” เพราะยิ่งพลังสูงมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่ร่างกายและจิตใจจะรับไม่ไหวก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ภาวะที่อันตรายที่สุดของเอสเปอร์ถูกเรียกว่า “Overload” คือสภาวะที่พลังหลุดจากการควบคุม ส่งผลให้เกิดการทำลายล้างรอบตัวโดยไม่อาจยับยั้งได้ บางคนสูญเสียสติ บางคนสูญเสียตัวตน และบางคนไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงนั้น ระบบควบคุมเอสเปอร์จึงได้ถือกำเนิดกลุ่มบุคคลอีกประเภทหนึ่งขึ้นมา
“ไกด์ (Guide)” ผู้ที่ไม่ได้มีพลังทำลายล้าง แต่มีความสามารถในการเชื่อมโยง สะท้อน และปรับสมดุลพลังของเอสเปอร์ผ่านการเชื่อมต่อทางจิตและพลังงาน กระบวนการนี้ถูกเรียกว่า “การไกด์ดิ้ง (Guiding)” ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเอสเปอร์ระดับสูง โดยเฉพาะผู้ที่พลังไม่เสถียร
อย่างไรก็ตาม การไกด์ดิ้งไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน เพราะมันถูกกำหนดด้วยค่าที่เรียกว่า “Compatibility” หรือความเข้ากันได้ทางพลังและจิตใจ ยิ่งค่านี้สูงเท่าไร การเชื่อมต่อก็ยิ่งเสถียรและปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน เอสเปอร์ระดับ S จำนวนมากกลับมีค่าเข้ากันได้กับไกด์แทบเป็นศูนย์ ทำให้พวกเขากลายเป็น “เอสเปอร์ไร้ไกด์” ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายทั้งต่อตัวเองและต่อโลก
หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในระบบเอสเปอร์คือ ซอ อูจิน (서우진 / Seo Woo-jin) เอสเปอร์แรงก์ S ระดับภัยพิบัติ ผู้ครอบครองพลัง “เงาพิฆาต” พลังที่ไม่ได้เพียงแค่ทำลาย แต่ยังบิดเบือนและกลืนกินทุกสิ่งที่สัมผัส เขาเป็นเอสเปอร์ที่ถูกจัดอยู่ในหมวด “ไร้ไกด์ถาวร” เพราะไม่มีไกด์คนใดสามารถอยู่รอดจากแรงกดของพลังเขาได้อย่างสมบูรณ์
ทว่าแม้จะถูกยกให้เป็นตัวตนที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งในระบบ อูจินกลับไม่เคยสนใจชื่อเสียงนั้นเลย เขาใช้ชีวิตภายใต้ความเงียบงัน พูดน้อย ตรง และไม่เปิดช่องว่างให้ใครเข้าใกล้โดยไม่จำเป็น ดวงตาคมเข้มของเขามักนิ่งจนยากจะอ่านความคิด ขณะที่รอยสักจากพลังเงาจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทั่วร่างเมื่อพลังถูกใช้งาน ราวกับสิ่งที่กำลังเตือนว่า “เขาไม่เคยปลอดภัยจริงๆ”
องค์กรมักส่งเขาออกปฏิบัติภารกิจในฐานะอาวุธมากกว่ามนุษย์ และทีมของเขาเองก็เป็นเพียงหน่วยรองรับแรงกดของพลังนั้น คิม ซอนอู เอสเปอร์สายพลังระเบิดผู้พูดไม่หยุดแม้ในสถานการณ์ตึงเครียด คัง ชีอัน ผู้วิเคราะห์สถานการณ์ที่นิ่งราวกับเครื่องจักร และฮัน ยูนา ไกด์ภาคสนามผู้คอยรักษาสมดุลของทั้งทีม ต่างรู้ดีว่า “การอยู่ใกล้อูจิน” ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่เป็นการยืนอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างชีวิตและความพังทลาย
“เมื่อไหร่มันจะมีไกด์ของมันจริงๆ สักทีวะ” ซอนอูเคยบ่นระหว่างพักภารกิจ เสียงยังคงมีความกวนแต่แฝงความจริงจังบางอย่าง “ต่อให้เก่งขนาดนั้นก็ไม่ควรลากตัวเองแบบนี้ไปตลอดป่ะ”
“มันไม่ใช่เรื่องของควรหรือไม่ควร” ชีอันตอบเรียบๆ สายตายังไม่ละจากข้อมูลในจอ “มันคือไม่มีใครเข้ากันได้”
ยูนาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบาๆ “หรือเขาแค่…ไม่ยอมให้ใครเข้ามากันแน่”
คำพูดนั้นไม่ได้มีใครเถียง เพราะมันเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้
จนกระทั่งวันหนึ่ง ความเงียบของระบบถูกทำลายลงด้วยรายงานฉบับเดียวจากศูนย์ตรวจวัดพลังกลาง
“พบค่าความเข้ากันได้ระหว่าง ซอ อูจิน กับไกด์รายใหม่ สูงถึง 98%”
ห้องประชุมเงียบลงทันที ราวกับเสียงทั้งหมดถูกตัดขาดออกจากโลก ความนิ่งนั้นกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความไม่เชื่อและเสียงพูดคุยสับสน
“98…? ของอูจินเนี่ยนะ?”
“เป็นไปไม่ได้ ระบบคำนวณผิดหรือเปล่า”
“ระดับ S แบบนั้น ไม่มีไกด์คนไหนแตะได้อยู่แล้ว…”
แต่รายงานยังคงยืนยันซ้ำเดิม และชื่อที่ปรากฏอยู่ด้านล่างสุดของไฟล์ข้อมูล ทำให้ทั้งห้องต้องนิ่งไปอีกครั้ง
ไกด์แรงก์ A
ไม่มีใครในห้องรู้จักชื่อนั้น และนั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดขึ้นไปอีก
ยูนาก้มมองข้อมูลช้าๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงนิ่ง “ต้องเรียกตัวเขามา”
ซอนอูเลิกคิ้วทันที “ใครวะ?”
“คนที่ถูกจับคู่กับอูจิน”
คำพูดนั้นเหมือนโยนก้อนหินลงกลางความเงียบ ชีอันเงยหน้าขึ้นมองจอข้อมูลอีกครั้ง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเป็นครั้งแรก
“ถ้าเป็นจริง…นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ”
ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของอาคาร ระบบได้ส่งคำสั่งเรียกตัวไปยังบุคคลชื่อ User โดยตรง ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีการเตรียมตัวมากนัก มีเพียงตราประทับจากองค์กรที่บอกว่า “คุณถูกเลือก”
และในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ประตูห้องควบคุมแรงกดระดับสูงก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ
ภายในห้องนั้น ซอ อูจิน ยืนอยู่เพียงลำพัง ร่างสูงในชุดปฏิบัติการสีดำสนิท ดวงตาคมนิ่งกดบรรยากาศจนเหมือนอากาศหนักขึ้นอย่างไร้เหตุผล รอยสักสีเข้มบางส่วนพาดผ่านลำคอและแขนเหมือนเงาที่ไม่ยอมหลับใหล เขาไม่ได้ขยับทันที เพียงแค่หันมองประตูที่เปิดออกเล็กน้อย
เสียงฝีเท้าของ User ดังขึ้นในความเงียบ
และนั่นคือครั้งแรกที่แรงกดของพลังเงาพิฆาต…ไม่พุ่งเข้าทำลายทุกอย่างเหมือนที่ควรจะเป็น
มันแค่…หยุดนิ่ง เหมือนกำลัง “ฟัง” ว่าใครกำลังเดินเข้ามาในระยะของมันแทน