บ่ายสามโมงกว่าๆ วันที่ฝนเพิ่งหยุดตก ทางเดินในคณะบริหารธุรกิจยังเปียกชื้น มีกลิ่นดินโชยเบาๆ นักศึกษาปี 1 กำลังเดินสวนกันไปมา บางคนถือเอกสารวิ่งหอบ บางคนยังหลงทางหาอาคารเรียนไม่เจอ
User เพิ่งเดินออกจากห้องเรียน ด้วยใบหน้าเหนื่อยๆ และสายตายังงงๆ กับแผนที่ในมือ เดินหลบฝูงคนไปทางบันไดลงชั้นล่าง…
"ปั้ก!"
ไหล่ของUser กระแทกเข้ากับไหล่คนตัวสูงเต็มๆ ที่กำลังเดินโทรศัพท์อยู่พอดี
“โอ๊ยยยยยยยยย!!”
เสียงดังลั่นทางเดินทันที
ธาร ตัวสูง 189 เซนติเมตร ผมดำจัดทรงเป๊ะ ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำสนิทกับกางเกงสแล็ค หน้าตาหล่อ มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังลอยคลุ้ง หน้าบึ้งตึงทันทีที่โทรศัพท์สุดหรูหลุดจากมือ
“ไอ้เหี้ยยยย!!! มึงตาบอดรึไงวะ ไอ้ปีหนึ่งหน้าโง่!!!”
ธารตะโกนเสียงดังลั่น เดินตรงเข้ามาจิกคอเสื้อ User ทันทีด้วยมือข้างหนึ่ง แรงพอสมควรแต่ยังไม่ถึงขั้นลากล้ม
“เดินทำบ้าอะไรของมึง หัวปากกากูยังไม่ทันได้กดส่งรูปให้ลูกค้า มึงก็มาโผล่ชนกูแบบนี้ มึงมันสมองฝ่อรึไง เกิดมามีตาก็ดูทางบ้าง?! กูจะฆ่ามึงให้ตายเดี๋ยวนี้เลย!!! ”
ใบหน้าธารแดงก่ำด้วยความโมโห ปากไม่หยุดเลยสักคำ
“มึงรู้มั้ยว่ากูคือใคร? กูคือธาร ธีรธราภักดิ์ ปีสามการตลาด! ลูกพ่อทิศ! คนที่อาจารย์ใหญ่เรียกชื่อติดปาก! แล้วมึงอะไรวะ? ไอ้แมงมุมปีหนึ่งที่เดินเหมือนตาไม่เห็นทาง! ชนกูแล้วยังยืนอึ้งอีก! มึงขอโทษกูเดี๋ยวนี้! ขอโทษให้กูพอใจ กูถึงจะไม่เอามึงไปโยนลงถังขยะ!”
ธารเขย่าคอเสื้อ User แรงๆ สองสามครั้ง แล้วชี้หน้าด้วยนิ้วโป้ง
“หรือมึงอยากให้กูเสกให้มึงเป็นแมวซะเลยล่ะ? หึๆๆ ไอ้หน้าโง่! ให้มึงได้เดินสี่ขา หางยาวๆ ไปทั่วคณะ โดนกูเตะทุกวันเลยดีมั้ย? กูรับประกันเลยว่าแค่สามวันมึงจะอยากตายแน่ๆ เพราะกูจะทำให้ชีวิตมึงนรกเลยว่ะ!”
เขาหัวเราะหึๆ อย่างหมั่นไส้ มืออีกข้างยกขึ้นปัดผมที่ตกหน้าผากออก แล้วก้มลงมอง User ด้วยสายตาเหยียดหยาม
“มึงฟังกูให้ดีนะ… จากนี้ไปถ้ากูเจอมึงอีกแม้แต่ครั้งเดียว กูจะทำให้มึงจำได้ติดใจไปตลอดชีวิตปีการศึกษาเลย อย่ามาเดินชนกูแบบคนไม่มีสมองอีก เข้าใจมั้ย?!”
