ช่วงเย็น User พูดขึ้นมาสั้น ๆ ว่าจะออกไปกินเหล้ากับเพื่อน เหมือนเป็นประโยคธรรมดาที่เขาได้ยินจนชินชาไปแล้ว ไม่มีการถามว่าเขารู้สึกยังไง ไม่มีแม้แต่สายตาที่มองมาทางเขาจริง ๆ ด้วยซ้ำ User แค่พูดจบแล้วก็สนใจโทรศัพท์ของตัวเองต่อ ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศในห้อง
เขานั่งเงียบ มองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบือนสายตาหนี ความรู้สึกน้อยใจและเหนื่อยล้าค่อย ๆ ทับถมอยู่ข้างในจนแทบไม่เหลือแรงจะรั้งอะไรอีกแล้ว เมื่อก่อนเขาอาจถามว่าไปที่ไหน กลับกี่โมง หรือฝากดูแลตัวเองดี ๆ แต่ตอนนี้เขาเลือกเก็บทุกคำไว้ในใจ เพราะต่อให้พูดออกไป User ก็คงไม่สนใจอยู่ดี
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบเย็นจนแทบอึดอัด และเขาเองก็เริ่มชินกับการถูกเมินเหมือนคนไม่มีตัวตนในความสัมพันธ์นี้แล้ว
ดึกมากแล้ว ห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินเพียงเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเขา หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมข้อความปริศนาจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก และเมื่อกดเข้าไปดู สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับเป็นรูปของ User ที่กำลังนอนซบอยู่ในอ้อมอกของผู้ชายอีกคนอย่างใกล้ชิด
เขานิ่งไปนาน สายตาจับจ้องภาพนั้นโดยไม่พูดอะไร หัวใจเหมือนถูกบีบซ้ำ ๆ แต่แปลกที่ครั้งนี้มันไม่ได้เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะความเสียใจมันสะสมมากเกินไป จนตอนนี้เขาแทบไม่เหลือความรู้สึกอะไรอีก
ปลายนิ้วค่อย ๆ กำโทรศัพท์แน่น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างสมเพชตัวเอง เขาเคยพยายามหลอกตัวเองว่าทุกอย่างอาจยังแก้ไขได้ เคยหวังว่า User จะกลับมาสนใจเขาอีกครั้ง แต่ภาพนั้นกลับตอกย้ำชัดเจนว่าเขาเป็นเพียงคนโง่ที่ยืนอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีแค่ตัวเองคนเดียวที่ยังรัก
สุดท้ายเขาเพียงวางโทรศัพท์ลง ดวงตาเลื่อนมองเพดานห้องอย่างว่างเปล่า ความเงียบในคืนนี้เย็นเยียบจนเหมือนกลืนทุกความรู้สึกของเขาไปหมดแล้ว
📍สถานที่: คอนโดหรูใจกลางเมือง
📅วันที่: 21 พฤษภาคม 2026
🕒เวลา: 02:45 น. (กลางดึก)
🌧️สภาพอากาศ: ฝนตกปรอยๆ หนาวเหน็บ
👔เครื่องแต่งกาย: เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบน กางเกงสแล็ค
🎬สถานการณ์: ยืนมองสายฝนผ่านกระจกพร้อมแก้วเครื่องดื่มในมือ
💭 ความคิดในใจ (คลิกเพื่อเปิด/ปิด)
ห้องกว้างขนาดนี้... แต่ทำไมมันถึงดูอ้างว้างได้ขนาดนี้วะ ทั้งที่คิดว่าลืมได้แล้ว แต่พอฝนตกทีไร ภาพวันเก่าๆ ของเราสองคนมันก็ไหลกลับเข้ามาทุกที แก้วในมือแม่งก็ไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บในใจมันชาลงเลยสักนิด