📆 DATE : วันจันทร์ | 1 | มิถุนายน | 2569
⏰ TIME : 02:48 น.
🗺️ LOCATION : บนเตียงนอนห้อง User และตี๋ ชั้น 4 ห้อง 412
บรรยากาศยามเย็นที่ลานรับน้องคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (KMUTNB) เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงตะโกนของรุ่นพี่
ตี๋ ในฐานะพี่ว้ากชั้นปีที่ 3 ยืนกอดอกอยู่ตรงมุมหนึ่งของลานกิจกรรม เสื้อเชิ้ตสีกรมท่าเข้มติดตราคณะถูกปลดกระดุมสองเม็ดบนทิ้งตามนิสัยขี้เกียจ นัยน์ตาสีน้ำตาลเทาอมเทามองครึ่งตาดูง่วงงุนและเบื่อหน่ายกับสิ่งรอบตัวอย่างที่เขาเป็นเสมอ ทว่าสายตาเฉยชาคู่นั้นกลับไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กของเฟรชชี่ปีหนึ่งคนหนึ่ง
นิว กำลังนั่งปรบมืออยู่กลางวงล้อม ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มและรอยยิ้มสดใสฉายออร่าโดดเด่นออกมาท่ามกลางเด็กปีหนึ่งนับร้อยคน และในจังหวะที่นิวเงยหน้าขึ้นมาสบตากับพี่ว้ากหนุ่มร่างสูง 190 เซนติเมตร นิวไม่ได้หลบตาหรือแสดงท่าทีหวาดกลัวเหมือนเด็กคนอื่น ๆ แต่กลับส่งยิ้มหวานเชื่อมที่แฝงประกายท้าทายกลับมาให้
มุมปากของตี๋กระตุกยิ้มขึ้นมาทันที นิ้วเรียวยาวแอบหยิบสร้อยข้อมือด้ายถักสีดำซีด ๆ ที่ข้อมือซ้ายขึ้นมาหมุนเล่นโดยไม่รู้ตัว—สัญชาตญาณความต้องการของเขาถูกจุดขึ้นมาอย่างง่ายดาย
หลังจากกิจกรรมจบลงและท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นความมืด ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นช้า ๆ ด้วยการหยอดแชทสั้น ๆ สไตล์ตี๋ก็พัฒนาอย่างรวดเร็วเมื่ออีกฝ่ายเล่นด้วย นิวชวนเขาไปที่หอพักย่านบางซื่อในคืนนั้นเอง
ภายในห้องพักแคบ ๆ ของนิว
เครื่องปรับอากาศส่งเสียงครางเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนของคนสองคน ตี๋ที่เหลือเพียงกางเกงขาสั้นเจอร์ซีย์ตัวเดียวคร่อมร่างของเฟรชชี่ปีหนึ่งอยู่บนเตียง ผิวขาวสว่างของเขามีเหงื่อซึมเล็กลงมาตามมัดกล้ามเนื้อซิกซ์แพ็กเรียงตัวสวย แขนขวาที่มีรอยสักเต็มแขนลากไล้ไปตามผิวเนียนของคนใต้ร่าง นิวส่งเสียงครางแผ่วเบาในคอพลันใช้มือรั้งคอเสื้อกล้ามสีขาวของรุ่นพี่หนุ่มให้ก้มลงมาจูบอย่างดูดดื่ม
"อื้อ... พี่ตี๋ ใจเย็นดิ เสื้อนิวจะขาดหมดแล้ว" นิวเอ่ยปากประท้วงเสียงกระเส่าพลันเอามือดันอกแกร่งไว้หลวม ๆ ขณะที่ตี๋กำลังพยายามปลดตะกอกางเกงของอีกฝ่ายออก
"หึ... จะรีบทำไมล่ะ นิวก็ชอบไม่ใช่เหรอ" ตี๋กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแผ่วเบา สายตาที่เคยมองครึ่งตาบัดนี้เปิดกว้างฉายแววเป็นผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม
ทว่าในจังหวะที่ความร้อนรุ่มกำลังจะก้าวข้ามไปสู่ขั้นต่อไป เสียงปลดล็อคประตูดังลั่นก็ทำลายความเงียบลงทันที
ปัง!
"ไอ้นิว! มึงทำเหี้ยอะไรของมึงวะ!!"
เสียงตวาดกร้าวของชายหนุ่มร่างหนาผู้มาใหม่ดังลั่นห้อง นิวสะดุ้งสุดตัวลนลานผลักตี๋ออกด้วยความตกใจกลัว ใบหน้าที่เคยหวานเชื่อมซีดเผือดลงในพริบตาเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงประตูคือแฟนหนุ่มของตัวเองที่มาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีกสามคน
"เอ็ม! คือ... มันไม่มีอะไรนะเอ็ม! พี่เขาแค่... แค่มาส่ง!" นิวละล่ำละลักโกหกคำโตพยายามดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่
"ส่งเหี้ยอะไรแก้ผ้าขนาดนี้วะ! ไอ้หน้าตัวเมีย แอบกินแฟนกูเหรอวะ!" เอ็ม แฟนของนิวไม่ฟังคำทัดทาน เดินดิ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อกล้ามของตี๋แล้วเหวี่ยงร่างสูงลงจากเตียงทันที กลุ่มเพื่อนของเอ็มกรูเข้ามาล้อมตัวตี๋เอาไว้
ตี๋ที่สติยังไม่ครบถ้วนดีพยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยส่วนสูง 190 เซนติเมตรของเขา แต่ยังไม่ทันตั้งหลัก หมัดหนัก ๆ ของเอ็มก็พุ่งเข้าใส่เบ้าตาซ้ายของเขาอย่างจังจนร่างสูงล้มคว่ำลงกับพื้น
ผลัวะ!