ธารผลักอก User เบาๆ แต่แรงพอให้ถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วก้มลงเก็บโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คหน้าจออย่างหงุดหงิด
“ฟะ… หน้าจอมีรอยแตกอีกแล้ว เพราะมึงทั้งคน… กูเกลียดไอ้ปีหนึ่งแบบมึงที่สุดในโลกเลยว่ะ”
เขาหันหลังเดินไปสองก้าว แล้วหันกลับมาด่าปิดท้ายตามสไตล์
“และอีกอย่าง! อย่ามาหยิบหูฟังหรืออะไรของกูเด็ดขาด! ถ้ากูเห็นมึงเดินใกล้กูอีกสามเมตร กูจะเตะก้นมึงให้กลิ้งลงบันไดเลย! เข้าใจชัดๆ มั้ย ไอ้เด็กปีหนึ่ง!!! ”
ธารจ้อง User ด้วยสายตาไฟลุกอีกสองวินาที ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปแบบไม่หันกลับมา แต่ยังพึมพำด่าอยู่ในปากตลอดทาง
“ไอ้เหี้ย… เดินชนคนอื่นยังไม่ยอมขอโทษ… สมองอยู่ที่ตูดจริงๆ …”
📍 สถานที่ :“ทางเดินกลับหอ”
📅 วันที่ : วันอังคาร ที่3 พฤษภาคม พ.ศ.2569
🕛 เวลา :17:57 น.
⛅ สภาพอากาศ : อากาศลมเย็นเล็กๆ ท้องฟ้าเริ่มมืด
ค่ำคืนวันเดียวกันนั้น หลังจากด่าทอ User ไปอย่างเม็ดมะระที่ทางเดินคณะ
ธารเดินกลับหอด้วยอารมณ์เดือดปุดๆ มือกำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเลือดขึ้น ยังพึมพำด่าอยู่คนเดียวตลอดทาง
“ไอ้เหี้ยปีหนึ่ง… กูจะเอาเรื่องมึงให้ได้… เสกให้เป็นแมวซะเลยดีกว่า ไอ้เวร…”
เขาหยิบสร้อยคอเงินเล็กๆ ที่แม่ให้ตอนอายุ 15 ขึ้นมาดู (เป็นของที่เขาลับๆ เชื่อว่า “มีพลัง” เพราะแม่บอกว่าเป็นของขลังจากเซี่ยงไฮ้) แล้วพึมพำคำสาปแช่งเล่นๆ ด้วยความโมโห
“ใครก็ตามที่ทำให้กูโมโหวันนี้… จงกลายเป็นแมวเหมียวเดินสี่ขาซะ !!”
ฟ๊ววววว……
แสงสีเงินวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ธารยังไม่ทันตั้งตัว
ร่างกายเขาหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว กระดูกเปลี่ยนรูป ขนสีดำสนิท (มีประกายเงินที่ปลายหาง) ขึ้นปกคลุมทั่วตัว หูยาวแหลม หางยาวพุ่งออกมา
“อะ… อะไรวะเนี่ยยยยยย!!! กู… กูเป็นแมวรึไงวะ?! อ๊ากกกก!!”
เมี๊ยวววววว!!! เมี๊ยวววว!!!
เสียงร้องของเขาดังลั่นซอกตึกหอพักนักศึกษา ธาร (ในร่างแมว) วิ่งวนไปมาแบบตกใจสุดขีด หางฟาดพื้นแรงๆ มองขาเล็กๆ สีดำของตัวเองแล้วอึ้ง
“กู… กูเป็นแมวจริงๆ วะ?! ไอ้เหี้ยยยย!!! สร้อยนั่นมันเวียนหัวกูรึไงวะ!!! เปลี่ยนกลับเดี๋ยวนี้!!! กูคือราชาเซี่ยงไฮ้ ไม่ใช่แมวเหมียวข้างถนน!!!”
เขาพยายามวิ่งกลับหอตัวเอง แต่ด้วยขาสั้นๆ และยังควบคุมร่างกายไม่เป็น วิ่งชนกำแพงสองสามครั้งจนหัวหมุน
ตอนนั้นเอง…
User กำลังเดินกลับหอด้วยอารมณ์เหนื่อยล้า หลังจากไปซื้อข้าวกล่องที่ร้านใกล้หอ ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่ถูกนักศึกษาปีสามตัวสูงด่าทอแรงๆ เมื่อบ่าย
ทันใดนั้น เสียง เมี๊ยวววว!!! ดังแหลมมาแต่ไกล
User หันไปมอง เห็นแมวสีดำสนิทตัวใหญ่ (ประมาณ 4-5 กิโล) หางยาว ขนเงางาม (ดูไม่เหมือนแมวจรตัวธรรมดา) กำลังนั่งยองๆ ตรงมุมกำแพง หางฟาดพื้นไม่หยุด ตาเขียวอมเงินจ้องเขม็งด้วยความโมโห
(ความคิดในใจของธาร)
“มึง… มึงคือไอ้ปีหนึ่งเมื่อบ่ายนั่น!!! อย่าเข้ามาใกล้กู!!! ออกไป๊ยยย!!! กูจะฆ่ามึงให้ตาย!!!”
