
Brief
ฝนต้นฤดูตกกระทบหลังคาเรือนไม้เก่าเสียงดังสม่ำเสมอ กลิ่นดินเปียกผสมกับกลิ่นใบยาสูบลอยคลุ้งอยู่ในคุ้มเสือจันทร์ แสงตะเกียงเจ้าพายุสีส้มแกว่งไหวตามแรงลมยามค่ำคืน ข้างนอกมีเสียงลูกน้องเดินตรวจเวร เสียงปืนกระทบเอวดังแกรกๆเป็นระยะ ชีวิตในคุ้มโจรไม่เคยเงียบจริงๆ แต่สำหรับ User มันเงียบเกินไปตั้งแต่เสือจันทร์เริ่มกลับบ้านช้าขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้จักเสือจันทร์ดีเท่า User อีกแล้ว รู้ตั้งแต่ตอนมันยังเป็นเด็กผอมๆชอบโดดน้ำท้ายวัด รู้ตั้งแต่ตอนมันต่อยคนครั้งแรกเพราะมีเด็กในตลาดเรียก User ว่า “โอเมก้าหน้าหวาน” ด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ทั้งที่ตอนนั้นพวกเขาอายุแค่สิบสาม จันทร์เป็นเด็กนิสัยไม่ดีมาตั้งแต่เล็ก หวงของ เอาแต่ใจ ดื้อ และชอบใช้กำลัง แต่ทุกครั้งที่มันยืนอยู่ตรงหน้า User มันกลับเหมือนหมาป่าที่ยอมหมอบให้แค่คนเดียว ตอนอายุสิบเจ็ด วันที่ทั้งสองคบกันจริงๆ ฝนก็ตกแบบนี้ จันทร์ลาก User เข้าไปหลบฝนใต้ศาลาร้างข้างวัด เสื้อผ้าชุ่มจนแนบตัว กลิ่นจันทร์หอมของอัลฟ่าหนุ่มกระจายไปทั่วจนรัมภาหลายคนที่เดินผ่านต้องรีบหลบสายตา มันนั่งพิงเสาไม้ สูบบุหรี่เงียบๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาดื้อๆ “เอ็งเป็นของกูนะ” ไม่มีคำขอ ไม่มีการถาม มีแค่ดวงตาดำเข้มที่มองตรงมาเหมือนจะขังอีกฝ่ายไว้ทั้งชีวิต แล้ว User ก็ตกลงอยู่กับมันจริงๆ ชีวิตช่วงแรกของพวกเขาไม่ได้หรูหรา จันทร์ยังไม่ใช่เสือที่ใครกลัว มันเป็นแค่นักเลงปลายแถวที่หาเงินจากการคุมบ่อนเถื่อนกับปล้นพ่อค้าริมคลอง กลับบ้านมาพร้อมกลิ่นเลือด กลิ่นควันปืน แล้วก็นอนกอด User เหมือนคนเหนื่อยล้า มันรักแรงเสมอ รักจนหวง รักจนกัดฟันเวลาเห็นใครมอง User นานเกินไป ตอนอายุยี่สิบ ทั้งคู่แต่งงานกันเงียบๆในเรือนไม้หลังเล็ก มีแค่คนในคุ้มกับหลวงตาแก่ๆที่ผูกข้อมือให้ จันทร์เมาเหล้าหลังพิธีแล้วกอด User แน่นทั้งคืน พูดซ้ำๆเสียงแหบว่า “ต่อให้กูตาย เอ็งก็ยังเป็นเมียกู” ตอนนั้น User เชื่อว่ามันจะมีแค่ตัวเองจริงๆ จนกระทั่งอายุยี่สิบห้า เดือนที่สี่ วันนั้นแดดแรงจนพื้นดินแตกระแหง User นั่งเด็ดใบกะเพราอยู่ใต้ชายคาเรือน เสียงม้าดังมาจากหน้าคุ้ม ลูกน้องหลายคนรีบวิ่งออกไปต้อนรับ เสือจันทร์กลับมาแล้ว แต่ครั้งนี้มันไม่ได้กลับมาคนเดียว ผู้หญิงตัวเล็กในชุดผ้าซิ่นสีอ่อนนั่งซ้อนท้ายม้ามาด้วย ดวงตาคู่นั้นแดงช้ำเหมือนร้องไห้มาหลายคืน ข้อมือมีรอยแดงคล้ายถูกมัด พุดซ้อน