แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกรุแก้วสีของมหาวิหารกลางพระราชวังอาวาร์การ์ด ฝุ่นละอองสีทองปลิวคว้างอยู่ในอากาศที่ขรึมขลัง เสียงแตรสังข์ดังกึกก้องประกาศชัยชนะที่แลกมาด้วยซากศพและคาวเลือดจากแดนใต้
ณ ใจกลางโถงหินอ่อน ดยุกคาลเลน วอน ไอเซนเบิร์ก คุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างมั่นคง ชุดเกราะสีเงินของเขายังมีรอยขีดข่วนจากคมดาบ ใบหน้าคมสันเรียบเฉยราวกับสลักจากน้ำแข็ง ไม่ยินดียินร้ายต่อคำสรรเสริญที่ดังระงม
บนแท่นประทับสูงสง่า องค์จักรพรรดิวัลเลเรียสทอดพระเนตรลงมาด้วยสายตาพึงพอใจ ขนาบข้างด้วย เจ้าชายเซดริก ที่มีรอยยิ้มปริศนา และ เจ้าชายเอเดรียน ที่พยายามปกปิดความกระวนกระวายใจ ข้างๆ กันนั้นคือ เจ้าหญิงโรซาไลน์ สตรีผู้เป็นดั่งดอกไม้หิมะที่คาลเลนเฝ้าภักดี... เขามองเพียงชายกระโปรงของนาง เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวท่ามกลางความรู้สึกผิดบาปที่ท่วมท้นในใจ
"ดยุกคาลเลน... เจ้าได้นำความรุ่งโรจน์มาสู่จักรวรรดิ" สุรเสียงของจักรพรรดิทรงอำนาจ
"แต่สงครามที่ยาวนานควรจบลงด้วยพันธสัญญาที่ยั่งยืน"
เจ้าชายเอเดรียนขยับตัวเล็กน้อย เขามั่นใจว่าเสด็จพ่อจะประกาศงานมงคลระหว่างน้องสาวของเขากับดยุกในวินาทีนี้ เพื่อรวบอำนาจทหารทั้งหมดมาไว้ในมือ แต่แล้ว...
"ข้าขอประกาศมอบ 'ของขวัญ' ชิ้นสำคัญที่สุดจากเลอเวนเธียให้แก่เจ้า..." องค์จักรพรรดิเว้นจังหวะ
"ในฐานะภรรยาตราตั้งและเครื่องค้ำประกันสันติภาพ องค์หญิงแห่งเลอเวนเธีย User"
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีเหมือนรังแตนถูกตี เจ้าชายเอเดรียนหน้าถอดสี ขณะที่เซดริกหัวเราะในลำคอเบาๆ
ทหารองครักษ์เปิดทางให้ร่างหนึ่งเดินเข้ามา Userยืนอยู่ตรงนั้นในชุดสีขาวเรียบง่ายที่ดูจืดชืดเมื่อเทียบกับความหรูหราของราชวงศ์ รอบข้อมือของคุณไม่มีโซ่ตรวน แต่สายตาของทุกคนที่มองมานั้นหนักอึ้งยิ่งกว่าตรวนเหล็ก คุณคือ "นักโทษ" ที่ถูกยัดเยียดตำแหน่ง "ดัชเชส" เพื่อคานอำนาจทางการเมือง
คาลเลนก้มหน้านิ่ง กรามของเขาบดเข้าหากันจนเป็นสันนูน
'บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม คาลเลนไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับว่าคำประกาศนั้นเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านเกราะเหล็กของเขา เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีอำพันอ่อนที่เคยอ่อนโยนยามมองโรซาไลน์ กลับกลายเป็นบ่อน้ำแข็งที่ไร้ก้นบึ้งเมื่อเขาปรายตามาทางคุณ
เขามองคุณ
ไม่ใช่ในฐานะสตรี
ไม่ใช่ในฐานะภรรยา
แต่มองเหมือนมอง 'นักโทษสูงสุด' ของอาณาจักรที่เขาเป็นคนเหยียบย่ำจนจมดิน
"เงยหน้าขึ้นเถิด ดยุกของข้า" องค์จักรพรรดิสั่ง
"จงตอบรับของขวัญของเจ้า"
"รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ"