ธาร (แมว) ถอยหลังกรี๊ดเสียงต่ำในลำคอ กรรร์ร์ร์ร์ แล้วยกอุ้งเท้าข้างหนึ่งขึ้นขู่ ฟันขาวแหลมโผล่พ้นริมฝีปาก
User คิดว่าเป็นแมวจรตัวสวยแต่ดูหิวและตกใจ จึงค่อยๆ ย่อตัวลง ยื่นมือไปช้าๆ
“เเมวจรจัดหรอวะ...หิวรึป่าวเนี่ย?”
เมี๊ยวววววว!!!
ธารกระโดดถอยหลังทันที แล้ววิ่งพุ่งเข้าใส่ขา User ด้วยความโมโห กัดเบาๆ ที่ข้อเท้า (ไม่แรงถึงขาดเลือด แต่เจ็บพอสมควร) แล้วรีบถอยหนี
“อย่ามาจับกู!!! มึงมันตัวปัญหา!!! เพราะมึงกูถึงได้กลายเป็นแบบนี้!!!”
แต่ User ไม่ยอมแพ้ เอาน้ำจากขวดที่เพิ่งซื้อมาเทลงฝ่ามือ แล้วยื่นให้ใกล้ๆ
ธารหงุดหงิดมาก หางฟาดแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่กลิ่นน้ำสะอาดกับกลิ่นข้าวกล่องที่ User ถือมา ทำให้ท้องร้องโครกครักขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
“…หิว… แต่กูไม่ยอมกินจากมือมึงเด็ดขาด!!!”
เขาดิ้นไปดิ้นมา สุดท้ายก็ยอมเลียน้ำจากมือ User แบบไม่เต็มใจ ระหว่างเลียยังแอบกัดนิ้วเบาๆ เป็นการขู่
User ยิ้มแล้วใช้มืออีกข้างลูบหัวเบาๆ
ทันใดนั้น ธารตัวแข็งทื่อ ขนลุกชัน
“ออกไป๊!!! อย่ามาลูบหัวกู!!! กูไม่ใช่แมวเหมียวที่จะให้ลูบ!!! อ๊ากกก อย่าาาา!!!”
แต่ร่างกายแมวของเขากลับไม่ฟังสมอง หลังจากถูกลูบสองสามครั้ง หางกลับยกขึ้นเล็กน้อย (สัญญาณว่าชอบ แต่เขาจะตายก็ไม่ยอมรับ)
User เห็นว่าแมวตัวนี้ “ดุแต่ก็น่ารัก” และกลัวมันจะหิวตายหรือโดนรถทับ จึงตัดสินใจอุ้มขึ้นมา (ธารดิ้นสุดแรง)
เมี๊ยวววววว!!! เมี๊ยววว!!! กรรร์ร์ร์!!!
“ปล่อยกูลง!!! มึงกล้าอุ้มกูเหรอไอ้ปีหนึ่ง!!! กูจะข่วนหน้าให้มึงเป็นเส้นๆ เลย!!! ออกไป๊ยยย!!! อย่าเอาตัวกูไปหอ!!! อย่าาาาาา!!!”
ธารดิ้นพลิกไปพลิกมา ข่วนเสื้อ User บ้าง กัดแขนเบาๆ บ้าง แต่ด้วยแรงแมวตัวเล็กๆ จึงไม่สามารถหนีพ้นได้
User อุ้มเขาไว้แน่น แล้วพูดปลอบเบาๆ “ไม่เป็นไรๆ วันนี้พี่เลี้ยงนะ ไปกินข้าวที่หอก่อน”
ธารในใจแทบระเบิด
“พี่?! มึงเรียกตัวเองว่าพี่กับกูเหรอ?! กูอายุ 21 แล้วนะเว้ยยย!!! ไอ้หน้าโง่!!!”
ระหว่างทางกลับหอ ธารยังคงดิ้นและร้องไม่หยุด แต่ก็ค่อยๆ เหนื่อยและซบตัวลงบนอก User ด้วยความอ่อนแรง (ในใจยังด่าไม่เลิก)
“…แค่คืนนี้… พรุ่งนี้กูต้องกลับร่างให้ได้… แล้วกูจะแก้แค้นมึงให้หนักเลย ไอ้ปีหนึ่ง…”