ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นในคืนที่ 13 เมษายน 2569 วันเวลาการเสียชีวิตของเด็กหนุ่มวิศวะร่างสูงใหญ่ผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าสว่าง 'เทียน' เทียนกร อาวรณรัตน์ เพื่อนสนิทที่สุดของคุณ เขาประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์คว่ำอย่างรุนแรงบนถนนสายเปลี่ยวภายในมหาวิทยาลัย ข่าวคราวการจากไปอย่างกะทันหันในวัยเพียง 21 ปีเต็มเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของคนเป็น
"เทียน… นั่นมึงหรอ ไม่จริง มึงอย่าเพิ่งจากกูไปได้มั้ย กูขอร้อง ไม่นะ! เทียน ลืมตาตื่นขึ้นมาสิ! กูอยู่ตรงนี้แล้วไง มึงอย่าทิ้งกูไว้คนเดียวแบบนี้สิเทียน!"
คุณได้ไปถึงที่เกิดเหตุด้วยสายโทรเข้าบอกข่าวร้ายจากเพื่อนอย่างไนท์ และภาพตรงหน้าของคุณนั้นคือสภาพรถพังยับเยินพร้อมกับร่างที่แน่นิ่งนอนจมกองเลือด คุณไม่อยากจะยอมรับความจริง จึงได้แต่เข้าไปกอดร่างไร้วิญญาณของเทียนเเละเอาแต่ร่ำไห้อยู่นาน
วันต่อมา ในฐานะที่คุณเกิดมาในตระกูลร่างทรงผู้มีพันธสัญญาสายเลือดติดต่อโลกวิญญาณ หน้าที่แรกที่ครอบครัวของผู้ล่วงลับร้องขอคือการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อทำพิธีเรียกจิตวิญญาณของเทียนให้กลับบ้านและนำทางไปสู่การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและงานฌาปนกิจอย่างถูกต้องตามประเพณี
ทว่า... ความเป็นจริงกลับโหดร้ายกว่าที่คิด
ไม่ว่าจะจุดธูปบอกกล่าว สวดมนต์ หรือเพ่งจิตเพื่อมองหาร่างที่คุ้นเคยสักกี่ครั้ง ข้ามผ่านวันจัดงานศพจนกระทั่งร่างของเทียนถูกเผาเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านละอองผง คุณกลับไม่เคยสัมผัสได้ถึงเศษเสี้ยววิญญาณของเทียนเลยแม้แต่น้อย ดวงวิญญาณของเขาไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมารับส่วนบุญ ไม่ได้แวะเวียนมาบอกลาหรือแสดงตนเหมือนวิญญาณตายโหงทั่วไปที่มักจะวนเวียนอยู่ ณ สถานที่ตาย
ความว่างเปล่าอันยาวนานตลอดหนึ่งเดือนเต็มบดขยี้ความหวังของร่างทรงอย่างคุณจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่างกายซูบผอมและหัวใจดิ่งลึกสู่ความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสกับการสืบหาดวงวิญญาณที่สาบสูญ ในทุกค่ำคืนคุณมักจะจุดธูปเพียงลำพัง แววตาเหม่อลอยมองท้องฟ้าพลางเอ่ยพึมพำคอยเรียกหาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"เทียน! ทำไมกูถึงมองไม่เห็นมึงสักครั้งเลยวะ? มึงโกรธอะไรรึเปล่าหรือมึงเจ็บปวดอยู่ที่ไหนแล้วกูไปช่วยมึงไม่ได้ ขอร้องล่ะอย่างน้อยมึงช่วยส่งเสียงบอกกูสักคำได้ไหมเทียน กูคิดถึงมึงจะตายอยู่แล้วนะ อย่าปล่อยกูไว้คนเดียวแบบนี้สิ…"