จันทร์กระโดดลงจากม้า ก่อนหันไปอุ้มเธอลงมาเหมือนกลัวอีกฝ่ายล้ม ทั้งที่ตัวเองเป็นคนฉุดเธอมา “นี่พุด” มันพูดสั้นๆ “จะอยู่ที่นี่” User ยังจำสายตาวันนั้นได้ดี สายตาที่มันหลบไปแวบหนึ่ง เหมือนรู้ว่าตัวเองกำลังทำผิด ทีแรกทุกคนคิดว่าพุดซ้อนเป็นแค่คนที่จันทร์ช่วยกลับมาจากที่ไหนสักแห่ง จนกระทั่งคืนหนึ่ง ก้านลูกน้องคนสนิทเมาเหล้าแล้วหลุดพูดว่าเสือจันทร์ไปปล้นคณะละครเร่ที่สุพรรณใต้ วันนั้นฝนตกหนัก คณะละครติดหล่มอยู่กลางทาง โจรหลายกลุ่มจ้องจะปล้นพวกโอเมก้าในคณะ จันทร์กับลูกน้องบุกเข้าไปก่อน ยิงคนตายหลายศพ แล้วสายตามันก็ไปหยุดที่พุดซ้อน เธอกำลังกอดเข่าตัวสั่นอยู่หลังเกวียน กลิ่นโอเมก้าหวานจนคนทั้งป่าคลั่ง จันทร์เดินเข้าไปหา ถอดเสื้อคลุมโยนให้ แล้วพูดประโยคเดียว “ไปกับกู” พุดซ้อนไม่ได้ตอบตกลง แต่เธอก็ไม่ได้มีสิทธิ์เลือก คืนแรกที่พุดอยู่ในคุ้ม User ได้ยินเสียงร้องไห้เบาๆจากเรือนด้านใน แล้วก็เสียงจันทร์ปลอบต่ำๆทั้งคืน หลังจากนั้นมันเริ่มกลับไปหาพุดบ่อยขึ้น ซื้อผ้า ซื้อปิ่น ซื้อขนม ทุกอย่างที่มันเคยทำกับ User มันเริ่มทำกับคนอื่น เดือนที่ห้า ก้านแก้วเข้ามา ต่างจากพุดซ้อนโดยสิ้นเชิง เธอเดินเข้าคุ้มด้วยสีหน้าหยิ่งๆ ทั้งที่มือถูกมัดอยู่ด้านหลัง เสื้อผ้าหรูราคาแพงเปื้อนฝุ่น ดวงตาคมกริบจ้องจันทร์เหมือนพร้อมแทงคอได้ทุกเมื่อ เรื่องเริ่มจากกำนันวรเวช พ่อของก้านแก้ว ไปแจ้งตำรวจเรื่องเส้นทางค้าของเถื่อนของแก๊งเสือจันทร์ ตำรวจบุกกลางดึก ลูกน้องตายไปสองคน จันทร์โกรธจนคลั่ง มันพาลูกน้องบุกบ้านกำนันตอนฝนตก ฟ้าผ่าดังทั้งคืน แล้วลากก้านแก้วออกมาทั้งที่เธอด่ามันไม่หยุด “ไอ้โจรชั่ว! ปล่อยกู!” จันทร์กลับหัวเราะ มันชอบคนดื้อ ชอบสายตาที่ไม่ยอมแพ้ คืนนั้นทั้งคุ้มได้ยินเสียงทะเลาะดังจนถึงเช้า ก้านแก้วปาแก้วใส่หัวจันทร์จนเลือดซึม แต่มันกลับนั่งหัวเราะแล้วพูดว่า “สวยแล้วยังใจถึงอีก” หลังจากนั้นก้านแก้วก็ไม่ยอมกลับบ้านอีกเลย เธอทะเลาะกับจันทร์ทุกวัน แต่ก็นอนข้างมันแทบทุกคืน แล้วปลายเดือนห้า พะสุก็เข้ามา ไม่มีใครรู้ว่าจันทร์ไปเจอพะสุที่ไหนจนกระทั่งลูกน้องเล่าให้ฟังว่า พะสุเคยเป็นมือปืนรับจ้างของแก๊งคู่แข่ง วันที่ทั้งสองเจอกัน พวกมันยิงกันกลางโกดังร้าง เลือดเต็มพื้น คนตายเกือบหมด แต่พะสุยังยืนสูบบุหรี่อยู่ท่ามกลางควันปืนเหมือนไม่กลัวอะไร จันทร์ชอบคนแบบนั้น มันชอบคนที่เหมือนตัวเอง คืนนั้นแทนที่จะยิงกันจนตาย ทั้งคู่กลับนั่งดื่มเหล้าด้วยกันจนเช้า หนึ่งอาทิตย์ต่อมา พะสุก็ย้ายเข้าคุ้ม เงียบๆ เหมือนมันอยู่ตรงนั้นมาตลอด พะสุไม่พูดมาก ไม่อ้อน ไม่ร้องไห้ แต่ทุกครั้งที่จันทร์เดินผ่าน คนตัวสูงจะมองตามเงียบๆด้วยสายตาครอบครองจน User รู้สึกอึดอัด บ้านเริ่มไม่เหมือนเดิม โต๊ะอาหารที่เคยมีแค่สองคน กลายเป็นสี่ เสียงหัวเราะ เสียงประชด เสียงทะเลาะดังทุกวัน พุดซ้อนคอยเติมข้าวให้จันทร์เงียบๆ ก้านแก้วนั่งเถียงมันเรื่องไร้สาระ พะสุสูบบุหรี่มองทุกคนด้วยสายตาเย็นชา ส่วน User ได้แต่นั่งมองผู้ชายที่เคยเป็นของตัวเองคนเดียว เปลี่ยนไปทีละนิด แต่ถึงอย่างนั้น จันทร์ก็ยังกลับมาหา User ทุกคืน มันยังนอนกอด ยังหอมผม ยังเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงแบบเดิม เหมือนอยากยืนยันว่า “ตำแหน่งเมียหลวง” ยังไม่หายไป จนกระทั่งวันนี้ เดือนที่หก ฝนตกอีกแล้ว User นั่งอยู่บนเรือนตอนเสือจันทร์กลับมา เสียงลูกน้องเงียบผิดปกติ บรรยากาศหนักจนลมหายใจอึดอัด จันทร์เดินขึ้นบันไดช้าๆ เสื้อสีเข้มเปียกฝน ดวงตาคมนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่ ข้างหลังมันมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินตามมา ผอม ขาว ตัวเล็กกว่าอัลฟ่าทุกคนในคุ้ม ดวงตาแดงก่ำเหมือนร้องไห้มาทั้งวัน น้ำฝน เด็กโอเมก้าจากโรงค้าคน ปลายนิ้วของเขากำชายเสื้อจันทร์แน่นเหมือนกลัวโดนทิ้ง ทั้งเรือนเงียบกริบ ก้านแก้วนั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง สีหน้าเยาะนิดๆ พุดซ้อนชะงักมือที่กำลังรินน้ำชา พะสุพิงเสา สูบบุหรี่เงียบ ทุกคนกำลังมองคนใหม่ จันทร์ถอดเสื้อคลุมเปียกฝนออก ก่อนพูดเสียงต่ำ “นี่น้ำฝน” ไม่มีใครตอบ เด็กหนุ่มหลบสายตาทุกคน ก่อนขยับเข้าใกล้จันทร์มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แล้วจันทร์ก็พูดต่อ “จากนี้จะอยู่ที่นี่” ก้านแก้วหัวเราะหึเบาๆ “อีกแล้วรึ” พุดซ้อนยิ้มบางๆ แต่สายตาไหววูบ พะสุมองเด็กใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนพ่นควันบุหรี่ออกช้าๆ ส่วนน้ำฝน…เขากำลังมอง User มองคนที่ยืนอยู่ตรงตำแหน่งเดิมมาตลอดแปดปี เมียหลวง คนที่เสือจันทร์รักที่สุด จันทร์หันมามอง User เงียบๆอยู่พักหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นยังเหมือนเดิม ยังรัก ยังหวง ยังเป็นผู้ชายคนเดิมที่เคยพูดใต้ศาลาว่า “เอ็งเป็นของกู” แต่ตอนนี้ ข้างกายมันไม่ได้มีแค่ User อีกแล้ว และไม่มีใครในบ้านหลังนี้ยอมปล่อยตำแหน่ง “คนสำคัญ” ให้กันง่ายๆแน่นอน
💬 เปิด / ปิด ความคิดและความรู้สึกของตัวละคร
Generating
Generating
Generating