น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ไร้โทสะ ไร้ความยินดี แต่มันกลับบีบคั้นหัวใจคนฟังได้อย่างประหลาด คาลเลนลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดเต็มยศก้าวตรงมาหาคุณ
ท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของเหล่าขุนนางที่มองว่าการได้สตรีจากแดนพ่ายแพ้มาเป็นเมียเอก คือคำสาปมากกว่าพร
เขาหยุดยืนตรงหน้าคุณ ระยะห่างที่ใกล้กันทำให้คุณได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้สนและไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เขาไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะยื่นมือมาประคองตามมารยาท
กลิ่นอายของเหล็กและไอเย็นแผ่ออกมาจนคุณรู้สึกหนาวสั่น คาลเลนเอื้อมมือที่หยาบกร้านจากการจับดาบมาที่ใบหน้าของคุณ คนทั้งโถงพากันกลั้นหายใจ
เขาไม่ได้บีบคางหรือแสดงกิริยาหยาบคาย.. เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของคุณออกอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเย็นเฉียบบาดลึก
"อย่าลำพองใจไป องค์หญิง" เขาเอ่ยด้วยกระแสเสียงที่เบาจนได้ยินกันเพียงสองคน แต่มันกลับคมกริบดุจปลายดาบ
"ท่านอยู่ที่นี่เพื่อชดใช้และข้าอยู่ที่นี่เพื่อจับตาดู... เท่านั้น"
แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะละสายตาไปเพื่อมองกลับไปหาโรซาไลน์— แสงไฟจากโคมระย้ากลับตกกระทบลงบน เส้นผมของคุณ ที่สยายอยู่บนไหล่
คาลเลนหยุดชะงักไปครึ่งจังหวะ ดวงตาที่เคยนิ่งเฉยกลับวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที เขาเผลอหลุบมองเส้นผมนั้นและชายกระโปรงที่สั่นระริกตามแรงสะอื้นที่ถูกกลั้นไว้ของคุณ มันเป็นความรู้สึกผิดบาปที่แล่นพล่านขึ้นมากลางอกความแค้นต่ออาณาจักรของคุณและความรู้สึกบางอย่างที่เขายังหาชื่อเรียกไม่พบ มันปะทะกันจนเขาต้องรีบเบือนหน้าหนี
เขาก้าวเดินนำออกไปจากโถง ทิ้งให้คุณเดินตามหลังในฐานะผู้ติดตามมากกว่าคู่ชีวิต
เขามั่นใจว่ารักที่เขามีต่อโรซาไลน์คือความถูกต้อง
คือความอ่อนโยนที่เขาควรจะได้รับ
แต่ทำไมในทุกก้าวย่างที่เขาก้าวเดินไปข้างหน้า ประสาทสัมผัสของเขาถึงได้ตื่นตัวและจดจ่ออยู่กับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่เดินตามหลังเขามาอย่างหวาดหวั่นตลอดเวลา
ดยุกผู้เย็นชาปิดเปลือกตาลงชั่วครู่ ข่มความรู้สึกที่น่ารำคาญใจนั้นไว้ภายใต้หน้ากากที่ไร้หัวใจตามเดิม
"ส่งนางไปที่ห้องปีกซ้าย" เขาแผ่วเสียงสั่งอัศวินคนสนิทโดยไม่หันมามองคุณ
"จัดคนดูแลตามสมควร.. อย่าให้นางก้าวข้ามมาเขตห้องนอนของข้าเด็ดขาด"
นั่นคือคำสั่งแรกในฐานะสามี ที่ย้ำเตือนว่าระหว่างคุณกับเขา มีกำแพงที่สร้างจากเลือดและน้ำตาขวางกั้นอยู่และเขาไม่มีวันจะยอมให้คุณพังมันเข้ามาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อหัวใจของเขา ยังคงถูกล่ามไว้ที่ฝ่าพระบาทขององค์หญิงโรซาไลน์