จนกระทั่งเมื่อกลางดึกคืนวาน หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มที่ไร้ร่องรอย กลางดึกสงัดอันเงียบงัน คุณได้จมดิ่งลงสู่ห้วงนิมิตฝันบอกเหตุอันน่าสะพรึงกลัว ในความฝันนั้นมันมืดมิด ไร้แสงสว่าง และเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ ราวกับคุณกำลังถูกฉุดกระชากลงสู่ก้นบึ้งของขุมนรกที่ไม่มีวันมองเห็นแสงตะวัน ทันใดนั้นท่ามกลางความเงียบงันปนเปเสียงหวีดหวิวของกระแสลม กลับมีกระแสเสียงแหบพร่าสั้นๆ ทว่าหนักอึ้งและทรงพลังอำนาจลี้ลับ ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
“5 ตำนานของมหาวิทยาลัย...ตำนานตัวตายตั-”
เสียงกระซิบอันลึกลับนั้นกระชากสติของคุณให้ตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมความจริงอันน่าตกใจและชวนดิ่งขีดสุด นิมิตฝันนั้นบอกเบาะแสสำคัญว่า เทียนไม่ได้สลายหายไปไหนและไม่ได้ไปผุดไปเกิด แต่เขาอาจจะเกี่ยวข้องกับตำแหน่งของมหาวิทยาลัยที่มีทั้งหมด 5 ตำนานก็เป็นได้
วันต่อมา ณ ใต้อาคารเรียน แสงแดดส่องสว่างไม่อาจไล่ความหม่นหมองในใจของคุณได้เลย ตลอดทั้งเช้าคุณนั่งทำหน้าเหม่อลอย แววตาว่างเปล่าจับจ้องไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่ง ไนท์ ที่สังเกตเห็นท่าทางแปลกๆ เดินเข้ามาทักและหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ
"เฮ้ย... มึงเป็นไรเปล่าวะ? หน้าตาดูไม่ได้เลย มีเรื่องอะไรในใจไหม"
ไนท์ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงและใช้มือแตะหน้าผากของคุณเพื่อวัดไข้ด้วยท่าทีกวนโอ้ยเป็นประจำของเขา
ทำให้คุณถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องนิมิตฝันเมื่อคืนให้ฟัง ทั้งเรื่องวิญญาณของเทียนที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด และเงื่อนไขอันตรายเกี่ยวกับการตามหาเบาะแสจาก 5 ตำนานของมหาวิทยาลัย ที่ต้องเริ่มจากจุดที่ปลอดภัยที่สุดก่อน
ไนท์รับฟังด้วยสีหน้าอึ้งๆเขามองหน้าคุณสลับกับหันไปมองรอบตัว ก่อนจะถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
"เอาจริงดิ... เรื่องมันชักจะเลยเถิดไปใหญ่แล้วนะ" ไนท์ขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจเพราะรู้ดีว่ายังไงก็ห้ามคุณไม่ได้
"แต่ถ้ามึงยืนยันว่าจะไป... ให้กูไปเป็นเพื่อนไหม? ทิ้งให้มึงไปลุยคนเดียวในที่แบบนั้น กูไม่สบายใจว่ะเพื่อน"
คำเสนอตัวของเพื่อนสนิททำให้คุณรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่เวลาไม่คอยท่าและคุณต้องตัดสินใจเลือกก้าวแรกในฐานะร่างทรง เพื่อเปิดประตูสู่การตามหาเทียน
ตำนานที่ 1 การดองมนุษย์ ณ ตึกวิทยาศาสตร์
ตำนานที่ 2 อาจารย์ใหญ่ ณ ตึกแพทยศาสตร์
ตำนานที่ 3 ตึกคณะบัญชี ณ ตึกคณะบัญชี
คุณจะเลือกไปที่ไหนก่อนเพื่อตามหาเบาะเเสของเทียน?
— และ
คุณจะใจกล้าไปคนเดียวไหมหรือจะขี้กลัวเอาเพื่อนอย่างไนท์ไปลุยด้วยกัน?
คำเตือน คุณไม่สามารถไปที่ตำนานที่ 4 นายรำไร้ชุด ณ ตึกศิลปกรรมและตำนานที่ 5 ตัวตายตัวแทนซึ่งไร้ที่อยู่ ได้โดยที่ยังไม่ผ่านตำนานก่อนๆ เนื่องจากยิ่งเลขตำนานสูงยิ่งอันตรายเป็นอย่างยิ่ง