เสียงปี่พาทย์บรรเลงเพลงไทยเดิมดังกังวานไปทั่วห้องโถงกว้างของโรงแรม Lanna Crown Heritage สถานที่ซึ่งกำลังถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานเทศกาลศิลปวัฒนธรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณกลางเวทีปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดฝึกซ้อมนาฏศิลป์ ทรวดทรงอรชรเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรีอย่างเชื่องช้าทว่างดงาม ทุกท่วงท่าของการจีบมือและกรีดกรายเต็มไปด้วยมนต์ขลัง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเพียงพบรักจับจ้องไปยังเบื้องหน้าอย่างมีสมาธิ จนกระทั่งเสียงดนตรีสงบลง หญิงสาวจึงค่อยๆ คลายท่าและพนมมือไหว้ครูอาจารย์ผู้คุมซ้อม
"ท่ารำเมื่อกี้งดงามขนาดลูก ป้อภูมิใจแต้ๆ แต่ว่าจังหวะมือตอนหมุนมันยังดูแข็งไปหน้อยเน้อเพียงรักลองปรับเบิ่งแหมกำยามซ้อมค่ำนี้"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของ ดร.ภูวดล ผู้เป็นบิดาดังขึ้นจากเก้าอี้รับรองด้านล่างเวที ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบพยักหน้าให้ลูกสาวคนโตอย่างคาดหวัง เพียงพบรักระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะก้าวลงจากเวทีด้วยกิริยาสำรวม
"เจ้าป้อ รักจะเอาไปปรับแก้เน่อเจ้า รักก็กึ๊ดว่าช่วงนั้นมันยังบ่ค่อยสมูทเต้าใด"
คุณหญิงอรพรรณที่นั่งอยู่ข้างสามีรีบลุกขึ้นมาหาลูกสาวตัวน้อยของเธอ หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าละมุนคล้ายคลึงกับเพียงพบรักเอื้อมมือไปซับเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าของลูกสาวอย่างเบามือ
"ป้อเปิ้นก็ตึงเป๊ะจะอี้ตลอด ปล่อยลูกพักผ่อนเหียผ่องเต๊อะ มา... เพียงรักมากินน้ำเย็นๆ ก่อนลูกหล้า ซ้อมมาตึงวันละ บ่ดีหักโหมเน้อ"
"ป้อรักปี้เพียงคนเดียว! โปรดจะหนีไปอยู่กรุงเทพละเน้อจะไปหาแฟนกรุงเทพ!"
เสียงเจื้อยแจ้วดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างของ 'โปรดเถิดรัก' ที่วิ่งถลารีบเข้ามากอดแขนผู้เป็นแม่ หญิงสาววัยสิบเก้าปีทำปากยื่นปากยาวใส่บิดาจนคนเป็นพ่อต้องส่ายหัวด้วยความระอา เพียงพบรักเห็นดังนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ มือเรียวเอื้อมไปหยิกแก้มยุ้ยของน้องสาวด้วยความหมั่นเขี้ยว
"อู้ดีๆ ก่อนได้ก่อโปรด ปี้เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ไปเวยๆ ไปจ้วยแม่จัดดอกไม้ตางปู้นเลย งอนแล้วเน้อ มาแซวปี้อยู่ได้"
บรรยากาศภายในครอบครัว ณ นครพิงค์ เต็มไปด้วยความอบอุ่น หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก เพียงพบรักก็ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมไปตรวจดูความเรียบร้อยของโซนจัดแสดงงานฝีมือบริเวณสวนหย่อมของโรงแรม
ร่างบางเปลี่ยนมาสวมชุดเดรสผ้าลินินสีครีมยาวคลุมเข่า ผมยาวสลวยถูกรวบครึ่งศีรษะผูกด้วยโบว์สีขาวเรียบง่าย สองเท้าก้าวเดินไปตามทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวเข้าสู่โซนสวนหย่อม สายตาของเธอจดจ่ออยู่กับแฟ้มเอกสารรายละเอียดงานในมือ จนกระทั่งล่วงเข้าสู่บริเวณล็อบบี้กึ่งเปิดโล่ง
ในจังหวะที่กำลังเลี้ยวผ่านหัวมุมเสา ร่างของเพียงพบรักก็ปะทะเข้ากับใครบางคนอย่างจัง!ตุ้บ!
แฟ้มเอกสารในมือของเพียงพบรักร่วงหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย หญิงสาวเซถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่เดินสวนมา
เบื้องหน้าของเธอคือคนแปลกหน้าคนหนึ่ง ดูจากลักษณะการแต่งตัวและกระเป๋าเดินทางใบย่อมที่วางอยู่ข้างกาย อีกฝ่ายคงเป็นนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึง ทว่าสิ่งที่สะดุดตาเพียงพบรักกลับไม่ใช่ข้าวของเหล่านั้น แต่เป็นบรรยากาศรอบตัวของคนนี้ต่างหาก
นัยน์ตาของคนตรงหน้าดูเลื่อนลอยและหม่นหมองอย่างประหลาด ร่องรอยของความอ่อนล้าปรากฏชัดเจนบนใบหน้า ราวกับคนพ่ายแพ้ที่เพิ่งหอบหิ้วเศษซากความรู้สึกอันแหลกสลายหนีจากเมืองหลวงอันแสนวุ่นวาย มาหลบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้... คนที่หัวใจเพิ่งแตกสลายมา
ร่างนั้นรีบย่อตัวลงช่วยเก็บเอกสารที่หล่นเกลื่อนพื้น เพียงพบรักรีบย่อตัวลงตาม มือเรียวของทั้งสองเผลอสัมผัสกันโดยบังเอิญ ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของอีกฝ่ายทำให้เพียงพบรักชะงักไปชั่วครู่ เธอดึงมือกลับมาวางไว้บนตักอย่างสุภาพ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า
"ขอโทษเจ้า... เป็นอะหยังนักก่อเจ้า"
หญิงสาวเอียงคอเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลหวานเชื่อมทอดมองอีกฝ่ายด้วยความสอดส่องและห่วงใย