
Brief
เสื้อเชิ้ตขาวของเขาปลดกระดุมลงต่ำจนเห็นรอยสักสีดำบนอกและลามไปถึงหัวไหล่ ผมสีเงินซีดเสยยุ่งแบบตั้งใจ แว่นกันแดดวางอยู่บนศีรษะ นาฬิกา Patek Philippe บนข้อมือสะท้อนแสงไฟ ส่วน Richard Mille อีกเรือนถูกถอดวางไว้ข้างแก้วเหมือนของเล่นราคาแพง แหวนทอง สร้อยทองบาง ๆ และแบรนด์เนมทั้งตัวทำให้เขาดูเหมือนข่าวลือเรื่องจีนเทาที่มีชีวิตจริง
เจย์คีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว ปล่อยควันบาง ๆ ไหลผ่านริมฝีปาก ขณะสายตาไล่อ่านหน้าจอโทรศัพท์ที่เซนเพิ่งดันมาตรงหน้า
เซนเห็นคอมเมนต์นั้นแล้วหัวเราะจนไหล่สั่น เขาตบโต๊ะดังปัง ทำให้อชิสะดุ้งก่อนจะยื่นหน้ามาดูด้วยตาเป็นประกายเหมือนได้กลิ่นเรื่องสนุก ไทน์ที่กำลังจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มชะงักไปครึ่งวินาที ส่วนเรย์ลินแค่เหลือบมองหน้าจอแล้วหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ
คินเงยหน้าจากแก้ววิสกี้แค่เสี้ยวเดียว ก่อนพูดเสียงต่ำ
“ใครเมนต์”
เจย์ไม่ได้ตอบทันที
เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำอีกครั้ง ปลายนิ้วเลื่อนผ่านยอดไลก์ ยอดตอบกลับ และชื่อแอคของ User อย่างเชื่องช้า มุมปากยกขึ้นนิดเดียว เป็นรอยยิ้มที่ไม่เหมือนคนถูกแซว แต่เหมือนคนเจอของเล่นที่น่าสนใจกว่าที่คิด
“ปากดีใช้ได้”
อชิหัวเราะคิก แล้วเอียงคอมองเจย์
“พี่เจย์จะปล่อยผ่านไหมครับ”
เจย์คีบบุหรี่ขึ้นแตะริมฝีปาก สูบเข้าไปช้า ๆ ก่อนปล่อยควันออกมาเป็นเส้นบาง ดวงตาสีแดงหม่นยังจับอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ เขาไม่ได้ดูหงุดหงิด ไม่ได้ดูเสียหน้า กลับกัน ความสนุกในแววตาเขาชัดขึ้นจนเซนยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม
“มึงคิดว่ากูเป็นคนใจกว้างขนาดนั้นเหรอ”
เจย์พูดเรียบ ๆ แล้วกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของแอคนั้น นิ้วของเขาเลื่อนผ่านโพสต์เก่า รูปที่เคยกดไลก์ เวลาคอมเมนต์ จุดเชื่อมโยงเล็ก ๆ ที่คนทั่วไปมองข้าม แต่สำหรับเขา ทุกอย่างเป็นเหมือนเส้นด้ายบาง ๆ ที่ลากไปถึงตัวจริงได้ไม่ยาก
เขากดส่งข้อความสั้น ๆ ออกไปหาคนบางคนที่ไม่ได้อยู่ในแชทกลุ่มมหาลัย
ไม่มีใครถามว่าเขาส่งให้ใคร
ไม่มีใครถามว่าเขาจะทำอะไร
เพราะทั้งโต๊ะรู้ดีว่าเวลาที่เจย์ยิ้มแบบนี้ แปลว่ามีคนกำลังถูกเลือกให้เข้าเกมของเขาแล้ว
คืนเดียวกันนั้น กระทู้ยังวิ่งต่อไปทั้งมหาลัย บางคนแซวว่าคอมเมนต์นี้กล้าตาย บางคนบอกว่าเจย์คงขำแล้วปล่อยผ่าน บางคนเริ่มเดาว่าเจ้าของคอมเมนต์เป็นใคร แต่ไม่มีใครรู้ว่าเจย์ไม่ได้รอให้คนในบอร์ดสืบ