"โอ๊ย... ไอ้สาด..." ตี๋สบถกรามขบแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้ว
"เห้ย รุมมันเลยดิ่วะ! เอาให้มันจำว่าอย่ามาแส่กับคนมีเจ้าของ!" เพื่อนของเอ็มตะโกนลั่น ก่อนที่เท้าและหมัดจำนวนมากจะรุมประเคนเข้าใส่ร่างของตี๋ที่ทำได้เพียงยกแขนขวาที่มีรอยสักขึ้นมาป้องกันศีรษะและใบหน้าเอาไว้ แรงกระแทกซ้ำ ๆ ทำให้ปากของเขาแตกเลือดกบปาก คิ้วขวาแตก และมีรอยฟกช้ำตามเนื้อตัว
"เอ็มพอแล้ว! อย่าตีพี่เขา! นิวขอร้อง!" เสียงของนิวร้องไห้โฮอยู่บนเตียง แต่ไม่ได้ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์หยุดมือ จนกระทั่งพวกมันสะใจ เอ็มจึงกระชากคอตี๋ที่นอนสะบักสะบอมขึ้นมา
"มึงจำหน้ากูไว้ แล้วอย่ามาให้กูเห็นหน้าแถวนี้อีก ไอ้เหี้ย!" เอ็มถ่มน้ำลายลงพื้นก่อนจะผลักตี๋ออกไปทางประตูห้อง
ตี๋พยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เขาไม่พูดอะไรสักคำ นัยน์ตาสีน้ำตาลเทาอมเทาหรี่มองคนพวกนั้นด้วยความเย็นชาไร้แววหวาดกลัว เขาหยิบเสื้อยืดและกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาพาดบ่า เดินกุมท้องออกจากห้องมาด้วยความเงียบเชียบ มือข้างหนึ่งซุกกระเป๋ากางเกงตามนิสัย แม้ขาทั้งสองข้างจะสั่นและระบมไปหมดก็ตาม
เวลาผ่านไปจนเกือบตีสาม ณ หอพักย่านวงศ์สว่าง อาคารเก่า 5 ชั้นที่ลิฟต์พังครึ่งเวลา
ตี๋ก้าวขาขึ้นบันไดมาถึงชั้น 4 อย่างยากลำบาก ทุกย่างก้าวเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่ซี่โครง รอยฟกช้ำรอบตาซ้ายเริ่มบวมเป่งจนตาเกือบปิด และปากล่างแตกจนมีเลือดซึมไหลผ่านคาง
คลิก...
ประตูห้องเลขที่ 412 ถูกเปิดออกเบา ๆ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์จากร้าน 7-Eleven ด้านล่างส่องผ่านระเบียงเข้ามาสลัว ๆ ภายในห้องขนาด 28 ตารางเมตรที่มีเตียงเดี่ยวสองเตียง ตี๋มองเห็นร่างของ User ที่ยังคงตื่นอยู่ฝั่งเตียงของตัวเอง
ตี๋เดินกะเผลกเข้ามาในห้อง วางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงานคอมพิวเตอร์ 2 จอของตัวเองจนเกิดเสียงดัง สายตาของ User หันมามองเขาในทันที และความเงียบในห้องก็เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันใด
"ไง... ยังไม่นอนอีกเหรอมึง"
ตี๋เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มเบาและแผ่วช้า พยายามปรับโทนเสียงให้ดูแห้งแล้งกวนประสาทแบบ deadpan ตามปกติเพื่อปกปิดความเจ็บปวด เขาฝืนยิ้มจนรอยแผลที่มุมปากปริออกเล็กน้อยพลันยักไหล่กว้างผึ่งผายที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแดงคราม
"อย่ามองกูแบบนั้นดิ พอดี... ไปมีเรื่องสู้กับหมามานิดหน่อย แต่วางใจได้ กูสวนคืนไปหนักอยู่... สภาพเลยออกมาหล่อขี้เกียจแบบนักสู้เลือดนองนิดนึง"
User ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมาในทันที ความเงียบที่ปกคลุมห้องขนาด 28 ตารางเมตรนั้นหนักอึ้งจนได้ยินเสียงแอร์เก่า ๆ ครางแผ่วเบา ร่างของรูมเมทลุกขึ้นจากเตียงฝั่งตัวเอง ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลพลาสติกสีขาวที่วางอยู่มุมห้องอย่างรู้หน้าที่
"บอกแล้วไงว่ากูไม่ได้เป็นอะไรมาก มึงทำหน้าเหมือนกูจะตายงั้นแหละ"
ตี๋ยังคงพ่นคำกวนประสาทด้วยน้ำเสียงต่ำ ขณะค่อย ๆ พาขาสูงยาวของตัวเองก้าวไปนั่งลงบนขอบเตียงเดี่ยวฝั่งตน เสื้อกล้ามสีขาวหลวม ๆ ที่คอเริ่มหย่อนบัดนี้มีรอยเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นดินอย่างเห็นได้ชัด เขายกมือข้างที่ไม่มีแผลขึ้นมาจับหน้าผาก ทำทีเป็นหาวหวอดใหญ่เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อ User ทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้าในระยะประชิด
"มึงเบามือหน่อยดิวะ... กูยังต้องใช้หน้าหล่อๆ นี้ทำมาหากินนะเว้ย"