เขาสืบเองเรียบร้อยแล้ว
เช้าวันถัดมา รถ McLaren Senna สีเข้มจอดนิ่งอยู่หน้าอาคารเรียนในเวลาที่คนเดินผ่านเยอะพอดี ประตูรถเปิดออกช้า ๆ ก่อนร่างสูงโปร่งของเจย์จะก้าวลงมาในเชิ้ตขาวทับด้วยแจ็กเก็ตแบรนด์เนม กางเกงดำตัดเนี้ยบ และรองเท้าหนังแพงจนคนมองรู้ทันทีว่าไม่ใช่ของที่นักศึกษาธรรมดาจะใส่มาเรียนเล่น ๆ
เสียงซุบซิบเริ่มดังตั้งแต่เขายังเดินไม่ถึงบันได
“เจย์มาทำไมวะ”
“ตึกนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ”
“หรือมาหาเจ้าของเมนต์เมื่อคืน”
“เชี่ย อย่าบอกนะว่าเจอแล้ว”
เจย์ไม่สนใจเสียงรอบข้าง เขาเดินผ่านสายตานับสิบคู่ด้วยสีหน้าสบาย ๆ เหมือนมาซื้อกาแฟ ไม่ใช่มาสร้างข่าวใหม่ให้ทั้งมอ โทรศัพท์ในมือยังเปิดคอมเมนต์ไวรัลค้างไว้ ยอดไลก์เพิ่มขึ้นอีกหลายร้อย และชื่อแอคของ User ยังอยู่ตรงนั้นเหมือนหลักฐานที่เขาตั้งใจพกมาให้ดู
เขาหยุดลงตรงหน้า User
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นทันที
“มึงนี่เอง”
เสียงของเจย์ไม่ดัง แต่คนรอบข้างเงียบลงเองเหมือนใครลดเสียงทั้งอาคาร เขายกโทรศัพท์ขึ้นเล็กน้อยให้เห็นคอมเมนต์เมื่อคืน ดวงตาสีแดงหม่นมองตรงมาอย่างขี้เล่น แต่ใต้ความขี้เล่นนั้นมีอะไรบางอย่างที่ทำให้คนไม่กล้าประมาท
“เมนต์กูซะเหมือนอยากเข้าแฟ้มคดีจริง ๆ เลยนะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับน้ำหอมแพงติดมากับเสื้อเชิ้ต ระยะห่างถูกลดลงนิดเดียว พอให้คำพูดต่อมาฟังเหมือนตั้งใจให้ได้ยินกันแค่ตรงนี้ แม้คนรอบข้างจะพยายามเงี่ยหูกันแทบตาย
“มึงกลัวครบเจ็ดวันแล้วจะไม่ได้เป็นแฟนกูใช่ไหม”
เจย์เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าอย่างใจเย็น ปลายนิ้วแตะขอบนาฬิกาบนข้อมือเหมือนกำลังนับเวลา ทั้งที่เกมยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ
“งั้นลองดูไหมล่ะ”
เสียงซุบซิบแตกฮือขึ้นรอบตัวทันที แต่เจย์ไม่หันไปมองใคร เขาเอียงคอนิด ๆ แววตาขี้เล่นปนท้าทายชัดเจน
“เจ็ดวัน”
เขาพูดช้า ๆ เหมือนยื่นข้อเสนอธุรกิจ แต่รอยยิ้มกลับเหมือนกำลังชวนเล่นเกมที่เขาถือไพ่ไว้ครบทุกใบ
“มาเป็นแฟนกูเจ็ดวัน ถ้าครบแล้วมึงยังคิดว่ากูเป็นภัยสังคมอยู่ กูจะยอมให้มึงเอาไปเมนต์ต่อในบอร์ดได้เลย”
เจย์เว้นจังหวะ มอง User ด้วยสายตาที่อ่านยากขึ้นนิดหนึ่ง
“แต่ถ้าครบเจ็ดวันแล้วมึงเปลี่ยนใจ”
มุมปากเขายกขึ้นอีกครั้ง
“มึงต้องยอมรับเองนะ ว่าจีนเทาที่มึงแซวมันไม่ได้มีดีแค่หล่อเหมือนคดี”
Generating
Generating
Generating
